โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วายุพัด’ ศิลปินประติมากรรมรุ่นใหม่ผู้พาเทคนิคงานปั้นแบบไทยๆ มาบรรจบเสน่ห์สไตล์ตะวันตก

ONCE

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

นี่คือประติมากรรมที่มองเผินๆ เราคงนึกถึงรูปปั้นเทพเจ้ากรีก แต่ถ้ายืนมองต่อสักระยะก็จะเริ่มเห็นเครื่องประดับแบบไทยๆ หมวกแบบเทวดาของไทย หรือมงกุฎที่จริงๆ แล้วคือชฎาแบบนางในวรรณคดี นี่คือผลงานประติมากรรมของ ‘วายุพัด’ ศิลปินรุ่นใหม่ที่ทำงานประติมากรรมร่วมสมัยด้วยความหลงใหลในดินและการปั้น

ทุกคนเคยเห็นผลงานของวายุพัดครั้งแรกที่งานไหนกันบ้าง? สำหรับผู้เขียนเองคงเป็นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในงาน Mango Art Festival 2024 ที่เชียงใหม่ ผลงานของวายุพัดดึงดูดสายตาทุกคนให้ต้องเดินเข้าไปชม อาจเป็นเพราะด้วยรูปลักษณ์และสีที่เหมือนรูปปั้นสไตล์เทพกรีก แต่เมื่อมองดีๆ ก็เห็นว่า จริงๆ แล้วรูปปั้นนั้นนุ่งผ้าแบบไทยๆ มีเครื่องประดับแบบเทวดาตามความเชื่อไทย หรือแม้กระทั่งเครื่องประดับสตรีที่เราอาจเห็นบนผนังวัด และนี่คือเสน่ห์งานปั้นจากฝีมือของวายุพัด ศิลปินรุ่นใหม่ผู้อยากสร้างประติมากรรมที่พาโลกตะวันออกและตะวันตกได้มาบรรจบกัน

ONCE ได้คุยกับวายุพัด หลังจบเวิร์กช็อปปั้นดิน Terracotta กิจกรรมที่เกิดขึ้นจากโปรแกรมศิลปินพำนัก “Making Matters 2026” ที่บ้านตรอกถั่วงอกได้จัดขึ้นร่วมกันกับเหล่าศิลปิน นักออกแบบ และคนทำงานสร้างสรรค์ ให้ได้มาสร้างโปรเจกต์ของตัวเองในพื้นที่ชั้น 3 ของบ้านตรอกถั่วงอก ซึ่งในโปรแกรมนี้ไม่เพียงแค่ให้ศิลปินและคนทำงานสร้างสรรค์มาสาดตัวตนผ่านผลงาน แต่ยังได้เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้เข้ามาดูผลงานที่เกิดขึ้นในโปรแกรมนี้ แถมยังมีการจัดเวิร์กช็อปสำหรับการจัดแสดงงานของศิลปินในแต่ละรอบอีกด้วย

เวิร์กช็อปปั้นดินของวายุพัดรอบนี้มาในคอนเซปต์ ‘ภาพจับ’ หรือที่หมายถึงภาพเขียนการต่อสู้หรือประจันหน้ากันในวรรณคดีไทย วายุพัดเลยหยิบยกคำนี้มาตีความและชวนตั้งคำถามในเวิร์กช็อปนี้ว่า ‘จะเป็นอย่างไร ถ้างานปั้นที่ดูนิ่งและมั่น สามารถบันทึกอารมณ์ของสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้’ เวิร์กช็อปในครั้งนี้วายุพัดจึงให้ผู้เข้าร่วมเลือกช่วงจังหวะเวลาที่ตนเองชื่นชอบ แล้วเรียนรู้เทคนิคการปั้นไปพร้อมๆ กับการได้เข้าใจสไตล์งานของวายุพัดว่า ผลงานของเขาแม้จะใช้เทคนิคหรือรูปร่างบางส่วนมีความเป็นตะวันตก แต่วายุพัดก็ไม่ลืมที่จะพารากเหง้าวัฒนธรรมไทยหรือความเป็นตะวันออกใส่เข้าไปในงานเสมอ

ทำไมวายุพัดจึงอยากพาโลกตะวันตกและตะวันออกมาบรรจบกันนะ? บทความนี้คืออีกชิ้นส่วนหนึ่งจากตัวตนวายุพัดที่ ONCE กำลังจะพาทุกคนไปรู้จักเขามากขึ้น

วายุพัดเริ่มทำงานปั้นตั้งแต่ตอนไหน

ผมโตมากับคุณพ่อที่ทำงานเทคนิคไทย งานหัตถศิลป์ไทยอยู่แล้ว คือผมเติบโตมาในครอบครัวที่อยู่ในสำนักช่างสิบหมู่ ผมโตมากับงานสไตล์ไทยๆ บวกกับคุณลุงของผมก็เป็นศิลปินที่ปั้นอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่โดยใช้เทคนิคตะวันตกเลย ผมเลยได้คลุกคลีกับงานปั้นมาตั้งแต่เด็กๆ ผมชอบไปช่วยคุณลุงนวดดินมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ผมชอบความชื้น ชอบที่ได้จับดินมาตั้งแต่ตอนนั้นเลย จนกระทั่งมีอีกจุดเปลี่ยนเมื่อตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยศิลปากรที่ผมได้เปิดโลกของศิลปะตะวันตก แล้วก็เริ่มอยากหยิบสิ่งที่ชอบทั้งสองอย่างมารวมกัน

เทคนิคการปั้นแบบไทยและตะวันตกมาบรรจบกันยังไงบ้าง

อย่างการเอาลายไทย เครื่องยอดของไทยที่คนอื่นอาจจะไม่คุ้นชิ้น แต่ผมเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ มาผสมผสานกับท่าทางสไตล์ตะวันตก งานของผมจึงเป็นงานที่มีท่าทางผ่อนคลาย มีอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งต่างจากเทวดาในจิตรกรรมไทยที่ทุกท่วงท่าต้องมีหลักเกณฑ์ ผมเลยเอาสองฝั่งมารวมกันในแบบที่ผมชอบครับ

ถ้าให้อธิบายแบบชัดเจนขึ้น การปั้นสักรูปหนึ่งมักต้องมีการออกแบบ มีการเขียนโครงสร้าง ภายในรูปปั้นต้องมีเหล็กข้างใน หรือเรียกว่ามีการใช้หลักเกณฑ์เข้ามาจับกับการปั้นรูปทรง ขนบของประเพณีไทยมีเส้นที่คุ้นชินอยู่แล้ว เส้นรูปทรงตัวก็เป็นเส้นตรง หรืออย่างเส้นของแขนก็ต้องเป็นเส้นทรงกระบอกเลย ซึ่งต่างจากการปั้นแบบตะวันตก เพราะเทคนิคตะวันตกจะมองว่า สิ่งที่กำลังจะปั้นนั้นจะต้องสื่ออารมณ์อะไร แล้วจะต้องเน้นกล้ามเนื้อแบบไหน หรือว่าเน้นหน้าตา หรือว่าเน้นท่าทางแบบไหน ผมเลยจับข้อดีของทั้งสองสิ่งนี้มาผสานกัน งานของผมคือการพยายามหาตรงกลางในความงามของทั้งงานไทยและงานตะวันตกครับ

แล้วเทคนิคงานปั้นของวายุพัดเป็นแบบไหน

ผมเป็นคนชอบทำรูปคนครับ แต่ว่าไม่ใช่แค่เป็นรูปเหมือนหรือรูปเคารพ ผมชอบทำอะไรที่มีความอุดมคติ หรือความเหนือจริง เช่น เทวดาแบบฝรั่งใส่สร้อยแบบไทยๆ มีการร่ายรำครึกครื้นแบบไทยๆ แต่ก็มีหลักการสร้างแบบตะวันตกคือการใช้รูปทรงแบบดั้งเดิมของตะวันตกเข้ามาด้วย ความสนุกอยู่ตรงนี้

แล้วจริงๆ ประติมากรรมทำได้เยอะแบบไม่มีวันหมดเลยนะครับ (หัวเราะ) แค่เรื่องการทดลองกับเรื่องประเภทดิน เราก็ทดลองกันแบบไม่รู้จะทดลองได้หมดหรือเปล่า เช่น การเอาดินต่างชนิดกันมาผสมกัน แล้วเอาไปเผาที่ต่างบรรยากาศ ต่างอุณหภูมิ หรือไฟแต่ละช่วงต่างกัน แค่นี้ผลงานที่ออกมาก็ต่างกันแล้ว แต่สำหรับผมเอง ผมชอบความเป็นดินมากๆ โดยเฉพาะดินเทอร์ราคอตตา เพราะว่าเป็นดินที่มีความสดที่สุดแล้ว ในแง่ว่าเราปั้นยังไง เมื่อเผาออกมาก็จะเป็นอย่างนั้นเลย ทั้งร่องรอยลายนิ้วมือของเราก็จะอยู่ตรงนั้นในจุดที่เราปั้นและสัมผัสเลย เป็นชิ้นงานที่จะไม่ผ่านการเจียและการขัดเลยครับ

วายุพัดมีผลงานประติมากรรมฝั่งตะวันตกที่ชอบเป็นพิเศษไหม

อันดับหนึ่งฝั่งตะวันตกของผมเลยก็ต้องเป็น โอกุสต์ รอแด็ง เขาใช้ท่าทางและรูปร่างในการเล่าเรื่องราวหรือและสื่ออารมณ์ที่ชัดเจนมากๆ แล้วผมก็ชื่นชอบศิลปินฝั่งตะวันตกอีกหลายท่าน ได้แรงบันดาลใจจากศิลปินเหล่านั้นในการนำมาผสมผสานกับเทคนิคของคุณพ่อ อย่างงานหัตถศิลป์ เช่น การทำหัวโขน การลงรักปิดทอง หรือการแกะสลักไม้ นำมาผสมผสานกับทุกงานของผมเลยครับ

คนไทยกับงานประติมากรรมดูเป็นรื่องไกลตัว หรือใกล้สุดคือการเห็นรูปปั้นอนุสาวรีย์ วายุพัดในฐานะศิลปินมองงานประติมากรรมเป็นแบบไหน

จริงๆ ตอนนี้ประติมากรรมมันไม่จำกัดความแล้ว ไม่ใช่แค่การปั้นรูปเหมือน หรือการปั้นบุคคล หรือปั้นอนุสาวรีย์เพียงอย่างเดียว เพราะประติมากรรมเปิดกว้างมากๆ เลย เอาจริงๆ แค่ในมือเราถือดิน แล้วตบมือลงไป ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับการตบดิน ณ ขณะนั้นก็คือประติมากรรม โดยไม่จำเป็นต้องเป็นรูปทรงอะไรด้วยซ้ำไป งานปั้นมันสนุกตรงนี้ เพราะเราสามารถเล่นอะไรได้หลายอย่างในงานประติมากรรม เพราะไม่ว่าจะพื้นที่ สถานที่ อากาศ อารมณ์ วัสดุ หรือแม้กระทั่งพื้นผิวต่างๆ งานประติมากรรมก็ทำงานกับสิ่งเหล่านี้ได้ครับ

เคยมีนิทรรศการเดี่ยวหรือยัง

ถ้าเดี่ยวแบบจริงๆ จังๆ เหมือนจะยังไม่มีนะครับ (หัวเราะ) ส่วนใหญ่เป็นการร่วมงานกันหรืออย่างเป็นการร่วมเทศกาลมากกว่า ผมอยากมีนิทรรศการเดี่ยวเหมือนกันนะ แต่คิดว่าคงยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ เพราะว่างานปั้นไม่ใช่แค่การเอารูปปั้นไปตั้งที่ไหนก็ได้ ต้องไปดูพื้นที่ก่อนว่าพื้นที่ตรงนี้ทำอะไรได้บ้าง เพราะถ้าแสงเปลี่ยน อารมณ์ของประติมากรรมก็เปลี่ยนไปด้วย

การจะจัดแสดงงานประติมากรรมชิ้นหนึ่งต้องมีการทำการบ้านเยอะมาก ตั้งแต่การสำรวจสถานที่ การค้นหาวัสดุหรือวัตถุดิบที่เข้ากับพื้นที่และงานนั้นๆ แล้วจึงค่อยเริ่มการออกแบบและปั้นชิ้นงาน ต้องดูเรื่องแสงและไฟ สภาพอากาศ หรือแม้กระทั่งกลิ่นของสถานที่ แถมยังต้องคิดเรื่องการขนย้ายเอาไว้ด้วย คนทำงานสายประติมากรรมต้องคำนึงถึงหลายอย่างจริงๆ ครับ

อะไรคือเสน่ห์ของงานประติมากรรมสำหรับวายุพัด

เสน่ห์ของดินล้วนๆ เลยครับ เพราะดินสามารถเปลี่ยนเป็นรูปทรงอะไรก็ได้ตามความคิดของเราเลย จากดินที่ เปลี่ยนรูปทรงได้ตลอดเวลา ก็กลายมาเป็นของแข็งๆ ด้วยการเผาได้ หรือเราสามารถบันทึกร่องรอยลายนิ้วมือ หรือจังหวะสำคัญได้ดีมากๆ เรียกว่าแทบจะมากกว่าเทคนิคอื่นๆ เลย เพราะเมื่อเราคิดอะไรและได้ปั้นออกมาแล้ว ก็จะได้เห็นทั้งมิติ ความงามของมัน สภาวะอารมณ์ อากาศ ณ ขณะนั้น นี่คือความพิเศษของดินจริงๆ ครับ

ดูนิทรรศการของวายุพัดในโปรแกรม “Making Matters 2026”
วันที่ 28 มิถุนายน - 5 กรกฎาคม เวลา 10.00 - 22.00 น.
เข้าชมฟรี
บ้านตรอกถั่วงอก

ผู้ที่สนใจเวิร์กช็อป “Capture memories with clay”
เลือกวันเข้าร่วมได้ 1 วัน : วันที่ 6, 7, 13 หรือ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 - 18.00 น.
1,490 บาท
บ้านตรอกถั่วงอก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...