โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

UAC มาร์จิ้นปิโตรเด้งเทรดดิ้งกลุ่มไบโอแรง

ทันหุ้น

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

#UAC #ทันหุ้น – UAC เดินหน้าเพิ่มกำลังผลิตปิโตรเลียมขึ้นและ 500 บาร์เรลต่อวัน ย้ำมาร์จิ้นปิโตรไตรมาส 2/2569 ดีต่อเนื่องจากราคาน้ำมันที่ยังสูง เดินหน้าสร้าง New S-Curve ผลิต SAF มุ่งวัตถุดิบจากขยะภาคการเกษตร พร้อมปรับพอร์ตเทรดดิ้งสู่ไบโอมากขึ้น

นางสาวอลิสา ชีวะเกตุ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านกลยุทธ์การลงทุน บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 คาดว่ายังสามารถรักษาระดับการเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยมาร์จิ้นของธุรกิจปิโตรเลียมยังอยู่ในระดับที่ดีจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูง โดยในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ธุรกิจปิโตรเลียมถือเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญด้านกำไรของบริษัท จากปัจจัยสนับสนุนด้านราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทได้รับมาร์จิ้นที่ดีขึ้นตามไปด้วย

ปัจจุบันบริษัทเดินหน้ารักษากำลังการผลิตเต็มที่ที่ประมาณ 300 บาร์เรลต่อวัน จากแหล่งผลิตในจังหวัดสุโขทัย และยังไม่มีแผนปิดซ่อมบำรุงในปีนี้ ทำให้สามารถเดินเครื่องผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้และกำไรของธุรกิจปิโตรเลียมออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงต้นปี นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมที่จะเพิ่มหลุมเจาะเพื่อเพิ่มกำลังผลิตในขึ้นไปในระดับ 400-500 บาร์เรลต่อวัน

@ มุ่งธุรกิจไบโอ

ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างสร้าง New S-Curve ใหม่ ผ่านการศึกษาวิจัยและพัฒนา(R&D) ร่วมกับ Osaka Metropolitan ประเทศญี่ปุ่น ในโครงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF โดยมุ่งใช้วัตถุดิบจากขยะภาคการเกษตร เช่น ส่วนของต้นและเมล็ดน้ำมัน แทนการใช้ UCO หรือน้ำมันใช้แล้ว เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการปรับพอร์ตธุรกิจเทรดดิ้งจากเดิมที่เน้นปิโตรเบสไปสู่กลุ่มไบโอเบสมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก โดยตั้งเป้าขยับสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ High Value Margin หรือเคมีภัณฑ์มูลค่าเพิ่มระดับกลางถึงสูง ซึ่งปัจจุบันตลาดส่วนใหญ่ยังเป็นการแข่งขันของบริษัทข้ามชาติรายใหญ่

ด้านธุรกิจพลังงานทดแทน บริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้า PPM พืชพลังงานสูง ที่อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น กำลังการผลิตรวม 3 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันCOD ครบทั้งหมดแล้ว โดยโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของภาครัฐ ผ่านโมเดล Contract Farming ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรนำวัตถุดิบทางการเกษตรเข้ามาจำหน่ายให้โรงไฟฟ้า

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าจะนำก๊าซชีวภาพที่ได้ไปผลิตกระแสไฟฟ้า ขณะที่ผลพลอยได้ทั้งในรูปแบบ Liquid และ Solid จะถูกนำไปพัฒนาเป็นวัสดุปรับปรุงดิน SIS และแจกจ่ายกลับคืนให้เกษตรกร เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านการเกษตรและสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน

@ RDF เดินเครื่องเต็มกำลัง

สำหรับธุรกิจเชื้อเพลิงขยะ หรือRDF ปัจจุบันโรงงานในประเทศอินโดนีเซียยังเดินเครื่องผลิตเต็มกำลังการผลิต ขณะที่โครงการใน สปป.ลาว ยังเผชิญข้อจำกัดด้านการขนส่งและปัญหาการขาดแคลนน้ำมันภายในประเทศ ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างติดตามและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด

ส่วนธุรกิจ EV Charging ภายใต้แบรนด์ “Supercharge by PPWE” ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับQTC ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 4 แห่ง โดยสาขาศรีนครินทร์ เริ่มมีสัญญาณทำกำไรในบางเดือนแล้ว

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยเฉพาะเรื่องค่าเงินเฟ้อและอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากมีการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศทั้ง สปป.ลาว และอินโดนีเซีย รวมถึงผลกระทบจากสงครามที่อาจส่งผลต่อต้นทุนการขนส่งและราคาพลังงานในตลาดโลก แต่บริษัทยังมีจุดแข็งจากการไม่มีภาระหนี้สินจำนวนมากในปัจจุบัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...