กติกาใหม่เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69 เมื่อ 'ไลฟ์สด-อินฟลูฯ' ถูกล็อกเป้าโดย กกต.
ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวการลาออกของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่า ตามระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร หากมีการยื่นลาออกต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะมีผลในวันถัดจากวันที่ยื่นลาออก และคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จะต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วันตามกฎหมาย
ในช่วงระหว่างรอการเลือกตั้ง ปลัดกรุงเทพมหานครจะทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าฯ กทม. โดย กกต.กทม. เห็นว่าช่วงเวลาดังกล่าวใกล้เคียงกับวาระครบกำหนดวันที่ 20 พฤษภาคม จึงมีแนวทางจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก. พร้อมกัน เพื่อความเหมาะสมและประหยัดงบประมาณ
สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ กทม. ตั้งงบประมาณไว้ 294 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งก่อนที่ใช้งบประมาณราว 280 ล้านบาท โดยงบดังกล่าวใช้สำหรับบริหารจัดการหน่วยเลือกตั้ง อุปกรณ์ บุคลากร และการอำนวยความสะดวกประชาชน
เบื้องต้นกำหนดเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง และกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 พร้อมมีการซักซ้อมการรับสมัครในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้
ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ระบุว่า การจับสลากหมายเลขผู้สมัครจะดำเนินการพร้อมกันทั้ง 51 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร ขณะที่บัตรเลือกตั้งจะเริ่มจัดส่งในวันที่ 18 มิถุนายน โดยประสานงานร่วมกับไปรษณีย์ไทยและตำรวจดูแลการขนส่ง
ส่วนรูปแบบบัตรเลือกตั้งครั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่มี QR Code เนื่องจากระเบียบเลือกตั้งท้องถิ่นยังใช้การประทับตรายางตามระเบียบเดิม
สำหรับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ขณะนี้มีประมาณ 4,507,523 คน ใกล้เคียงกับการเลือกตั้ง สส. ครั้งที่ผ่านมา และมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 6,629 หน่วย เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้ง สส. 99 หน่วย โดยสถานที่รายงานผลคะแนนจะใช้ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิไว้ที่ 70%
ในส่วนของ “First Voter” หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก รวมถึงผู้ที่ย้ายทะเบียนบ้านข้ามเขต แต่ยังอยู่ไม่ครบ 1 ปี กกต. จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 25 วันก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลของตนเอง โดยผู้ที่ย้ายทะเบียนบ้านข้ามเขตและยังไม่ครบ 1 ปี จะยังไม่มีสิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ด้านกติกาการหาเสียง กกต.กทม. ย้ำว่า ผู้สมัครต้องแจ้งบัญชีโซเชียลมีเดียที่ใช้หาเสียง เช่น Facebook, LINE, Instagram และ TikTok ต่อ กกต. ก่อนดำเนินการ รวมถึงการจัดเวทีปราศรัยและสื่อโฆษณาทุกประเภท
ขณะเดียวกัน อินฟลูเอนเซอร์หรือยูทูบเบอร์ที่ช่วยเชียร์ผู้สมัคร หากมีการว่าจ้างหรือมีมูลค่าทางการตลาด จะต้องนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง แม้ช่วยฟรีก็ถือเป็น “การรับให้” ที่ต้องประเมินมูลค่าและแจ้งต่อ กกต. เช่นเดียวกับรถแห่หรือรถโฆษณาหาเสียง
นอกจากนี้ กกต.ยังเตือนผู้สมัครให้ระมัดระวังข้อห้ามสำคัญ ได้แก่ การซื้อเสียง การจัดรถรับส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ การจูงใจให้งดใช้สิทธิ และการลงสมัครทั้งที่ขาดคุณสมบัติ
ส่วนการจัดทำโพลเลือกตั้งนั้น กกต. ระบุว่า ต้องเป็นการสำรวจตามหลักวิชาการ และห้ามเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ กกต. ย้ำว่า นโยบายหาเสียงของผู้สมัครต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของตำแหน่ง และสามารถดำเนินการได้จริง หากเป็นนโยบายเกินจริง หรือไม่สามารถปฏิบัติได้ อาจเข้าข่ายหลอกลวงประชาชนตามกฎหมายเลือกตั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. "ชัชชาติ" แจงยังไม่หนุน ส.ก.คนใด - Better Bangkok เลิกใช้แล้ว
- สรุปไทม์ไลน์ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. - นายกเมืองพัทยา เคาะ 28 มิ.ย. 2569 เป็นวันเลือกตั้ง
- กกต.รับรอง สส.สุพรรณบุรี เขต 2 สภาฯ ครบ 500 คน
- ผู้ว่าฯ กทม. รับข้อสั่งการคุมเข้มกักตุนน้ำมัน ป้องกันฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน
- “แสวง” เผยครม. ยังไม่ส่งหนังสือขอลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท มาถึงกกต.