โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“โมฮิงกา” ใน ทนายปีศาจ เมื่ออาหารเป็นทางลัดสู่ใจกลางของตัวละคร

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

มีอาหารบางจานที่เราไม่ได้จดจำเพราะมันอร่อยที่สุด แต่เพราะมันพาเรากลับไปยังช่วงเวลาหนึ่ง สถานที่หนึ่ง หรือใครบางคน ที่เราอาจไม่ได้เจอมานานแล้ว บางครั้งอาหารจานนั้นอาจไม่ได้ร้อน หน้าตาไม่ได้สวยงาม ไม่ได้สมบูรณ์แบบในแง่ของรสชาติ แต่ทันทีที่ได้กลิ่น ได้ชิมรสชาติ ความทรงจำก็เริ่มทำงานก่อนเหตุผลเสมอ

ฉากหนึ่งในซีรีส์ ทนายปีศาจ ช่วยให้เข้าใจเรื่องนี้ชัดขึ้นผ่านอาหารที่ดูธรรมดามากอย่าง “โมฮิงกา” หรือที่หลายคนเรียกว่า “ขนมจีนพม่า” น้ำยาขนมจีนสีน้ำตาลอมเหลืองที่มีรสหลักจากปลา ขิง ตะไคร้ ขมิ้น กระเทียม หอมแดง พริกไทย และความมันนุ่มจากถั่วหรือไข่ต้ม

ถือเป็น Comfort Food ที่คนเมียนมากินได้ทั้งวัน อาหารประเภทนี้มักเป็นสิ่งที่เราไม่ได้รู้ตัวว่าผูกพัน จนกระทั่งวันหนึ่งอยู่ไกลบ้าน แล้วพบว่าตัวเองคิดถึงมันอย่างประหลาด

ในซีรีส์ โมฮิงกาหนึ่งชามมีพลังมากพอจะทำให้ตัวละครแรงงานข้ามชาติที่กำลังเผชิญช่วงเวลาร้าย ๆ ของชีวิตรู้สึกดีขึ้นได้ แม้เพียงชั่วขณะหนึ่ง ไม่ว่าอาหารในชามนั้นจะร้อนหรือเย็น อร่อยหรือไม่อร่อย แต่การได้เห็นสิ่งคุ้นเคยวางอยู่ตรงหน้า ในสถานการณ์ที่ชีวิตรอบตัวเต็มไปด้วยความไม่มั่นคง ความกลัว และความรู้สึกไร้อำนาจ ก็ดีมากพอแล้ว

โมฮิงกาจึงทำหน้าที่เป็น “บ้าน” ในรูปแบบที่จับต้องได้ บ้านที่ไม่ได้หมายถึงอาคารหรือพรมแดนประเทศ แต่คือกลิ่น รส สัมผัส และความทรงจำของชีวิต สำหรับแรงงานข้ามชาติที่ออกจากบ้านมา ด้วยความหวังว่าจะพบโอกาสที่ดีกว่าเดิม อาหารบ้านเกิดหนึ่งชามอาจเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ยืนยันว่า เขายังมีที่มา มีอดีต มีครอบครัว และยังมีชีวิตก่อนหน้าความทุกข์ที่กำลังเผชิญอยู่

ประเด็นนี้ยิ่งมีน้ำหนักเมื่อมองผ่านชีวิตจริงของแรงงานข้ามชาติในไทย คนกลุ่มนี้เป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจ ทั้งในภาคการผลิต ก่อสร้าง ประมง เกษตร บริการ และงานดูแล แต่ในเวลาเดียวกัน หลายคนยังต้องเผชิญค่าแรงต่ำ สภาพการทำงานที่ไม่มั่นคง การเข้าไม่ถึงสวัสดิการ และความเปราะบางทางกฎหมาย

รายงาน Thailand Migration Report 2024 ของ United Nations Network On Migration In Thailand ระบุว่า ณ เดือนธันวาคม 2023 ประเทศไทยมีประชากรที่ไม่ใช่คนไทยอยู่ราว 5.345 ล้านคน ในจำนวนนี้มีแรงงานข้ามชาติในกลุ่มงานพื้นฐานจากกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนามที่อยู่ในระบบประมาณ 2.35 ล้านคน ขณะเดียวกัน องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ IOM ประเมินว่า มีชาวเมียนมาในสถานการณ์ไม่ปกติอยู่ในไทยอย่างน้อย 1.8 ล้านคน

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าการย้ายถิ่นไม่ใช่เรื่องชายขอบของสังคมไทย แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเศรษฐกิจ ชีวิตเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เราทุกคนเกี่ยวข้องอยู่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ในโลกภาพยนตร์ อาหารในหนังบางเรื่องอาจถูกมองเป็นเพียงองค์ประกอบฉาก ตัวละครนั่งกินข้าวเพื่อให้บทสนทนาดูเป็นธรรมชาติ หรือโต๊ะอาหารถูกใช้เป็นพื้นที่ให้เรื่องเดินต่อ แต่ในหลายครั้ง อาหารทำงานลึกกว่านั้นมาก มันสามารถเล่าเรื่องแทนบทพูด บอกสถานะทางชนชั้น เปิดเผยความสัมพันธ์ แสดงอำนาจ หรือพาเราเข้าไปเห็นบาดแผลภายในของตัวละครได้โดยไม่ต้องอธิบายตรง ๆ

ตัวอย่างเช่น ในภาพยนตร์แอนิเมชัน Ratatouille อาหารหนึ่งคำพา Anton Ego นักวิจารณ์อาหารผู้เย็นชากลับไปสู่วัยเด็ก ภาพแม่และบ้านชนบทปรากฏขึ้นในความทรงจำทันที ฉากนี้ไม่ได้บอกว่าอาหารจานนั้นอร่อยเพียงใด แต่บอกว่า อาหารสามารถทำลายกำแพงของคนที่แข็งกระด้างที่สุดได้อย่างไร ส่วนในเรื่อง Phantom Thread หนังสื่อสารว่า "มื้ออาหารคือสนามของการควบคุม" Reynolds Woodcock ดีไซเนอร์ผู้หมกมุ่นกับความสมบูรณ์แบบ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ Alma กลับค่อย ๆ เผยตัวผ่านโต๊ะอาหาร จังหวะการกิน และความเปราะบางของร่างกาย

ถัดมาในหนังเรื่อง Inglourious Basterds ขนม Strudel กับครีมบนโต๊ะ ไม่ได้เป็นแค่ขนมเยอรมัน แต่เป็นสัญญะทางอำนาจ Hans Landa นายทหารนาซีผู้เฉียบคมและโหดเหี้ยม ใช้มื้ออาหารที่ดูสุภาพเป็นพื้นที่กดดัน Shosanna หญิงชาวยิวผู้รอดชีวิต ฉากนี้ชี้ให้เห็นว่าอาหารสามารถเป็นภาษาของการข่มขู่ได้ แม้ไม่มีความรุนแรงทางกายภาพเกิดขึ้นตรงหน้า

ขณะที่ Eat Drink Man Woman ใช้โต๊ะอาหารเป็นพื้นที่เจรจาความรัก ความคาดหวัง และการเปลี่ยนผ่านของครอบครัว ส่วน The Taste of Things ทำให้เสียงหั่น ต้ม ผัด ไอน้ำ และจังหวะการทำงานในครัวกลายเป็นภาษาของความรัก การดูแล และการอยู่ร่วมกันอย่างละเอียดอ่อน

Food on Film จึงไม่ใช่แค่ภาพอาหารสวยงามสำหรับเรียกน้ำย่อย และไม่ใช่ฉากพักจากเนื้อเรื่องเสมอไป ในหลายครั้ง อาหารในจอทำหน้าที่เหมือนทางลัดสู่ใจกลางของตัวละคร เพราะมันพาคนดูเข้าไปเห็นสิ่งที่ตัวละครอาจไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ ทั้งความทรงจำ บ้าน ความเปราะบาง และบาดแผลที่ซ่อนอยู่ภายใน

เมื่อมองกลับมาที่เมนูโมฮิงกาใน ทนายปีศาจ อาหารหนึ่งชามจึงไม่ได้ทำให้เราเห็นเพียงแรงงานข้ามชาติคนหนึ่งในฐานะผู้ถูกกระทำ แต่ทำให้เราเห็นมนุษย์ที่มีอดีต มีบ้าน มีรสชาติที่คิดถึง และมีความอบอุ่นบางอย่างที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของเขา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...