โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

3 มิถุนายน "วันวิ่งโลก" (World Running Day) ชวนทุกคนผูกเชือกรองเท้า แล้วก้าวออกไปเพื่อตัวเอง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
วันพุธแรกของเดือนมิถุนายนปีนี้ ลองเปลี่ยนจากนั่งหน้าจอ มาเปลี่ยนบรรยากาศผูกเชือกรองเท้าแล้วออกไปวิ่งรับลมข้างนอกดู ไม่ต้องวิ่งเร็ว ไม่ต้องวิ่งไกล เอาเท่าที่ร่างกายเราไหว เพราะจำไว้ว่า ก้าวที่สั้นที่สุด ก็ยังดีกว่าการนั่งอยู่เฉย ๆ

ในทุก ๆ วันพุธแรกของเดือนมิถุนายน คือสัญญาณเตือนให้คนรักสุขภาพทั่วโลกหันมาผูกเชือกรองเท้าให้แน่น เพราะมันคือ "วันวิ่งโลก" หรือ "World Running Day" (ซึ่งในปี 2569 นี้ ตรงกับวันที่ 3 มิถุนายน) วันที่ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อให้นักวิ่งมาแข่งขันกัน แต่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับการออกกำลังกายที่เรียบง่ายที่สุด ทว่าทรงพลังที่สุดในโลก

ความเป็นมาของ "วันวิ่งโลก"

จุดเริ่มต้นของวันนี้เกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาในปี 2552 เดิมทีใช้ชื่อว่า "วันวิ่งแห่งชาติ" (National Running Day) ก่อนจะประกาศยกระดับอย่างเป็นทางการสู่ระดับสากลในชื่อ "World Running Day" เมื่อปี 2559 โดยสมาคมผู้จัดงานวิ่งมาราธอนระดับโลก (International Association of Athletics Federations)

วัตถุประสงค์หลักคือ "การสร้างแรงบันดาลใจให้คนทุกเพศ ทุกวัย ลุกขึ้นมาขยับร่างกาย" เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดี และตระหนักว่าการวิ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬามืออาชีพ คุณก็สามารถมีความสุขกับก้าวของตัวเองได้

คำแนะนำในการ "วิ่งเพื่อสุขภาพ" ให้ยั่งยืนและปลอดภัย

หากวันวิ่งโลกปีนี้ คือจุดเริ่มต้นที่คุณอยากจะลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง แพทย์มักแนะนำเสมอว่า "อย่าเพิ่งรีบวิ่งให้เร็วที่สุด แต่จงวิ่งให้มีความสุขที่สุด" และนี่คือแนวทางง่าย ๆ สำหรับมือใหม่

1. ฟังเสียงร่างกาย

ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการวิ่งมาราธอน สำหรับผู้เริ่มต้น แนะนำให้ใช้สูตร "เดินสลับวิ่ง" (Walk-Run Method) เช่น เดินเร็ว 2 นาที สลับวิ่งเหยาะ ๆ 1 นาที เพื่อให้หัวใจและกล้ามเนื้อค่อย ๆ ปรับตัว

2. วิ่งในความเร็วที่ "คุยรู้เรื่อง"

การวิ่งเพื่อสุขภาพที่ดี ไม่ควรเหนื่อยจนหอบแฮก ลองเช็กตัวเองด้วยการพูดคุยกับคนข้าง ๆ หรือร้องเพลงสั้น ๆ หากยังพูดเป็นประโยคได้โดยไม่ขัดจังหวะ แสดงว่านั่นคือความเร็วที่เหมาะสม (Zone 2) ซึ่งดีต่อระบบหัวใจและช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีที่สุด

3. วอร์มอัพและคูลดาวน์คือสิ่งที่ต้องห้ามลืม

ก่อนวิ่งควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบเคลื่อนไหว (Dynamic Stretching) เพื่อเตรียมพร้อม และเมื่อวิ่งเสร็จห้ามหยุดเดินทันที ให้ค่อย ๆ ผ่อนความเร็วลงจนเป็นเดิน แล้วยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบค้างไว้ (Static Stretching) เพื่อลดอาการบาดเจ็บและปวดเมื่อยในวันรุ่งขึ้น

4. สม่ำเสมอ สำคัญกว่าความแรง

การวิ่งสัปดาห์ละ 3-4 วัน วันละ 20-30 นาที ส่งผลดีต่อสมองและหัวใจในระยะยาวมากกว่าการวิ่งหักโหมวันเดียว 2 ชั่วโมงแล้วหยุดไปเป็นเดือน

"ก้าวที่สั้นที่สุด ก็ยังดีกว่าการนั่งอยู่เฉย ๆ" ในชีวิตเราอาจจะต้องวิ่งวุ่นทำงาน วิ่งตามเดดไลน์ หรือวิ่งตามความคาดหวังของคนอื่นมามากมายแล้ว

วันวิ่งโลก 3 มิถุนายนปีนี้ ลองเปลี่ยนมา "วิ่งตามจังหวะหัวใจของตัวเอง" เพื่อสุขภาพกายที่แข็งแรงและสุขภาพจิตที่ปลอดโปร่งกันดู สุขสันต์วันวิ่งโลกค่ะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...