แฉยับ! “ชัชชาติ” โยงระบบอากง กินรวบ กทม.
สุดสัปดาห์แห่งการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569 นอกเหนือจากเกมประชันนโยบายและคะแนนนิยมของแชมป์เก่าอย่าง "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" ที่ยังคงรั้งอันดับหนึ่งในทุกสำนักโพลอย่างเหนียวแน่น
แต่แล้ว…สมรภูมิเสาชิงช้าก็มีมาต่อเนื่อง เกิดอาการสั่นสะเทือนระดับ 8 ริกเตอร์ทันที เมื่อสปอตไลต์ถูกสาดส่องไปยังข้อกล่าวหาฉาวโฉ่ในแวดวงข้าราชการ กทม. ลามไปถึงการตั้งคำถามต่อความสุจริตโปร่งใสของตัวเต็งอันดับหนึ่ง หลังถูกพรรคการเมืองคู่แข่งตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดโปงสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบอากง” เชื่อมโยงเครือข่ายคอนเนกชันสถาบันการศึกษาดัง และเม็ดเงินทุจริตตั๋ว ผอ.เขต สูงถึง 4 ล้านบาท
วันนี้ (6 มิถุนายน 2569) “คริส โปตระนันทน์” สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ ได้แถลงเปิดปฏิบัติการ "ทุบระบอบอากง" กางผังแฉขบวนการที่ถูกอ้างว่าเป็น "ผังทำมาหากินแบบเส้นเลือดฝอย" โดย “คริส” ระบุว่า ระบอบนี้มี "อากง" ซึ่งเป็นข้าราชการการเมืองที่ “ชัชชาติ” แต่งตั้ง ทำหน้าที่เป็น "ผู้ว่าฯ เงา" คอยรันงาน กทม. อยู่เบื้องหลัง และมีอดีต ผอ.เขต อักษรย่อ "ปร." ทำหน้าที่เป็นมือขวาคอยเรียกผู้ช่วยเขตไปเจรจาซื้อขายตำแหน่ง ผอ.เขต ในราคา 4 ล้านบาท ณ เซฟเฮาส์ย่านสุทธิสาร ใครไม่จ่าย… ก็ไม่ได้ขึ้น
“คริส” ยังระบุว่า ระบอบอากงนี้ถือเป็นหนึ่งใน "จุฬาคอนเนกชัน" ของ “ชัชชาติ” ที่เกาะกิน กทม. ตั้งแต่ฝ่ายเทศกิจรีดส่วยแผงลอยและต่างชาติ ฝ่ายโยธาฯ แกล้งเตะถ่วงใบอนุญาตตึกใหญ่เพื่อเรียกเงินใต้โต๊ะใบละเกือบแสนบาท ทำรายได้เขตละ 10 ล้านต่อปี ไปจนถึงฝ่ายรักษาฯ ที่นำรถดูดส้วมและรถขยะหลวงไปรับงานนอกแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว
“คริส” บอกอีกว่า ระบอบอากงกินใบอนุญาต และไม่ใช่กินใบอนุญาตอย่างเดียว กินขี้ด้วย กินรถดูดส้วม กินต้นไม้ กินรถขนขยะ แล้วท่านชัชชาติจะถือตัวเองเป็นพระ จะบริสุทธิ์คนเดียวใน กทม. แล้วให้พวกเราเลือกท่าน แล้วยังมีระบอบเงาอยู่ข้างหลัง มันไม่ใช่ จึงขอเรียกร้องให้ท่านชัชชาติกล้าประกาศจัดการระบบอากง อย่าทำตัวเหมือนบ้านใหญ่"
ตัดมาที่ฟากฝั่งของ "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดอย่างทันควัน ยืนยันชัดเจนว่า "ระบอบอากง" ไม่เคยมีอยู่จริง เป็นเพียงคำที่ตั้งขึ้นมาเองเพื่อโจมตีและดิสเครดิตทางการเมืองในช่วงเลือกตั้ง
“ชัชชาติ” ย้ำว่า การแต่งตั้งโยกย้ายมีคณะกรรมการคัดเลือกตามเกณฑ์ความสามารถ ไม่มีใครมีอำนาจเบ็ดเสร็จ หากตนไปรับเงินก็เท่ากับต้องตกเป็นทาสและเป็นลูกน้องของผู้จ่ายเงินไปตลอดชีวิต ไม่สามารถทำงานรับใช้ประชาชนได้ ยืนยันตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ทำงานหนักปราบโกงจริงจังจนไล่ข้าราชการผิดวินัยออกไปแล้วถึง 41 คน โดยท้าหาก “คริส” และ “จิรายุ ห่วงทรัพย์” มีหลักฐานส่วยโยธาจริง ให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับ ป.ป.ช. ทันที พร้อมส่งสัญญาณเตือนว่า การให้ข้อมูลเท็จในช่วงเลือกตั้ง มีความผิดทางอาญา ซึ่งตนได้ส่งทีมกฎหมายมอนิเตอร์แล้ว
หากมองอย่างเป็นกลาง ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ในรอบนี้ ปมร้อนเรื่อง "ตั๋ว ผอ.เขต 4 ล้าน" และ "จุฬาฯ คอนเนกชัน" ได้กลายเป็นโจทย์ข้อนิรันดร์ที่คนกรุงกำลังเฝ้ารอหลักฐานเชิงประจักษ์
บทสรุปการยื่นพยานหลักฐานในชั้น ป.ป.ช. จะออกมาเป็นอย่างไร และกระแสตรวจสอบทุจริตนี้จะทำลายฐานเสียงแลนด์สไลด์ของแชมป์เก่าได้หรือไม่ วันที่ 28 มิถุนายนนี้ คำตอบอยู่ในมือประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews