โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แค่เติมสิ่งนี้ 1 ช้อนชาก่อนหุง! เคล็ดลับกู้ชีพ "ข้าวเก่า" ให้หอมนุ่มเงาสวยราวกับข้าวใหม่

sanook.com

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
แค่เติมสิ่งนี้ 1 ช้อนชา! เผยเคล็ดลับหุงข้าวเก่าให้หอมนุ่ม ผิวเงาสวยราวกับ

แค่เติมสิ่งนี้ 1 ช้อนชา! เผยเคล็ดลับหุงข้าวเก่าให้หอมนุ่ม ผิวเงาสวยราวกับ "ข้าวใหม่"

ข้าวสวยร้อนๆ คือหัวใจหลักของมื้ออาหารในทุกๆ วัน และแน่นอนว่าใครๆ ก็อยากหุงข้าวให้ออกมานุ่มฟูหอมอร่อย น่ารับประทานที่สุด แต่บางครั้งเมื่อต้องเจอกับปัญหา "ข้าวเก่า" หรือข้าวค้างปีที่มีลักษณะแห้งกระด้าง หุงออกมาแล้วร่วนซุยไม่มียางข้าว หลายคนอาจถอดใจ

ล่าสุด สื่อญี่ปุ่น grape ได้เผยแพร่ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ Yamada Bee Farm ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผึ้งรายใหญ่ของญี่ปุ่น เกี่ยวกับเคล็ดลับการหุงข้าวให้ "นุ่มฟู เม็ดเงางาม" ด้วยการใส่ส่วนผสมลับเพียง 1 ช้อนชา

3 เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ทำไม "น้ำผึ้ง" ถึงช่วยกู้ชีพข้าวสวยได้

เคล็ดลับที่ว่านี้คือการเติม "น้ำผึ้ง" ลงไปในหม้อหุงข้าว ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญจาก Yamada Bee Farm ได้อธิบายถึงกลไกตามธรรมชาติ 3 ประการที่ทำให้น้ำผึ้งสามารถเปลี่ยนเนื้อสัมผัสของข้าวได้อย่างเหลือเชื่อดังนี้

  • 1. พลังแห่งเอนไซม์ดึงความหวานตามธรรมชาติ: ในน้ำผึ้งมีเอนไซม์ที่ชื่อว่า "อะไมเลส" ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยย่อยสลายแป้งในเมล็ดข้าวให้กลายเป็นน้ำตาล กระบวนการนี้จะช่วยชูรสชาติและดึงความหวานดั้งเดิมของเมล็ดข้าวให้ออกมาเด่นชัดยิ่งขึ้น
  • 2. พลังการกักเก็บน้ำช่วยให้ข้าวนุ่มเด้ง ไม่แห้งแข็ง: ส่วนประกอบหลักของน้ำผึ้งคือ น้ำตาลฟรักโทสและกลูโคส ซึ่งมีประสิทธิภาพในการโอบอุ้มและกักเก็บโมเลกุลของน้ำได้ดีมาก ส่งผลให้น้ำสามารถแทรกซึมเข้าไปถึงแกนกลางของเมล็ดข้าว และล็อกความชุ่มชื้นเอาไว้ไม่ให้ระเหยออกไปตอนหุงเสร็จ ข้าวสวยจึงคงความนุ่มหนึบได้ยาวนานแม้จะตั้งทิ้งไว้จนเย็น
  • 3. สารเคลือบเงาให้เมล็ดข้าวสวยแวววาว: ความเข้มข้นของน้ำตาลในน้ำผึ้งจะทำหน้าที่เป็นฟิล์มบางๆ เคลือบอยู่บริเวณผิวชั้นนอกของเมล็ดข้าว ทำให้ข้าวที่หุงเสร็จแล้วดูมีประกายเงางาม เรียงเม็ดสวย น่ารับประทานเหมือนข้าวใหม่ที่เพิ่งเก็บเกี่ยว

ขั้นตอนการหุงข้าวสูตร "น้ำผึ้ง" สำหรับข้าวธรรมดาและข้าวเก่า

วิธีการทำนั้นง่ายมากและไม่มีกลิ่นน้ำผึ้งรบกวนรสชาติอาหาร โดยมีขั้นตอนและสัดส่วนที่เหมาะสมดังนี้

สำหรับข้าวธรรมดา (อัตราส่วน ข้าว 2 ถ้วย : น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา)

  • ซาวข้าวสารตามปกติ และเติมน้ำให้ตรงตามขีดวัดของหม้อหุงข้าว
  • ตวงน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ใส่ลงไปในหม้อ
  • เนื่องจากน้ำผึ้งมีความหนาแน่นสูงและจมดักอยู่ก้นหม้อได้ง่าย *สิ่งสำคัญคือต้องคนจากก้นหม้อเบาๆ ให้น้ำผึ้งละลายเข้ากับน้ำจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน*
  • กดสวิตช์หุงข้าวตามปกติ

สูตรพิเศษสำหรับกู้ชีพ "ข้าวเก่าค้างปี" (อัตราส่วน ข้าว 2 ถ้วย : น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ)

สำหรับข้าวเก่าที่สูญเสียความชุ่มชื้นไปตามกาลเวลา ให้เพิ่มปริมาณน้ำผึ้งเป็น 1 ช้อนโต๊ะ และหลังจากคนละลายน้ำผึ้งเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้แช่ข้าวทิ้งไว้ในหม้อประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงก่อนกดสวิตช์หุง เพื่อเปิดโอกาสให้ระบบกักเก็บน้ำของน้ำผึ้งทำงานได้อย่างเต็มที่ ข้าวเก่าที่เคยแห้งร่วนจะกลับมานุ่มเด้งสู้ฟันราวกับข้าวใหม่ทันที

iStockphoto

ข้อควรระวังขั้นเด็ดขาด: ห้ามใช้เลี้ยงเด็กทารกอายุต่ำกว่า 1 ขวบ

แม้ว่าการหุงข้าวใส่น้ำผึ้งจะมีประโยชน์และปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ แต่มีข้อควรระวังทางการแพทย์ที่สำคัญมากคือ ห้ามนำข้าวที่หุงด้วยสูตรนี้ไปให้เด็กทารกที่มีอายุต่ำกว่า 1 ขวบรับประทานโดยเด็ดขาด เนื่องจากในน้ำผึ้งดิบอาจมีสปอร์ของแบคทีเรีย Clostridium botulinum ปะปนอยู่

ซึ่งระบบทางเดินอาหารและจุลินทรีย์ในลำไส้ของทารกยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่เพื่อต่อต้านเชื้อชนิดนี้ได้ ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเกิด "โรคโบทูลิซึมในทารก" ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต และที่สำคัญเชื้อชนิดนี้ไม่สามารถทำลายได้ด้วยความร้อนจากการหุงข้าว ดังนั้นจึงต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด ส่วนเด็กที่มีอายุ 1 ขวบขึ้นไปและผู้ใหญ่สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัยไม่มีข้อกังวล

การเปลี่ยนข้าวธรรมดาหรือข้าวเก่าที่เหลือติดก้นครัวให้กลายเป็นข้าวสวยเกรดพรีเมียมแวววาวเคี้ยวเพลิน สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้น้ำผึ้งขวดเดียวในครัว นับเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาแม่บ้านญี่ปุ่นที่ทำตามได้จริงและช่วยเพิ่มความสุขอรรถรสในมื้ออาหารได้อย่างดีเยี่ยม

แหล่งอ้างอิง

  • Grape
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...