โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักบอลพันล้านสุด Gen Z ที่เล่นบอลได้นิดหน่อย แต่เล่นมีมเก่งมาก

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“เออร์ลิง ฮาลันต์” เป็นทั้ง ‘เครื่องจักรถล่มประตู’ และ ‘เจ้าหญิงนอร์เวย์สุดสวย’จนเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงที่สุดของโลกในปัจจุบัน

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอล หรือคนที่ไม่เคยดูบอล คุณจะต้องเลื่อนเจอมีมของนักบอล Gen Z คนนี้ “เออร์ลิง ฮาลันต์” ผู้ที่ได้ฉายาเป็นทั้ง ‘เครื่องจักรถล่มประตู’ และ ‘เจ้าหญิงนอร์เวย์สุดสวย’ ไปพร้อม ๆ กัน จนความนิยมของเขาก็ถูกต่อยอดเป็นมูลค่าทางธุรกิจ ผ่านสัญญาสปอนเซอร์ แบรนด์ระดับโลก และการลงทุน จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงที่สุดของโลกในปัจจุบัน

Spotlight เลยจะพาไปดูว่านักเตะคนนี้เป็นใครกันนะ ทำไมเขาถึงดังระเบิดในบอลโลกครั้งนี้

ก่อนจะเป็นเครื่องจักรถล่มประตู

88 ประตูจากการลงเล่น 100 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก ยิงไปแล้ว 7 ประตูจาก 4 นัดในบอลโลก ใช่ นี่คือสถิติของ “เออร์ลิง ฮาลันด์” นักเตะนอร์เวย์วัย 25 ปีที่ได้รับการชมว่า เป็นนักเตะที่ Gen Z ที่สุดในการแข่งปีนี้

หลาย ๆ คนที่ติดตามเออร์ลิงมา เมื่อไหร่ที่ได้ยินชื่อนี้ก็คงนึกถึง‘ลูกของนักฟุตบอลมืออาชีพ’ ‘เครื่องจักรถล่มประตู’ ‘หนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของโลก’ ‘เจ้าของสถิติยิงประตูมากมาย’ หรือ ‘นักเตะที่กองหลังทุกคนกลัว’ แต่รู้ไหมว่า ภายใต้ฉายาเหล่านี้ มีคราบน้ำตาของความพยายามซ่อนไว้มากแค่ไหน?

“เออร์ลิง ฮาลันด์” เป็นลูกของนักฟุตบอลมืออาชีพของอังกฤษ พ่อของเขาเล่นให้กับสโมสรลีดส์ ยูไนเต็ด ทำให้เขาเกิดที่ประเทศอังกฤษ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ครอบครัวของเขาเป็นคนนอร์เวย์ และหลังจากที่เขาเกิดมาได้เพียง 3 ปี ครอบครัวของเขาก็ต้องเจอฝันร้ายเมื่อพ่อของเขาต้องออกจากอาชีพนักบอลหลังมีปัญหาการเจ็บเข่าเรื้อรังในวัยเพียง 30 ปี ซึ่งถือว่าอายนุน้อยมากสำหรับนักฟุตบอลมืออาชีพ ทำให้ครอบครัวย้ายกลับไปยังประเทศนอร์เวย์

พ่อของเขาตัดสินใจหันไปทำธุรกิจพัฒนาอสังหริมทรัพย์ แต่พอเขาเห็นลูกตัวเองชอบเตะบอลเหมือนเขา เขาเลยไม่ลังเลที่จะสนับสนุนลูกชาย โดยส่งเออร์ลิงเข้าสู่อคาเดมี่เยาวชนของสโมสรบรีเนอตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ และด้วยพรสวรรค์ของเขา แม้จะยังไม่เคยเล่นในสโมสรมาก่อน การแตะบอล 2 ครั้งแรกในชีวิตของเออร์ลิงในวันนั้น กลับลงเอยด้วยการเป็นประตูทันทีทั้ง 2 ครั้ง จนทางสโมสรย้ายเออร์ลิงขึ้นมาเล่นกับกลุ่มที่อายุมากกว่าเขาในทันที

‘พรสวรรค์’ อย่างเดียวไม่พาไปถึงฝัน

ก่อนที่เราจะมีภาพจำเออร์ลิงในร่างชายหนุ่งที่สูง 194 ซม.ในวันนี้ ในช่วงวัยเด็กจนถึงอายุ 15 ปี เขาเคยเป็นเด็กที่ตัวเล็ก และผอมบางกว่าคู่แข่งทุกคนมาก ๆ จนโค้ชเป็นห่วง

กุนนาร์ ฮัลเล โค้ชทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปีของนอร์เวย์ ยอมรับว่า ตอนเขาเห็นเออร์ลิงครั้งแรกในอายุ 15 ปี เขาเห็นเป็นเพียงเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่ร่างกายค่อนข้างเสียเปรียบ"เขาเป็นผู้เล่นที่ดี และยิงประตูได้เยอะก็จริง แต่ห่างไกลจากคำว่าโดดเด่นมาก ตอนนั้นไม่มีใครจินตนาการออกเลยว่าเขาจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์อย่างในทุกวันนี้"

แต่เออร์ลิงเปลี่ยนความเป็นตัวเล็กของเขาให้เป็นกลยุทธ์เกมที่โดดเด่นของตัวเอง เพราะแทนที่เขาจะน้อยใจ เขากลับให้มันเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาตัวเอง โดยการหาวิธีใช้สมองในการเล่นเกมมากกว่าการใช้กำลัง ซึ่งนี่กลายเป็นกลยุทธ์ประจำตัวของเขาในทุกเกมเลย

ชีวิตที่ไม่มีวันหยุด

อีก 1 สิ่งที่ทุกคนจะเห็นเขาทำประจำคือ ‘การคุมโภชนาการของตัวเอง’ เขาไม่เพียงแต่โฟกัสเฉพาะเทคนิคการเตะบอล แม้แต่ปัญหาที่คนอื่นมองว่าเป็นจุดเล็ก ๆ อย่างการนอน หรือการกิน เขาก็จะศึกษา และควบคุมให้ดีที่สุด จนเพื่อนร่วมทีมของเขามักเรียกเขาว่า “สุดยอดมืออาชีพสุดบ้าคลั่ง” เพราะเวลาเดินทางไปแข่ง ระหว่างที่เพื่อน ๆ กำลังนั่งเล่นไพ่อย่างสนุกสนาน เขากลับนั่งอ่านบทความทางวิทยาศาสตร์เพื่อหาวิธีปรับการนอน และการคุมอาหารของตัวเอง

แต่นอกจากเรื่องของการเตะบอลแล้ว มีอีกสิ่งหนึ่งที่คนต่างหลงรัก และโดนเขาตกเต็ม ๆ คือ “ความเป็นเออร์ลิง” ทำให้เขากลายเป็นที่รักของทั้งคนในอาชีพเดียวกัน และแฟนบอลอย่างเรา จนเกิดเป็น Haaland Fever ขึ้นมา เพราะเขามักเคารพคู่ต่อสู้ของเขาเสมอ และแม้เขาจะโด่งดังขนาดไหน เขาไม่เคยหยิ่งกับใครเลย แม้กระทั่งวันหยุดพักผ่อน เขาก็จะกลับไปที่คลับเพื่อซ้อมกับเพื่อน ๆ เสมอ

จาก “เครื่องจักร” สู่ “เจ้าหญิงนอร์เวย์สุดสวย”

สิ่งที่ทำให้เออร์ลิงดังเป็นที่เอ็นดูของแฟนบอลทั่วโลก ไม่ใช่แค่ความเก่งของเขา แต่ผสมกับความ “เด็กยักษ์” Gen Z ที่มีตัวตนขี้เล่น น่าเอ็นดูต่างจากรูปร่างของเขา

ไม่ใช่แค่ความเก่งนะที่ทำให้เขาดังทั่วโลกขนาดนี้ แต่เพราะความขี้เล่นของเขานี่แหละที่ทำให้เหล่าแฟนบอลทั่วโลกเอ็นดู และมีกระแส “Haaland Fever” ขึ้นมา เพราะทุกคนต่างกำลังโดน“เด็กยักษ์” คนนี้ตกกัน

ฟุตบอลโลก 2026 ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์นี้ชัดขึ้น เมื่อผลงานอันร้อนแรงของเขาพานอร์เวย์สร้างประวัติศาสตร์ ขณะที่โลกโซเชียลกลับหลงรัก"ตัวตน" ของเขาไม่แพ้ฝีเท้า เหล่าแฟนบอลต่างมองว่า เออร์ลิง คือนักบอลที่มีความ Gen Z ที่สุดในการแข่งขันนี้ เพราะเขาชอบโพสต์รูปขำ ๆ รวมถึงการใช้ฟิลเตอร์ Shrek แล้วบอกว่า“นี่คือฝาแฝดของผม” แถมพอมีคนทำมีม เอาต้นหอมมาเปรียบเทียบกับทรงผมของเขาจนมียอดดูบนอิสตาแกรมกว่า 100 ล้านครั้ง เออร์ลิงก็รีบคอมเม้นด้วยมีมสุนับตาเหล่ทันที ซึ่งความขี้เล่นติดตลก และธรรมชาติของเขานี่แหละที่ทำให้หลาย ๆ คนโดนตก จนเขามีฉายาว่า “เบบี้เกิร์ล” และ “เจ้าหญิงสุดสวย” ของชาวเน็ต เซึ่งเป็นคำที่ชาวเน็ตใช้เรียกผู้ชายที่ทั้งเก่ง มีเสน่ห์ และชวนให้เอ็นดูในเวลาเดียวกัน

แม้ว่านี่อาจจะฟังดูเป็นเพียงการชื่นชอบส่วนบุคคล แต่รู้ไหมว่า นี่คือยุคสมัยของแฟนคลับ และปรากฎการณ์ “Parasocial” ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างเออร์ลิง และแฟนคลับเกือบ 60 ล้านคนบนอินสตาแกรมสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการกีฬาเลยล่ะ

จากเดิมที่แฟนบอลจะรู้จักนักบอลได้ ก็ต่อเมื่อมีการแถลงข่าวแบบทางการเท่านั้น แต่เออร์ลิงทลายกรอบเดิม ๆ นั่น โดยการสร้างภาพลักษณ์ของตัวเองโดยตรงผ่านโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นการทำ vlog บน Youtube หรือแชร์ story บน Snapchat ทำให้แฟนคลับเหมือนได้รู้จักเขาตัวจริง ๆ ในระดับเพื่อนซี้

ศาสตราจารย์เจฟฟรีย์ คาสซิง เผยว่า เออร์ลิงได้ก้าวข้ามจากแค่วงการฟุตบอลไปสู่การเป็น “ป็อปคัลเจอร์” ระดับโลกไปแล้ว จนถึงขั้นเพลงในวัยเด็กของเขากลายเป็นไวรัล หรือแม้แต่มีการมีการจัดประกวดคนหน้าเหมือน

และเมื่อชื่อเสียงเติบโตไปไกลกว่าฟุตบอล ความนิยมของเขาก็ถูกต่อยอดเป็นมูลค่าทางธุรกิจ ผ่านสัญญาสปอนเซอร์ แบรนด์ระดับโลก และการลงทุน จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงที่สุดของโลก

เปิดอาณาจักรขุมทรัพย์

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิปี 2026 : เว็บไซต์ Celebrity Net Worth ประเมินมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของดาวยิงวัย 25 ปีรายนี้ไว้ที่ประมาณ 3,250 ล้านบาท

รายได้สะสมตลอดอาชีพ : มีการประเมินว่า ฮาลันด์ทำเงินรายได้สะสมไปแล้วมากกว่า 4,875 ล้านบาท ตลอดเส้นทางการเล่นฟุตบอลอาชีพที่ผ่านมา

นักเตะที่รายได้สูงที่สุดอันดับ 4 ของโลก : จากข้อมูลของนิตยสาร Forbes ระบุว่า ฮาลันด์อยู่ในอันดับที่ 4 ของนักฟุตบอลที่มีรายได้สูงที่สุดในโลกประจำปี 2026 โดยตามหลังเพียง คริสเตียโน โรนัลโด, ลิโอเนล เมสซี และคีเลียน เอ็มบัปเป เท่านั้น

สัดส่วนรายได้ต่อปี : คาดว่า ฮาลันด์ทำรายได้รวมต่อปีอยู่ที่ประมาณ 2,600 ล้านบาทต่อปี ซึ่งแบ่งออกเป็น:

  • รายได้จากการเล่นในสนาม : ประมาณ1,950 ล้านบาทต่อปี ซึ่งรวมถึงเงินค่าจ้างและเงินโบนัสผลงานต่างๆ

  • รายได้นอกสนาม : ประมาณ 650 ล้านบาทต่อปี จากสัญญาสปอนเซอร์และการเป็นพันธมิตรทางการค้า

จุดเปลี่ยนจากดีลประวัติศาสตร์ปี 2025 : รายได้มหาศาลนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากสัญญาซื้อขายระยะยาวที่เขาเซ็นขยายกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2025 ซึ่ง Forbes บรรยายว่าเป็นข้อตกลงระดับ"บล็อกบัสเตอร์ (Blockbuster)" ที่ช่วยยกระดับรายได้และรับประกันอนาคตทางการค้าของเขาได้อย่างมั่นคง

รายละเอียดค่าเหนื่อยรายสัปดาห์

  • ค่าจ้างพื้นฐาน : ข้อมูลจาก Celebrity Net Worth เผยว่า ฮาลันด์ได้รับค่าเหนื่อยพื้นฐานอยู่ที่ประมาณ 23.1 ล้านบาทต่อสัปดาห์

  • ค่าเหนื่อยรวมโบนัสเพิ่มเติม : เมื่อรวมเงินโบนัสและสิ่งจูงใจตามผลงานในสนามแล้ว รายได้รายสัปดาห์ที่เขาได้รับจะพุ่งขึ้นไปสูงเกือบถึงประมาณ39.6 ล้านบาทต่อสัปดาห์

สัญญาสปอนเซอร์และอสังหาริมทรัพย์หรู

  • แบรนด์ระดับโลกเคียงข้างกาย : นอกเหนือจากความสำเร็จกับสโมสร เขายังรั้งตำแหน่งหนึ่งในนักกีฬาที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ทรงอิทธิพล โดยเซ็นสัญญาผู้สนับสนุนกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Nike, Beats by Dre และ Breitling

  • การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ : พอร์ตการลงทุนของเขายังรวมถึงการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีหลายแห่ง ทั้งในประเทศสเปน, เมืองแมนเชสเตอร์, กรุงออสโล และแคว้นเชสเชียร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...