โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มันสำปะหลังส่อวิกฤตหนัก ขาดท่อนพันธุ์-โรคระบาดผลผลิตวูบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงรอบใหม่ แม้ราคาหัวมันสดยังอยู่ในระดับดี แต่ภาคเกษตรกลับเจอปัญหาซ้อนทับ ทั้งภัยแล้ง ฝนล่าช้า ท่อนพันธุ์ขาดแคลน โรคใบด่างระบาดเกือบทั่วประเทศ และโรคพุ่มแจ้ที่เริ่มรุนแรงจากสภาพอากาศร้อน-เอลนีโญ ทำให้ผลผลิตฤดูกาลปี 2569/2570 ถูกประเมินว่าอาจลดต่ำกว่า 20 ล้านตัน กระทบตั้งแต่ชาวไร่ โรงงานแป้ง ลานมัน ไปจนถึงภาคส่งออก

นายรังษี ไผ่สอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์มันสำปะหลัง น่าเป็นห่วงมาก และโรคพุ่มแจ้ที่เริ่มพบมากขึ้นจากสภาพอากาศร้อน ส่งผลให้ผลผลิตปีหน้ามีแนวโน้มลดลง โดยปกติชาวไร่มันสำปะหลังจะเริ่มปลูกได้ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม หลังมีฝนชุดแรก แต่ปีนี้ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเมษายนยังไม่มีฝน ทำให้การปลูกล่าช้าออกไปจนถึงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ขณะที่ท่อนพันธุ์ที่เก็บไว้จำนวนมากแห้งตายจากภาวะแล้ง ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนท่อนพันธุ์อย่างหนัก

ท่อนพันธุ์ราคาพุ่ง-ผลผลิตลด

ขณะนี้ราคาท่อนพันธุ์ในตลาดปรับขึ้นไปถึงต้นละ 10 บาท แต่ยังหาซื้อได้ยาก เพราะท่อนพันธุ์จำนวนมากเสียหายจากภัยแล้ง ขณะที่ราคาหัวมันสดอยู่ในระดับดี แต่กลับไม่มีท่อนพันธุ์เพียงพอ หรืออาจต้องนำพันธุ์ที่มีปัญหาโรคมาปลูกต่อ ซึ่งเสี่ยงทำให้เกิดวิกฤตซ้ำซ้อน สำหรับโรคระบาด ขณะนี้โรคใบด่างมันสำปะหลังยังระบาดหนัก โดยพบในพื้นที่ประมาณ 40 จังหวัด

ในช่วงนี้เกษตรกรจำนวนมากเลือกเก็บต้นมันไว้เป็นท่อนพันธุ์มากกว่าขุดหัวมันออกขาย เพราะหากขุดแล้วไม่มีต้นพันธุ์ปลูกต่อพื้นที่เพาะปลูกอาจต้องว่างเปล่า ส่งผลให้หัวมันสดเข้าสู่โรงงานลดลง ขณะที่ต้นทุนการผลิตยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งค่าปุ๋ย น้ำมัน โดยราคาปุ๋ยบางสูตรปรับขึ้นจากกิโลกรัมละประมาณ 30 บาท เป็น 40-50 บาท นอกจากนี้สมาคมยังเป็นห่วงว่าหากราคามันสำปะหลังยังอยู่ในระดับสูง อาจจูงใจให้เกษตรกรที่ปลูกพืชอื่นหันมาปลูกมันสำปะหลังมากขึ้น แต่หากไม่มีท่อนพันธุ์สะอาดและเพียงพออาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่เพาะปลูก ขณะที่มาตรการช่วยเหลือโดยมีการเสนอของบประมาณ 800 ล้านบาทนั้นยังค้างอยู่ เมื่อมีการเปลี่ยน ครม.

“ปีหน้าเราจะไม่มีแป้งมัน ไม่มีมันเส้น ขาดแคลนแน่นอน เพราะตอนนี้ไม่มีต้นพันธุ์ โรคก็ระบาดหนัก ภัยแล้งก็หนัก แล้วงบประมาณที่ขอไว้ก็ยังไม่เข้า ครม. หากปล่อยให้ล่าช้าเกษตรกรจะเดือดร้อนหนัก และโรงงานจะขาดหัวมันสดป้อนการผลิต”

มันสำปะหลัง

โรคใบด่างระบาดแถมพุ่มแจ้ซ้ำ

นายอำนาจ สุขประสงค์ผล นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลัง เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าโรคใบด่างถือเป็นปัญหาใหญ่ของเกษตรกร เพราะระบาดเป็นวงกว้างจนควบคุมได้ยาก สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือ การขยายพันธุ์ต้านทานหรือพันธุ์ทนทานให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร หลังจากปัจจุบันเริ่มมีพันธุ์ต้านทานเข้าสู่ระบบบ้างแล้ว แต่ปริมาณยังมีน้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่เพาะปลูกจริง

ปัจจุบันมีการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการค้าภายใน ภายใต้งบฯ คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร หรือ คชก. ประมาณ 20 กว่าล้านบาท เพื่อจัดหาท่อนพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานหรือทนทาน ประมาณ 4 ล้านกว่าลำ และแจกจ่ายให้เกษตรกรไปแล้วในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมา

ส่วนโรคพุ่มแจ้ ซึ่งมีความรุนแรงกว่าโรคใบด่าง เพราะทำให้ผลผลิตเสียหายเกือบทั้งหมด หัวมันแห้ง ไม่มีเชื้อแป้ง และไม่มีผลผลิตให้เก็บเกี่ยว ต่างจากโรคใบด่างที่แม้ผลผลิตจะลดลงแต่ยังพอมีหัวมันเหลืออยู่บ้าง

“ใบด่างยังพอมีผลผลิต จากเดิมได้ 3-4 ตันอาจเหลือ 1-2 ตัน แต่พุ่มแจ้ผลผลิตหายไปเลย ตัวมันแห้งไปเลย ไม่มีเชื้อแป้ง ผลผลิตต่อไร่เรียกว่าหายเลย”

โรคพุ่มแจ้มีความเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศร้อน โดยปีนี้อากาศร้อนเป็นพิเศษจากภาวะเอลนีโญ ทำให้โรคเติบโตเร็วขึ้น และคาดว่าขณะนี้มีพื้นที่เสียหายแล้วหลายหมื่นไร่ ขณะที่ปัญหาสำคัญคือ ยังไม่มีพันธุ์ที่ต้านทานโรคพุ่มแจ้ได้ชัดเจน มีเพียงพันธุ์ที่ทนทานบางส่วนเท่านั้น

ชี้ปัญหามันต้องแก้ที่โครงสร้าง

ปัญหาพันธุ์มันสำปะหลังเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ในเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะข้อจำกัดภายใต้ พ.ร.บ.กักกันพืช ที่ทำให้การนำเข้าพันธุ์ใหม่เพื่อวิจัยและพัฒนาทำได้ล่าช้า ส่งผลให้ไทยพัฒนาพันธุ์ต้านทานได้ช้ากว่าคู่แข่ง เช่น เวียดนาม ถ้าจะทำให้ดีอาจต้องเอามันสำปะหลังออกจาก พ.ร.บ.กักกันพืช เพื่อให้การพัฒนาเร็วขึ้น

ก่อนหน้านี้มูลนิธิสถาบัน เคยนำพันธุ์ต้านทานเข้ามา แต่ต้องใช้เวลาขออนุญาตประมาณ 3-4 ปี ขณะที่ปัจจุบันเมื่อเกิดปัญหาโรคพุ่มแจ้ และต้องการนำพันธุ์ใหม่เข้ามาปรับปรุงพันธุ์ ก็ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงเกษตรฯ ดังนั้นภาครัฐต้องเร่งเดินหน้ากลไกคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง หรือ นบมส. หลังจากก่อนหน้านี้การดำเนินงานหยุดชะงักจากการยุบสภา ทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อนงบประมาณและมาตรการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้

ส่วนราคาหัวมันสดในประเทศขณะนี้ยังอยู่ในระดับดี หัวมันสดเชื้อแป้ง 25% อยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 3.00-3.60 บาท มันเส้นกิโลกรัมละ 7.60-8.00 บาท แป้งมันสำปะหลังกิโลกรัมละ 17-18 บาท ราคาส่งออกแป้งมันอยู่ที่ประมาณ 560-580 เหรียญสหรัฐต่อตัน FOB และราคาส่งออกมันเส้นอยู่ที่ 260-270 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่รัฐไม่ควรมองว่าราคาดีแล้วจึงไม่ต้องเร่งแก้ปัญหา เพราะปัญหาโรคระบาด พันธุ์มัน ผลผลิตต่อไร่ และต้นทุน เป็นปัญหาระยะยาวที่ต้องเริ่มแก้ทันที

ส่งออก Q1 หายแล้ว 7 พันล้าน

นอกจากปัญหาผลผลิตและโรคระบาดยังเผชิญแรงกดดันจากภาคการค้า โดยเฉพาะมันเส้นและมันเม็ดที่วัตถุดิบเข้าสู่ระบบลดลง หลายรายไม่มีวัตถุดิบทำการค้า บางลานเริ่มปิดกิจการหรือขายลานทิ้งเพียง 3 เดือนแรกรายได้จากการส่งออกทั้งแป้งมัน มันเส้น และมันเม็ด ลดลงไปแล้วกว่า 7,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันการขยายตลาดใหม่ยังทำได้ยาก เพราะไทยมีวัตถุดิบไม่เพียงพอ และราคาสินค้าสูงกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะแป้งมันสำปะหลังไทยที่ปัจจุบันราคาส่งออกอยู่ที่ 560-580 เหรียญสหรัฐต่อตัน และเมื่อรวมค่าระวางไปถึงปลายทางอาจแตะ 800 เหรียญ ทำให้แข่งขันกับแป้งมันฝรั่งหรือแป้งข้าวโพดได้ยากขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มันสำปะหลังส่อวิกฤตหนัก ขาดท่อนพันธุ์-โรคระบาดผลผลิตวูบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...