โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีตโกลผีเคยตัดพ้อ ถูกแมนยูขวางย้ายจนเหมือนถูกกักไว้

Soccersuck

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Soccersuck

โทมัสซ์ คุสซ์แซค อดีตผู้รักษาประตูแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยออกมาเปิดใจอย่างเจ็บปวดว่าเขารู้สึกเหมือนถูกสโมสร “กักไว้” หลังถูกขวางโอกาสย้ายทีมในช่วงที่ต้องการกลับไปติดทีมชาติโปแลนด์

นายด่านชาวโปแลนด์อยู่กับแมนยูระหว่างปี 2007-2012 และคว้าแชมป์สำคัญหลายรายการ ทั้งพรีเมียร์ลีก 3 สมัย, ลีกคัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก แต่ตลอด 6 ปีภายใต้การคุมทีมของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เขาได้ลงเล่นเพียง 61 นัด

จุดแตกหักเกิดขึ้นในปี 2011 เมื่อคุสซ์แซคต้องการย้ายออกเพื่อหาโอกาสลงสนาม ก่อนศึกยูโร 2012 แต่แมนยูไม่อนุญาต แม้จะมีโอกาสยืมตัวไปลีดส์เข้ามา โดยเขากล่าวในเวลานั้นว่า “ผมบอกเซอร์ อเล็กซ์ว่าผมอยากกลับไปติดทีมชาติ เพราะยูโร 2012 ใกล้เข้ามาแล้ว แต่ดูเหมือนเขาไม่สนใจ สโมสรขวางมันไว้ นั่นเป็นแสงสว่างเล็ก ๆ สำหรับผม”

เขายังระบายความอึดอัดว่า “พวกเขาทำแบบนี้โดยเจตนาหรือเปล่า ผมเสียใจที่พวกเขาทำแบบนั้น ผมกลายเป็นทาสของแมนเชสเตอร์ ผมหงุดหงิด แต่ผมไม่อยากใส่ร้ายหรือวิจารณ์เฟอร์กูสัน นั่นไม่ใช่สไตล์ของผม”

ในฤดูกาล 2011/12 คุสซ์แซคหล่นไปเป็นตัวเลือกอันดับ 4 รองจากดาบิด เด เคอา, อันเดอร์ส ลินเดการ์ด และเบน เอมอส ก่อนที่สุดท้ายจะถูกปล่อยให้วัตฟอร์ดยืมตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2012 และย้ายถาวรไปไบรท์ตันหลังจบฤดูกาลนั้น

แม้เคยผิดหวังกับสถานการณ์ในอดีต แต่คุสซ์แซคยังผูกพันกับแมนยูอย่างมาก ปัจจุบันเขามีตั๋วปี 2 ใบที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด และชอบนั่งรวมกับแฟนบอลทั่วไป โดยเจ้าตัวบอกว่าเขายังสนุกกับการตะโกนเชียร์ทีม เพียงแต่เปลี่ยนจากในกรอบประตูมาเป็นบนอัฒจันทร์แทน

ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก Manchester Evening News

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...