โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ยาเดียชี้มาตรการอีวีไทยชัด ปักหมุดขยายเครือข่ายทุกตำบลทั่วไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ค่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ยาเดีย ลั่นมั่นใจนโยบายอีวีไทย หลังรัฐบาลหนุนมาตรการอีวีชัดเจนสุดในอาเซียน ย้ำชี้นักลงทุนมั่นใจ เผยเตรียมเพิ่มกำลังผลิตเป็น 6 แสนคันต่อปี รับตลาดในประเทศและส่งออก ควบคู่กับการขยายเครือข่ายกระจายทุกตำบลทั่วประเทศ ส่วนปีนี้หวังยอดขายโต 400%

นายหยาง เสี่ยวเฟย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 100% แบรนด์ ยาเดีย (YADEA) เปิดเผย“ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนดำเนินธุรกิจในประเทศไทยว่า ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนธุรกิจในช่วง 3 ปีจากนี้กับ 3 เสาหลัก ได้แก่ 1.การขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายจากปัจจุบันมีกว่า 400 สาขาทั่วประเทศ ภายในสิ้นปี 2569 จะเพิ่มเป็น 1,800 สาขา และในปี 2571 จะเพิ่มเป็น 5,000สาขาทั่วประเทศ

2.การขยายกำลังการผลิต ปัจจุบันโรงงานยาเดียในประเทศไทยมีกำลังผลิตที่ 150,000 คันต่อปี และอนาคตจะเพิ่มอีก 4 เท่า เป็น 600,000 คันต่อปี เนื่องจากบริษัทแม่ได้กำหนดให้ฐานการผลิตในประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาดในประเทศและการส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน

และ 3.การบริการหลังการขาย ที่ปัจจุบันมีกว่า 60 แห่งทั่วประเทศกระจายครอบคลุม 77 จังหวัดภายในปี 2571 เนื่องจากบริษัทเชื่อว่าการขายรถคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์กับลูกค้า ไม่ใช่จุดสิ้นสุด และเพื่อให้ลูกค้ามีความมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

“วันนี้ตั้งเป้าว่าจะขยายสาขาหรือร้านค้าตัวแทนจำหน่าย YADEA ให้ผู้บริโภคชาวไทยเข้าถึง โดยในทุกตำบลจะต้องมีสาขาของเรา ไม่ใช่แค่เมืองใหญ่เท่านั้น”

ส่วนปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้โต 400% หรือมียอดขายไม่น้อยกว่า 40,000 คัน และเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 3 รุ่นออกสู่ตลาด หลังจากก่อนหน้านี้มีการเเนะนำรถสู่ประเทศไทยไปแล้ว 5 รุ่น

นายเสี่ยวเฟยกล่าวต่อไปว่า แม้ว่าตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในไทยเพิ่งผ่านพ้นช่วง Early Adopter มาไม่นานแต่เชื่อว่าขณะนี้ประเทศไทยอยู่ตรงจุดที่กราฟการเติบโตเริ่มชันขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลานี้คือหน้าต่างโอกาสที่สำคัญที่สุด และบริษัทเห็นสัญญาณทุกอย่างชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นความคึกคักของตลาด ผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจการใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ทำให้มีความเชื่อมั่นและการเปลี่ยนมาใช้รถอีวีกำลังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การที่บริษัทเลือกเข้ามาตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทยที่ จ.สมุทรปราการ ในพื้นที่ปลอดภาษี หรือ Free Trade Zone นั้นถือเป็นทำเลที่มีทั้งความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์และศักยภาพในการกระจายสินค้าสู่ตลาดอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยโรงงานแห่งนี้จะใช้มาตรฐานเดียวกันกับ Smart Factory ทั้ง 10 แห่งทั่วโลก

ที่ทุกขั้นตอนตั้งแต่สายการผลิตอัตโนมัติ ระบบตรวจสอบคุณภาพด้วย AI ไปจนถึงการจัดการโลจิสติกส์ภายในโรงงาน ล้วนทำงานบนมาตรฐานเดียวกัน หมายความว่ารถทุกคันที่ออกจากโรงงานไทยมีคุณภาพเทียบเท่ากับที่วางขายในตลาดโลก

ยาเดีย

อย่างไรก็ตามจากเป้าหมายข้างต้นบริษัทมีแผนจะลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านกำลังการผลิต เทคโนโลยี และบทบาทเชิงกลยุทธ์ของโรงงานไทยในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค

นอกจากนี้บริษัทจะใช้กลยุทธ์การสื่อสารเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทาง หลากหลายรูปแบบ และให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสสัมผัสและมีประสบการณ์โดยตรงกับรถจักรยานยนต์ของเรา

ทั้งนี้บริษัทได้กำหนดกลุ่มลูกค้าไว้ชัดเจนใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ วัยทำงานที่ต้องการพาหนะประจำวันที่เชื่อถือได้และประหยัดค่าใช้จ่าย, กลุ่มไรเดอร์และธุรกิจ Delivery ที่ต้องการรถทนทานและต้นทุนการดำเนินงานต่ำ และกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและต้องการเปลี่ยนมาใช้ EV อย่างจริงจัง

โดยจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ พาร์ตเนอร์ชั้นนำอย่าง กรุงศรี ออโต้, AEON และ Next Capital เพื่อทำให้ผู้ที่สนใจรถจักรยานยนต์ของยาเดียสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

“เราตระหนักดีว่าราคาคืออุปสรรคอันดับหนึ่งในการตัดสินใจซื้อรถ EV เราจึงพัฒนาโซลูชั่นทางการเงินร่วมกับพาร์ตเนอร์ เพื่อให้การเป็นเจ้าของ YADEA เป็นเรื่องที่ทำได้จริงสำหรับคนไทยทุกกลุ่มอย่างแท้จริง”

นายเสี่ยวเฟยยังได้กล่าวถึงนโยบาย EV3.5 ของรัฐบาลไทยว่า ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่ส่งผลเป็นรูปธรรมมากที่สุดในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษีนำเข้า การสนับสนุนการผลิตในประเทศ หรือการสร้างแรงจูงใจฝั่งผู้บริโภค สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดที่รัฐจะส่งให้นักลงทุนว่าประเทศไทยพร้อมแล้วจริง ๆ

อย่างไรก็ตามยาเดียอยากให้รัฐบาลไทยรักษาความต่อเนื่องนี้ไว้สำหรับนักลงทุนที่ตัดสินใจระยะยาว เนื่องจากความสม่ำเสมอของนโยบายมีค่ามากกว่าแรงจูงใจระยะสั้นใด ๆ และการที่รัฐบาลกล้ายืนหยัดกับทิศทางที่วางไว้ นั้นถือเป็นความมั่นใจที่ทำให้ผู้ประกอบการ และยาเดียกล้าลงทุนขยายโรงงาน ขยายเครือข่าย และพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับไทยอย่างเต็มที่

และหากมีสิ่งที่อยากฝากเพิ่มเติม คือขอให้พิจารณาขยายความครอบคลุมของมาตรการมาถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น เพราะคนไทยส่วนใหญ่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะหลักในชีวิตประจำวัน การที่คนกลุ่มนี้สามารถเข้าถึง EV ได้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายและยั่งยืนที่สุดสำหรับประเทศไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยาเดียชี้มาตรการอีวีไทยชัด ปักหมุดขยายเครือข่ายทุกตำบลทั่วไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...