โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไม Introvert Pro Max สบายใจที่ได้อยู่กับ Extrovert Pro Max 5 กฎเหล็กที่ทำให้ความแตกต่าง กลายเป็นมิตรภาพที่เข้ากันได้ลงตัว

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ทำไมคนที่มีบุคลิกเก็บตัวสุดๆ แบบ Introvert Pro Max ถึงมักจะรู้สึกสบายใจเมื่อได้ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนที่ชอบเข้าสังคมไม่หยุดอย่าง Extrovert Pro Max ด้วย?

อาจเป็นเพราะเพื่อนที่ชอบเข้าสังคมเป็นเหมือนเกราะคุ้มกันให้กับคนที่ชอบเก็บตัว เพราะเขาจะคอยทำหน้าที่ออกหน้า รับมือกับผู้คนใหม่ๆ ดึงดูดความสนใจ และเป็นผู้ดำเนินบทสนทนาหลัก ทำให้คนกลุ่ม Introvert ไม่ตกเป็นเป้าสายตาและไม่ต้องฝืนพยายามหาเรื่องคุยให้เหนื่อย

นอกจากนั้น เพื่อนสาย Extrovert ก็ช่วยสร้างสีสันและนำพาความตื่นเต้นให้แต่ละวัน ช่วยเติมเต็มความมีชีวิตชีวาโดยที่คนเก็บตัวยังคงรู้สึกปลอดภัยในพื้นที่ของตนเอง นับเป็นความลงตัวที่ฝ่ายหนึ่งเองก็มีความสุขกับการพักผ่อนอย่างสงบและเป็นผู้ฟังที่ดี ส่วนอีกฝ่ายก็ได้รับการตอบสนองความต้องการสื่อสารและแบ่งปันเรื่องราวอยู่ตลอดเวลา

เพื่อที่จะเข้าใจความสัมพันธ์นี้ให้ลึกซึ้งขึ้น เราต้องย้อนกลับไปมองรากฐานทางจิตวิทยากันก่อน นพ.ลัญฉน์ศักดิ์ อรรฆยากร แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลเมดพาร์ก ได้อธิบายไว้ว่า คำว่า Introvert (บุคลิกภาพแบบเก็บตัว) และ Extrovert (บุคลิกภาพแบบแสดงตัว) เป็นแนวคิดที่ถูกบัญญัติขึ้นครั้งแรกโดย คาร์ล กุลสตาฟ จุง จิตแพทย์และนักจิตวิทยาชื่อดังชาวเยอรมัน

หัวใจสำคัญของทฤษฎีนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครพูดเก่งกว่าใคร แต่อยู่ที่ "วิธีการชาร์จพลังงาน" ของแต่ละคน จุงพบว่าผู้ที่เป็น Extrovert จะชาร์จพลังงานและรู้สึกมีชีวิตชีวาจากการได้อยู่ท่ามกลางผู้คน ได้มีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก และได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่เป็น Introvert จะรู้สึกเหมือนแบตเตอรี่เต็มเมื่อได้อยู่กับตัวเอง ได้ใช้ความคิดทบทวนสิ่งต่างๆ อย่างสงบ และอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวที่ปลอดภัย

สอดคล้องกับข้อมูลจากมูลนิธิ Cleveland Clinic ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่าความแตกต่างของสองบุคลิกนี้คือวิธีการดึงพลังงานและการประมวลผลต่อโลก Introvert ดึงพลังงานจากแหล่งภายในจิตใจ ส่วน Extrovert ดึงพลังงานจากสิ่งเร้าภายนอก

เห็นอย่างนี้แล้ว แม้ความสัมพันธ์ระหว่าง Introvert และ Extrovert จะดูเป็นการจับคู่ที่เติมเต็มซึ่งกันและกันได้ดี แต่ในความเป็นจริง หากขาดความเข้าใจ ความที่ไม่เหมือนกันแบบนี้ ก็สร้างรอยร้าวระหว่างกันได้ง่ายๆ

ปัญหาคลาสสิกที่มักเกิดขึ้นคือ ฝ่าย Extrovert อาจมองว่าเพื่อน Introvert นั้นน่าเบื่อเกินไป เอาแต่หมกตัวอยู่คนเดียว ในขณะที่คน Introvert ก็อาจแอบคิดว่าอีกฝ่ายทำตัวติดสังคมมากเกินไปจนไม่รู้จักความสงบ หากปล่อยไว้โดยไม่ปรับตัว ความไม่เข้าใจเหล่านี้อาจทำลายมิตรภาพลงได้

ด้านล่างนี้คือ 5 วิธี ที่จะช่วยให้มิตรภาพสองขั้วนี้อยู่รอดและเรียนรู้ที่จะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้อย่างยั่งยืน

1. เข้าใจว่าเราแตกต่างกัน

จุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่แข็งแรงคือการยอมรับว่ากระบวนการทำงานของสมองทั้งสองฝ่ายต่างกัน ในเชิงวิทยาศาสตร์ สมองส่วนหน้าของ Introvert จะมีความหนามากกว่า ซึ่งเป็นพื้นที่เกี่ยวกับการตัดสินใจและการใช้ความคิดลึกซึ้ง ทำให้พวกเขาต้องใช้เวลาใคร่ครวญข้อมูลนานกว่า ในขณะที่ Extrovert ซึ่งมีเนื้อสมองส่วนนี้น้อยกว่า จะประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็วและมีแนวโน้มตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ฉับไวกว่า

นอกจากนี้ แม้ทั้งคู่จะมีสารโดปามีนเท่ากัน แต่ระบบตอบสนองโดปามีนของ Extrovert จะทำงานได้ไวกับสิ่งเร้าภายนอก ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ไปปาร์ตี้ แต่ Introvert กลับรู้สึกเหนื่อยล้าหรือกังวลแทน เพราะสมองของพวกเขาจะรู้สึกเป็นสุขกับสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) มากกว่า ซึ่งเป็นสารที่หลั่งเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่สงบและได้ใช้ความคิด เมื่อเข้าใจกลไกเหล่านี้แล้ว เราก็จะไม่คาดคั้นให้อีกฝ่ายรู้สึกสนุกกับสิ่งเดียวกับเรา

2. หาจุดสมดุลในกิจกรรมร่วมกัน

หัวใจสำคัญคือการประนีประนอม เพราะความสนใจของทั้งคู่มักจะสวนทางกัน ฝ่ายหนึ่งอาจอยากไปเทศกาลดนตรีที่คนพลุกพล่าน ส่วนอีกฝ่ายอาจอยากแค่ไปเดินป่าเงียบๆ หรือนั่งคุยกันในคาเฟ่

การรักษามิตรภาพคือการพบกันครึ่งทาง คนที่เป็น Introvert อาจจะต้องยอมสละความสบายใจชั่วคราวเพื่อไปร่วมงานวันเกิดของเพื่อนสนิทเพื่อแสดงความใส่ใจ ในขณะเดียวกัน คนที่เป็น Extrovert ก็อาจสละเวลามานั่งฟังหรือพูดคุยในประเด็นชีวิตลึกซึ้งแบบตัวต่อตัวบ้าง

หากปล่อยให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเป็นคนฝืนตัวเองอยู่ตลอดเวลา มิตรภาพนั้นอาจกลายเป็นความอึดอัดและทำลายความเคารพตัวเองในที่สุด

3. นิยามความเป็นเพื่อน ด้วยคุณค่าที่ลึกซึ้งกว่าแค่การทำกิจกรรม

หลายคนมักเข้าใจผิดว่ามิตรภาพที่ดีต้องวัดจากการทำกิจกรรมร่วมกัน หรือการมีงานอดิเรกเหมือนกันเสมอไป แต่สำหรับเพื่อนที่อยู่คนละขั้วบุคลิกภาพ การเชื่อมโยงกันด้วยคุณค่าในชีวิตนั้นสำคัญกว่ามาก

แม้จะไม่ค่อยได้เจอกันเพราะชอบสถานที่ที่ต่างกัน แต่เมื่อไรที่ได้คุยกัน ก็ยังแบ่งปันเรื่องราวได้เสมอ ตั้งแต่วิถีชีวิต ความฝัน เป้าหมาย ไปจนถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ ถ้าเข้าใจได้แบบนี้ ก็จะช่วยให้มิตรภาพแข็งแกร่งแม้จะไม่ได้ไปไหนมาไหนกันบ่อยๆ ก็ตาม

4. สื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา เมื่อเกิดความไม่เข้าใจ

เนื่องจากวิธีการมองโลกและการตอบสนองต่อความสุขนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การคาดหวังให้อีกฝ่ายมีแรงจูงใจร่วมกันทุกอย่างแบบร้อยเปอร์เซ็นต์จึงเป็นไปได้ยาก

หากเกิดความรู้สึกว่าเพื่อนไม่ใส่ใจความรู้สึก หรือโดนลากออกจากเซฟโซนมากเกินไป สิ่งสำคัญที่สุดคือการสื่อสาร การพูดคุยกันอย่างเปิดอกจะช่วยลดความสับสน ทำให้แต่ละฝ่ายรู้ขีดจำกัดของกันและกัน และหาทางแก้ไขที่เหมาะสมได้ก่อนที่ความขัดแย้งจะบานปลาย

5. เรียนรู้บทเรียนจากอีกฝ่าย ที่หาไม่ได้ในตัวเรา

มิตรภาพที่แตกต่างคือบทเรียนที่ดีที่สุด ฝ่าย Introvert สามารถเรียนรู้จากเพื่อนได้ว่า การพูดคุยทักทายเรื่องสัพเพเหระแบบ Small talk ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหากเราไม่คิดมากเกินไป การปลีกวิเวกเป็นเรื่องดีแต่การแยกตัวโดดเดี่ยวตลอดเวลาอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพตัวเองได้ และอย่าปล่อยให้ความกลัวการถูกปฏิเสธมาขัดขวางการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ

ในทางกลับกัน ฝ่าย Extrovert ก็จะได้เรียนรู้ว่า การอยากอยู่คนเดียวไม่ใช่ความแปลกประหลาด คุณค่าในชีวิตไม่จำเป็นต้องผูกติดกับการถูกรายล้อมด้วยผู้คนเสมอไป และบทเรียนชีวิตที่มีค่าที่สุด มักตกผลึกได้ในช่วงเวลาที่เราเงียบสงบและได้อยู่กับความคิดของตัวเองโดยปราศจากสิ่งรบกวนภายนอก

เมื่อไรก็ตามที่ทั้ง Introvert และ Extrovert ปรับจูนเข้าหากันได้ด้วยความเข้าใจ ความแตกต่างที่เคยดูเหมือนเส้นขนาน ก็จะกลายเป็นจิ๊กซอว์ที่เข้ามาเติมเต็มได้อย่างสมบูรณ์

ความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้ช่วยให้เราเรียนรู้วิธีอยู่ร่วมกับผู้อื่น และสะท้อนให้เห็นความยืดหยุ่นในตัวเราเองด้วย เพราะโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่ความเงียบสงบ หรือสีสันความสนุกสนานเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สังคมขับเคลื่อนได้ด้วยความสมดุลจากทั้งสองสิ่งรวมกัน

ท้ายที่สุดแล้ว จิ๊กซอว์ชิ้นที่มีรูปทรงต่างจากเรามากที่สุด อาจจะเป็นชิ้นส่วนที่ต่อเข้ากับชีวิตของเราได้ลงตัวพอดีที่สุดก็เป็นได้

อ้างอิง:

https://www.medparkhospital.com/lifestyles/introvert-vs-extrovert

https://www.facebook.com/ClevelandClinic/posts/the-main-difference-between-introverts-and-extroverts-comes-down-to-how-you-rech/1415970257244926/

https://theintrovertedmisfit.com/blog/introvert-extrovert-friendship

บทความต้นฉบับได้ที่ : ทำไม Introvert Pro Max สบายใจที่ได้อยู่กับ Extrovert Pro Max 5 กฎเหล็กที่ทำให้ความแตกต่าง กลายเป็นมิตรภาพที่เข้ากันได้ลงตัว

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...