โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชื้อเพลิงเครื่องบิน (SAF) จากมูลวัว 100% ครั้งแรกของโลกโดยอเมริกา ครบวงจรการผลิตตั้งแต่เป็นมูลจนเป็นเชื้อเพลิง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 17 มิ.ย. เวลา 05.49 น.
สตาร์ตอัปอเมริกาดึงก๊าซชีวภาพแบบไม่บำบัดจากฟาร์มโคนม 5,000 ตัวแปลงเป็นน้ำมันเครื่องบินเจ็ต (SAF) ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก

เซอร์คูลาริตี ฟูเอลส์ (Circularity Fuels) สตาร์ตอัปจากแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา ประกาศความสำเร็จในการดึง "ก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์การเกษตร" มาผ่านกระบวนการแปลงสภาพแบบครบวงจร (End-to-end) จนได้เป็นเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ซึ่งผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ASTM เป็นครั้งแรกของโลก หวังเติมเต็มความต้องการ SAF ที่ผลิตได้เพียง 1% จากความต้องการทั่วโลกในปัจจุบัน

ข้อแตกต่าง SAF จากมูลวัว เทียบกับตลาด SAF ปัจจุบัน

ปัญหาหลักของเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ในปัจจุบัน คือการพึ่งพาน้ำมันพืชใช้แล้วที่มีข้อจำกัดด้านปริมาณ (Supply) สำหรับป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิต

อย่างไรก็ตาม ระบบของ Circularity Fuels เลือกสร้างวงจรการผลิต SAF โดยเริ่มจากฟาร์มโคนมที่มีวัวมากกว่า 5,000 ตัวในเมืองมาเดรา (Madera) รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยดึงก๊าซชีวภาพดิบจากบ่อหมักมูลสัตว์ที่ยังไม่ผ่านการบำบัด (มีเทน 65% และคาร์บอนไดออกไซด์ 35%) มาเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงได้โดยตรงในไซต์งาน

กระบวนการผลิต SAF จากมูลวัวครบวงจร

Circularity Fuels ชูจุดเด่นระบบที่เรียกว่า "เตาปฏิกรณ์คู่แบบโมดูลาร์" ที่ออกแบบมาเพื่อการผลิตแบบต่อเนื่อง โดยมีส่วนประกอบหลัก 2 ระบบย่อย ได้แก่

  • เตาปฏิกรณ์ไฟฟ้า Bi-reforming ทำหน้าที่แปลงสภาพก๊าซดิบให้กลายเป็นก๊าซสังเคราะห์ (Synthesis gas) มีอัตราการแปลงมีเทนที่ 98% และแปลงคาร์บอนไดออกไซด์ได้เกิน 90%

  • เตาปฏิกรณ์ Fischer-Tropsch ขนาดเล็ก รับช่วงต่อในการสังเคราะห์ก๊าซให้กลายเป็นไฮโดรคาร์บอนเหลว จนได้เป็นน้ำมันเจ็ตสำเร็จรูปที่สามารถนำไปผสมกับน้ำมันเครื่องบินพาณิชย์ (Jet-A) แบบดั้งเดิมในสัดส่วนสูงสุดถึง 50%

SAF ชนราคาน้ำมันฟอสซิล

กระบวนการผลิต SAF จากมูลวัวของ Circularity Fuels มีจุดเด่นหลักที่ความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากการเดินเครื่องผลิต SAF อย่างต่อเนื่องต้องเผชิญปัญหาการบำรุงรักษา และการทำความสะอาดภายในที่มีต้นทุนพลังงานไฟฟ้าสูง ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการบำบัดก๊าซของบริษัทต่ำกว่าคู่แข่งรายอื่น ๆ

ทั้งนี้ หลังจากที่ผ่านการทดสอบภาคสนามนาน 6 เดือน บริษัทประเมินว่าการติดตั้งระบบผลิต SAF เชิงพาณิชย์จะใช้เงินลงทุนต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.3 ล้านบาท) ต่อกำลังการผลิต 1 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเคลมว่าตัวเลขดังกล่าวมีราคาถูกกว่าโรงงาน SAF ลักษณะเดียวกันที่กำลังก่อสร้างในทวีปยุโรปถึง 5 เท่า และใกล้เคียงกับน้ำมันฟอสซิล Jet-A ในปัจจุบัน

ตลาดเชื้อเพลิง SAF จากมูลวัว

นอกจากความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจแล้ว ผลการวิเคราะห์วัฏจักรชีวิต (Life-cycle analysis) ภายในของบริษัท ยังระบุว่า SAF ที่ได้สามารถทำคะแนนความเข้มข้นทางคาร์บอนได้ถึง -350.7 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อเมกะจูล ภายใต้กรอบข้อบังคับของรัฐบาลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นผลมาจากการดักจับก๊าซมีเทนจากบ่อหมักไม่ให้หลุดรอดสู่บรรยากาศแต่แรก

หรือในอีกแง่หนึ่ง SAF ของบริษัทจะมีศักยภาพในฐานะสินค้าที่มี “คาร์บอนเป็นลบ” ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถเติบโตได้ทั้งในแง่ต้นทุนการผลิตที่แข่งขันกับเชื้อเพลิงฟอสซิลดั้งเดิม รวมถึงข้อได้เปรียบจากมาตรการส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ทั้งนี้ Circularity Fuels วางแผนเตรียมเดินหน้าก่อสร้างโรงงานเชิงพาณิชย์แห่งแรกภายในปี 2027 โดยมุ่งเป้าไปที่พื้นที่ฟาร์มโคนมและเขตเกษตรกรรมทั่วสหรัฐอเมริกา และกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายตลาดเข้าสู่ยุโรปและละตินอเมริกา เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะทางการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในปลายทศวรรษ 2030 ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...