โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สภาพัฒน์” ชี้ 3 ประเด็นสำคัญ... ส่งผลต่อ “หนี้ครัวเรือน-คุณภาพสินเชื่อ” แนะ “ให้ความรู้-กำกับดูแล” อย่างเหมาะสม !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 55 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • สรวิศ อิ่มบำรุง

Wealthy Way: รู้หรือไม่?…“หนี้ครัวเรือน” ไตรมาสที่4/25 เพิ่มขึ้น 0.05%มีมูลค่า 16.44 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 86.7% ต่อ GDP เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว

ในขณะที่ “สินเชื่อที่ค้างชําระ 90วันขึ้นไป” (NPLs) ไตรมาสที่4/25 มีมูลค่า 1.31ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 9.59% ของสินเชื่อรวม และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน โดยปรับขึ้นเกือบทุกกลุ่มสินเชื่อ

เป็น 2 สัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจไทยที่ควรต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะกระทบ “กำลังซื้อ” ของประชาชนโดยตรง ซึ่งหากบริหารจัดการได้ไม่ดี อาจส่งผลกระทบไปสู่เศรษฐกิจโดยรวมได้เช่นเดียวกัน

ทาง “สภาพัฒน์” (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ: สศช.) ก็มีข้อมูลและมุมมองต่อประเด็นนี้เช่นเดียวกัน ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปอัปเดตพร้อมๆ กันได้เลย

ไตรมาสที1/25 “หนี้ครัวเรือน” เพิ่ม - “คุณภาพสินเชื่อ” แย่…“สินเชื่อส่วนบุคคล” และ “สินเชื่อที่อยู่อาศัย” ขยายตัวเร่งขึ้น

โดย “สภาพัฒน์” ระบุผ่าน “รายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาสที่1/26” ว่า “หนี้ครัวเรือน” เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อสิ้นสุดไตรมาสที่4/25 มีมูลค่ารวม 16.44 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการขยายตัวครั้งแรกหลังจากหดตัวต่อเนื่อง 3 ไตรมาส ส่งผลให้ “สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP” เพิ่มขึ้นเป็น 86.7% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า หลังจากทรงตัวมา 2 ไตรมาส

สินเชื่อส่วนบุคคล” เพิ่มขึ้น 4.24%จากไตรมาสก่อนที่ 4.09%ขณะที่ “สินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์” เพิ่มขึ้น 1.76%เร่งตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน คาดว่าเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น การผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) เป็นการชั่วคราว และการต่ออายุมาตรการ ลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ในทางกลับกัน “สินเชื่อเพื่อยานยนต์” หดตัว 8.44%เป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 9 ติดต่อกัน

คุณภาพ “สินเชื่อของครัวเรือน” แย่ลงต่อเนื่อง…แนะ “เฝ้าระวัง” อย่างใกล้ชิด

จากข้อมูลของ “บจ.ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ” (เครดิตบูโร) พบว่า ไตรมาสที่4/25 ยอดคงค้าง “สินเชื่อบุคคลธรรมดาที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป” (NPLs) มีมูลค่า 1.31 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6%จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา หรือคิดเป็น 9.59%ของสินเชื่อรวม และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน โดยมีปัจจัยหลักจาก NPLs ใน “สินเชื่อที่อยู่อาศัย” และ “สินเชื่อส่วนบุคคล” ที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ NPLs” ในระบบธนาคารพาณิชย์มีมูลค่า 1.71 แสนล้านบาท หดตัว 1.3%หรือคิดเป็น3.23%ของสินเชื่อรวม ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 3.33%

สำหรับ “สินเชื่อที่ค้างชำระระหว่าง 31-90 วัน” (SMLs) ข้อมูลจากเครดิตบูโร พบว่า มีมูลค่า 4.80 แสนล้านบาท หดตัวลง 15.5%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

“อย่างไรก็ตาม ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ‘SMLs’ ยังมีความเสี่ยงพัฒนาเป็น ‘NPLs’ เพิ่มเติมได้ จึงควร ‘เฝ้าระวัง’ อย่างใกล้ชิด และดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น”

ชี้ 3 “ประเด็น” ที่ต้องให้ความสำคัญ

ทั้งนี้ทาง “สภาพัฒน์” ยังชี้ว่ามี 3 ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่

  • “พฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่” ที่มักซื้อสินค้าและบริการตามรีวิวหรือเทรนด์ออนไลน์ สื่อสังคมออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางความบันเทิงสำหรับคน Gen Z เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่กระแสใหม่ๆ เกิดขึ้น และเป็นแหล่งสร้างความไว้วางใจต่อสินค้าและบริการ

งานศึกษาของ Visa Gen Z Decoded 2025” พบว่า แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่ม Gen Z ไทย” ได้แก่ YouTube, TikTok และ Facebook ทั้งนี้ 58.0%ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทย ระบุว่าเชื่อถือคำแนะนำจากครีเอเตอร์ที่ตนติดตาม และ 50.0%มีทัศนคติเชิงบวกต่อแบรนด์ที่ปรากฏบนแพลตฟอร์มดังกล่าว (Visa, 2025) สะท้อนให้เห็นว่าสื่อออนไลน์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจบริโภคของคน Gen Z ไทย”

“ดังนั้น จึงควรเร่งเสริมสร้างทักษะทางการเงินแก่คนรุ่นใหม่ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น กรณีของออสเตรเลียที่มีการจัดการเรียนการสอนทักษะทางการเงินตั้งแต่ระดับประถมศึกษา รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับอิทธิพลของสังคมและกลุ่มเพื่อนที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่าย (ACARA, n.d.)”

  • การเปิดตัวของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) อาจต้องเฝ้าระวังการก่อหนี้เพิ่ม นโยบายการเปิดให้มีผู้ให้บริการธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา ของ “ธนาคารแห่งประเทศไทย” (ธปท.) ถือเป็นแนวทางสำคัญ ในการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการสินเชื่อแบบดั้งเดิม โดยเป็นการให้บริการผ่านระบบดิจิทัล และใช้ข้อมูลจากระบบดิจิทัลทั้งในและนอกภาคการเงิน

“อย่างไรก็ตาม อาจต้องคำนึงถึงความเสี่ยงในการก่อหนี้ที่เพิ่มขึ้น กรณีศึกษา ใน ‘จีน’ พบว่า การให้บริการสินเชื่อออนไลน์มีส่วนทำให้ประชาชนมีแนวโน้มจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น และผู้กู้บางส่วนเข้าสู่วงจรหนี้ได้ง่ายขึ้น (Yue et al., 2022) ขณะที่ ‘ฟิลิปปินส์’ พบว่า ธนาคารดิจิทัลมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) สูงกว่าธนาคารแบบดั้งเดิม (BusinessWorld, 2025)”

  • อิทธิพลของ “Finfluencer” ต่อพฤติกรรมการเงินครัวเรือนในยุคดิจิทัล Finfluencer” (Financial Influencer) เป็นกลุ่มที่มีบทบาทมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากการเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย และมักถ่ายทอดผ่านประสบการณ์ส่วนบุคคล ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความใกล้ชิดกับผู้ติดตาม

“อย่างไรก็ดี ‘Finfluencer’ บางส่วนอาจไม่มีความรู้ทางการเงินเพียงพอ หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน รวมถึงการโฆษณาแฝง ส่งผลให้ข้อมูลที่เผยแพร่อาจไม่ครบถ้วนหรือคลาดเคลื่อน และในบางกรณีอาจนำไปสู่การชักชวนให้ทำธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ส่งผลให้ผู้ติดตามบางส่วนอาจนำคำแนะนำจาก ‘Finfluencer’ ไปใช้โดยไม่ได้ประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ก่อให้เกิดการขาดทุนและภาระหนี้สินตามมาได้”

ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดในการควบคุมเนื้อหาของบุคคลที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของ “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์” (ก.ล.ต.) ดังนั้น จึงควรให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลเนื้อหาทางการเงินของ Finfluencer” โดยกำหนดให้ขึ้นทะเบียนกับ ก.ล.ต. และมีใบอนุญาต

“สงคราม” ตะวันออกกลางเองก็ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัว “อัตราเงินเฟ้อ” กลับมาเป็นบวก เดือนเม.ย. “เงินเฟ้อทั่วไป” อยู่ที่ 2.89% เป็นปัจจัยลบที่เข้ามากระทบ “อำนาจซื้อ” และ “การบริโภคภาคเอกชน” อย่างปฏิเสธไม่ได้ ท่ามกลางความเสี่ยงที่ยังมีอยู่ การกลับมา “บริหารจัดการเรื่องการเงินของตัวเอง” ยิ่งมีความสำคัญ เพื่อประคองตัวเองให้ผ่านช่วงเวลาที่แย่นี้ไปให้ได้นั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...