ยาเดียชี้มาตรการอีวีไทยชัด ปักหมุดขยายเครือข่ายทุกตำบลทั่วไทย
ค่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ยาเดีย ลั่นมั่นใจนโยบายอีวีไทย หลังรัฐบาลหนุนมาตรการอีวีชัดเจนสุดในอาเซียน ย้ำชี้นักลงทุนมั่นใจ เผยเตรียมเพิ่มกำลังผลิตเป็น 6 แสนคันต่อปี รับตลาดในประเทศและส่งออก ควบคู่กับการขยายเครือข่ายกระจายทุกตำบลทั่วประเทศ ส่วนปีนี้หวังยอดขายโต 400%
นายหยาง เสี่ยวเฟย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 100% แบรนด์ ยาเดีย (YADEA) เปิดเผย“ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนดำเนินธุรกิจในประเทศไทยว่า ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนธุรกิจในช่วง 3 ปีจากนี้กับ 3 เสาหลัก ได้แก่ 1.การขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายจากปัจจุบันมีกว่า 400 สาขาทั่วประเทศ ภายในสิ้นปี 2569 จะเพิ่มเป็น 1,800 สาขา และในปี 2571 จะเพิ่มเป็น 5,000สาขาทั่วประเทศ
2.การขยายกำลังการผลิต ปัจจุบันโรงงานยาเดียในประเทศไทยมีกำลังผลิตที่ 150,000 คันต่อปี และอนาคตจะเพิ่มอีก 4 เท่า เป็น 600,000 คันต่อปี เนื่องจากบริษัทแม่ได้กำหนดให้ฐานการผลิตในประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาดในประเทศและการส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน
และ 3.การบริการหลังการขาย ที่ปัจจุบันมีกว่า 60 แห่งทั่วประเทศกระจายครอบคลุม 77 จังหวัดภายในปี 2571 เนื่องจากบริษัทเชื่อว่าการขายรถคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์กับลูกค้า ไม่ใช่จุดสิ้นสุด และเพื่อให้ลูกค้ามีความมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
“วันนี้ตั้งเป้าว่าจะขยายสาขาหรือร้านค้าตัวแทนจำหน่าย YADEA ให้ผู้บริโภคชาวไทยเข้าถึง โดยในทุกตำบลจะต้องมีสาขาของเรา ไม่ใช่แค่เมืองใหญ่เท่านั้น”
ส่วนปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้โต 400% หรือมียอดขายไม่น้อยกว่า 40,000 คัน และเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 3 รุ่นออกสู่ตลาด หลังจากก่อนหน้านี้มีการเเนะนำรถสู่ประเทศไทยไปแล้ว 5 รุ่น
นายเสี่ยวเฟยกล่าวต่อไปว่า แม้ว่าตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในไทยเพิ่งผ่านพ้นช่วง Early Adopter มาไม่นานแต่เชื่อว่าขณะนี้ประเทศไทยอยู่ตรงจุดที่กราฟการเติบโตเริ่มชันขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลานี้คือหน้าต่างโอกาสที่สำคัญที่สุด และบริษัทเห็นสัญญาณทุกอย่างชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นความคึกคักของตลาด ผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจการใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ทำให้มีความเชื่อมั่นและการเปลี่ยนมาใช้รถอีวีกำลังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การที่บริษัทเลือกเข้ามาตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทยที่ จ.สมุทรปราการ ในพื้นที่ปลอดภาษี หรือ Free Trade Zone นั้นถือเป็นทำเลที่มีทั้งความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์และศักยภาพในการกระจายสินค้าสู่ตลาดอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยโรงงานแห่งนี้จะใช้มาตรฐานเดียวกันกับ Smart Factory ทั้ง 10 แห่งทั่วโลก
ที่ทุกขั้นตอนตั้งแต่สายการผลิตอัตโนมัติ ระบบตรวจสอบคุณภาพด้วย AI ไปจนถึงการจัดการโลจิสติกส์ภายในโรงงาน ล้วนทำงานบนมาตรฐานเดียวกัน หมายความว่ารถทุกคันที่ออกจากโรงงานไทยมีคุณภาพเทียบเท่ากับที่วางขายในตลาดโลก
อย่างไรก็ตามจากเป้าหมายข้างต้นบริษัทมีแผนจะลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านกำลังการผลิต เทคโนโลยี และบทบาทเชิงกลยุทธ์ของโรงงานไทยในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค
นอกจากนี้บริษัทจะใช้กลยุทธ์การสื่อสารเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทาง หลากหลายรูปแบบ และให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสสัมผัสและมีประสบการณ์โดยตรงกับรถจักรยานยนต์ของเรา
ทั้งนี้บริษัทได้กำหนดกลุ่มลูกค้าไว้ชัดเจนใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ วัยทำงานที่ต้องการพาหนะประจำวันที่เชื่อถือได้และประหยัดค่าใช้จ่าย, กลุ่มไรเดอร์และธุรกิจ Delivery ที่ต้องการรถทนทานและต้นทุนการดำเนินงานต่ำ และกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและต้องการเปลี่ยนมาใช้ EV อย่างจริงจัง
โดยจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ พาร์ตเนอร์ชั้นนำอย่าง กรุงศรี ออโต้, AEON และ Next Capital เพื่อทำให้ผู้ที่สนใจรถจักรยานยนต์ของยาเดียสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น
“เราตระหนักดีว่าราคาคืออุปสรรคอันดับหนึ่งในการตัดสินใจซื้อรถ EV เราจึงพัฒนาโซลูชั่นทางการเงินร่วมกับพาร์ตเนอร์ เพื่อให้การเป็นเจ้าของ YADEA เป็นเรื่องที่ทำได้จริงสำหรับคนไทยทุกกลุ่มอย่างแท้จริง”
นายเสี่ยวเฟยยังได้กล่าวถึงนโยบาย EV3.5 ของรัฐบาลไทยว่า ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่ส่งผลเป็นรูปธรรมมากที่สุดในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษีนำเข้า การสนับสนุนการผลิตในประเทศ หรือการสร้างแรงจูงใจฝั่งผู้บริโภค สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดที่รัฐจะส่งให้นักลงทุนว่าประเทศไทยพร้อมแล้วจริง ๆ
อย่างไรก็ตามยาเดียอยากให้รัฐบาลไทยรักษาความต่อเนื่องนี้ไว้สำหรับนักลงทุนที่ตัดสินใจระยะยาว เนื่องจากความสม่ำเสมอของนโยบายมีค่ามากกว่าแรงจูงใจระยะสั้นใด ๆ และการที่รัฐบาลกล้ายืนหยัดกับทิศทางที่วางไว้ นั้นถือเป็นความมั่นใจที่ทำให้ผู้ประกอบการ และยาเดียกล้าลงทุนขยายโรงงาน ขยายเครือข่าย และพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับไทยอย่างเต็มที่
และหากมีสิ่งที่อยากฝากเพิ่มเติม คือขอให้พิจารณาขยายความครอบคลุมของมาตรการมาถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น เพราะคนไทยส่วนใหญ่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะหลักในชีวิตประจำวัน การที่คนกลุ่มนี้สามารถเข้าถึง EV ได้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายและยั่งยืนที่สุดสำหรับประเทศไทย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยาเดียชี้มาตรการอีวีไทยชัด ปักหมุดขยายเครือข่ายทุกตำบลทั่วไทย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net