“ชัชชาติ”ลุยพื้นที่ลาดกระบัง ชูผลงานแก้ปัญหาจราจร-พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน - เผยทางยกระดับลาดกระบังขาเข้า
“ชัชชาติ”ลุยพื้นที่ลาดกระบัง ชูผลงานแก้ปัญหาจราจร-พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน - เผยทางยกระดับลาดกระบังขาเข้าจ่อเปิดใช้งาน 3 มิ.ย.นี้ บรรเทาการจราจรในพื้นที่ - ย้ำ หากได้กลับมาบริหาร กทม. อีกสมัย จะเร่งผลักดันโครงการอุโมงค์ระบายน้ำเชื่อมคลองประเวศบุรีรมย์–บึงหนองบอน แก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ - เรียกร้องทุกฝ่าย เคารพความเห็นทางการเมือง หลัง IO โจมตีผู้สนับสนัน
เวลา 13.45 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุวรรณภูมิ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่หาเสียงในย่านลาดกระบัง และไปดูความคืบหน้าของโครงการทางยกระดับลาดกระบัง โดยตลอดการลงพื้นที่มีประชาชนมาขอถ่ายรูปให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง
นายชัชชาติ ระบุว่า การลงพื้นที่ที่ลาดกระบังในวันนี้ ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี มองว่าลาดกระบังเป็นพื้นที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีขนาดใหญ่ มีประชากรอาศัยอยู่จำนวนมาก และเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของเมือง ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้เร่งแก้ไขปัญหาสำคัญของพื้นที่ ทั้งด้านการจราจรและน้ำท่วม โดยเฉพาะโครงการทางยกระดับลาดกระบัง ซึ่งขาออกเปิดใช้งานแล้ว และเตรียมเปิดขาเข้าเพิ่มเติมในวันที่ 3 มิถุนายนนี้ คาดว่าจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ทั้งการปรับปรุงถนนสายสำคัญ การตัดถนนเชื่อมต่อเส้นทางต่าง ๆ การก่อสร้างโรงพยาบาล รวมถึงโครงการศูนย์กีฬาขนาดใหญ่ในพื้นที่เคหะร่มเกล้า
เมื่อถามว่าในการลงพื้นที่วันนี้ประชาชนมีการสะท้อนปัญหาอะไรเพิ่มเติมบ้าง นายชัชชาติ ระบุว่า ปัญหาหลักที่ประชาชนสะท้อนยังคงเป็นเรื่องน้ำท่วม เนื่องจากพื้นที่ลาดกระบังพึ่งพาการระบายน้ำผ่านคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำและสภาพคลองที่คดเคี้ยว ทำให้การระบายน้ำใช้เวลานาน โดยแนวทางแก้ไขในระยะต่อไปคือการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเชื่อมคลองประเวศบุรีรมย์ไปยังบึงหนองบอน เพื่อเร่งการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ควบคู่กับการสร้างเขื่อนและขุดลอกคลองตลอดแนว ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบทั้งในพื้นที่ลาดกระบัง สวนหลวง พัฒนาการ และพื้นที่ต่อเนื่องอื่น ๆ
เมื่อถามว่าหากได้รับโอกาสกลับมาบริหารกรุงเทพฯ อีกสมัย ในพื้นที่ลาดกระบัง จะเร่งผลักดันโครงการอะไรเป็นอันดับแรก นายชัชชาติ กล่าวว่า หากได้รับโอกาสกลับมาบริหารกรุงเทพมหานครอีกสมัย จะเร่งผลักดันโครงการอุโมงค์ระบายน้ำ พร้อมพัฒนาโครงข่ายระบายน้ำในซอยและหมู่บ้านต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากมีการปรับปรุงข้อบัญญัติที่เปิดทางให้กรุงเทพมหานคร สามารถเข้าไปซ่อมแซมและดูแลถนนหรือระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ที่ถูกยกให้เป็นสาธารณะได้ ทำให้เข้าถึงและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ครอบคลุมกว่าเดิม
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม้สำหรับสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงนี้ หากมีเหตุการณ์น้ำท่วมแล้วเป็นได้เพียงแค่ผู้สังเกตุการณ์ นายชัชชาติ ระบุว่า ไม่กังวล แม้ปัจจุบันจะอยู่ในสถานะผู้สังเกตการณ์ เนื่องจากได้มีการวางระบบบริหารจัดการน้ำและติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ไว้แล้ว โดยระบบสามารถทำงานได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับบุคคล ยกตัวอย่างเหตุฝนตกเมื่อวานนี้ (31 พ.ค.) หนักกว่า 90 มิลลิเมตรในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบริหารจัดการและเร่งระบายน้ำได้ตามแผนที่วางไว้ ตนภูมิใจกับทีมสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร ที่ทำการเร่งระบายน้ำได้ดี
ส่วนกรณีที่มีกระแสโจมตีผู้สนับสนุนทางการเมืองบนโลกออนไลน์นั้น นายชัชชาติ มองว่า ทุกฝ่ายควรเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างและไม่ควรตอบโต้กันด้วยความขัดแย้ง โดยควรหันมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงนโยบายและข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า เพราะเป็นแนวทางที่สร้างสรรค์และสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย
ทั้งนี้ ขณะที่นายชัชชาติ ได้ลงพื้นที่หาเสียงอยู่นั้น น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีต สส. พรรคเพื่อไทย พร้อมน้องสาว น.ส.ชวัลพัชร สำเร็จวาณิชย์ ผู้สมัครสก.เขตลาดกระบัง ได้มารอพบนายชัชชาติ โดย น.ส.ชวัลพัชร ได้ระบุว่า ตนลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย แต่มาเพื่อสนับสนุนนายชัชชาติ พร้อมกับนำปัญหาในพื้นที่มารายงานว่า พื้นที่นี้มีปัญหาเรื่องการจราจรด้านหน้าห้างที่ติดขัด ซึ่งถ้าหากนายชัชชาติ ได้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกสมัย อยากให้นำเซ็นเซอร์มาจัดระเบียบการจราจรข้างด้านหน้าห้าง และนายชัชชาติ จึงถามต่อว่า ได้มีการสร้างสะพานลอยขึ้นแล้ว การจราจรดีขึ้นหรือไม่ และปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เป็นอย่างไร เพราะพื้นที่ตรงนี้น้ำท่วมในซอยกิ่งแก้ว ที่มุ่งหน้าไปทางสวนหลวง ร.9 ด้าน น.ส.ธีรรัตน์ ตอบว่า ตอนนี้ได้รับงบประมาณแล้วอยู่ระหว่างการดำเนินการ นายชัชชาติ จึงกล่าวต่อว่า น.ส.ธีรรัตน์ กับตนทำงานร่วมกันมานาน แต่ก่อน น.ส.ธีรรัตน์ เขาเป็นผู้บังคับบัญชาตน ในตอนนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงได้ทำงานร่วมกัน และทำงานกันหนัก ก่อนที่ นายชัชชาติ จักล่าวกับ น.ส.ชวัลพัชร ว่า “ขอให้ทำงานหนักๆ ลงพื้นที่เยอะๆ รับฟังเสียงประชาชน เผื่อในอนาคตจะได้ร่วมงานกันนะ” จากนั้นน.ส.ธีรรัตน์ ได้กล่าวต่อว่า “ขอบคุณท่านผู้ว่ามากเลย รักอิ่มก็ต้องรักน้องสาวอิ่มด้วย”