โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อรักษ์โลกคือทางรอด

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผ่านพ้นไปหมาดๆ กับ “วันสิ่งแวดล้อมโลก” (World Environment Day) 5 มิถุนายน หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพการรณรงค์ปิดไฟ ปลูกป่า หรือลดการใช้ถุงพลาสติก แต่สำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะพี่น้อง SME ในปี 2569 นี้ คำว่า "สิ่งแวดล้อม" ขยับเข้ามาใกล้ตัวและส่งผลต่อกระเป๋าตังค์มากกว่าที่คิด เพราะตอนนี้กระแสโลกกำลังเปลี่ยนไป มาตรฐานการค้าต่างๆ เริ่มบีบให้ทุกธุรกิจต้องเดินหน้าสู่ "สังคมคาร์บอนต่ำ" จึงเกิดคำถามขึ้นว่า SME รายย่อยจะเอาเงินทุนและองค์ความรู้มาจากไหน? ในเมื่อแค่ประคองตัวรอดจากค่าไฟและค่าพลังงานในแต่ละเดือนก็เหนื่อยแล้ว

โดย3 อุปสรรคใหญ่ที่ทำ SME ไปต่อยาก เนื่องจากการจะเปลี่ยนธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้ง แต่คือการรื้อระบบเพื่อ "ลดต้นทุนพลังงาน" ซึ่งมักจะเจอตอสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ขาดความรู้ ไม่รู้จะเริ่มคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร (CFO) ยังไง 2.เข้าไม่ถึงเครื่องมือ ขาดแคลนเทคโนโลยีหรือมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และ 3.เงินทุนจม การเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ หรือรถขนส่ง EV ต้องใช้เงินก้อนใหญ่

เพื่อแก้ปัญหานี้แบบเบ็ดเสร็จ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ภายใต้การนำของ นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ จึงได้จับมือกับพันธมิตรระดับประเทศอย่าง อบก. (องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก), สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดตัวโครงการ “SME D Green Productivity: ลดต้นทุนพลังงาน สร้างโอกาสรอดด้วยธุรกิจคาร์บอนต่ำ”

ซึ่งถือว่าเป็นอาวุธลับ 3 ด้าน ทั้งความรู้ เครื่องมือ และ "ดอกเบี้ยต่ำ 3%" โดยโครงการนี้ไม่ได้มาแค่พูดลอยๆ แต่มาพร้อมกับโซลูชันที่จับต้องได้จริง เพื่อช่วยผู้ประกอบการยกระดับธุรกิจตามหลัก ESG (Environmental, Social, Governance and Economics)ได้แก่เติมความรู้เชิงลึก (Workshop) สอนประยุกต์ใช้แนวทางเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และฝึกทักษะการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์ เพื่อหาจุดที่ธุรกิจเสียค่าพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์

เข้าถึงเครื่องมือรัฐ เชื่อมต่อมาตรการสนับสนุนและเครื่องมือจากหน่วยงานด้านพลังงานโดยตรง และ เติมทุนดอกเบี้ยต่ำพิเศษ นี่คือไฮไลต์สำหรับคนที่อยากลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักร หรือติดโซลาร์เซลล์/ซื้อรถ EV ด้วย “สินเชื่อ SME Green Productivity” สิทธิพิเศษได้แก่ ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี (คงที่ตลอด 3 ปีแรก) วงเงินกู้สูงสุดถึง 30 ล้านบาทต่อราย และผ่อนสบายนานสูงสุดถึง 10 ปี

นายพิชิต กล่าวว่า SME D Bank ขับเคลื่อนบทบาทการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาสู่ความยั่งยืน สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย เพิ่มผลิตภาพ ยกระดับปรับเปลี่ยนธุรกิจเป็นมิตรต่อแวดล้อม ดีต่อธุรกิจ ดีต่อสังคม และดีต่อโลก โดยโครงการดังกล่าวยังส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มีองค์ความรู้ด้าน Green Productivity และ Green Finance ปรับตัวสู่การดำเนินธุรกิจแบบคาร์บอนต่ำได้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน และพัฒนาธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

นอกจากการปรับโครงสร้างธุรกิจแล้ว ในงานวันสิ่งแวดล้อมโลกครั้งนี้ SME D Bank ยังแสดงให้เห็นว่าการรักษ์โลกเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากพลังของทุกคนในองค์กรและชุมชน ผ่านกิจกรรมเปลี่ยนขยะให้มีมูลค่า เช่น DIY เปลี่ยนขยะพลาสติก นำขวดน้ำเก่ามาทำเป็นกระถางต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว หาบ้านให้ "ขยะกำพร้า" เปิดรับบริจาคถุงพลาสติกหูหิ้ว เพื่อนำไปเข้ากระบวนการแปรรูปกลับมาเป็น "น้ำมัน" และ รีไซเคิลแกลลอนและขวดแก้ว นำมาบรรจุน้ำมันที่ได้จากการรีไซเคิล เพื่อส่งต่อให้ชุมชนใช้ในการเกษตรและกิจของสงฆ์

กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การมุ่งสู่ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว และไม่ได้เป็นภาระ แต่เป็นโอกาสในการ "ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้" และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับธุรกิจ ขณะที่การปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว (Green Business) อาจดูเหมือนยากในก้าวแรก แต่ถ้ามีพี่เลี้ยงอย่างองค์ความรู้ที่ถูกต้อง และมีพลังหนุนจากสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำปูทางให้ ความท้าทายนี้จะกลายเป็น "ข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน" ในเวทีโลกทันที.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...