โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ฝนถล่มชุมพร! กระบะขนญาติกลับจากตัดทุเรียนเสียหลักชนสนั่น ดับ 6 ศพ

สยามรัฐ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สลดกลางฝนชุมพร รถกระบะขนญาติกลับจากตัดทุเรียนเสียหลักข้ามเลนชนประสานงา ดับ 6 ราย บาดเจ็บหลายคน เด็กหญิงวัย 2 ขวบเสียชีวิต ญาติเผยคาดคนขับเร่งรถหนีฝนก่อนเกิดโศกนาฏกรรม

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 23 พ.ค.69 ร.ต.ท.สานนท์ สิทธิดำรงค์ รอง สว.สอบสวน สภ.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนกันรุนแรง มีผู้เสียชีวิตหลายรายและผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ บนถนนสายเขาปีบ–เขาทะลุ หมู่ 13 ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร จึงประสานกำลังกู้ชีพกู้ภัยจากหลายหน่วยเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุ ตอนเดียว สีบรอนซ์เทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร สภาพพังยับทั้งคัน โดยเฉพาะด้านหน้าฝั่งซ้าย ภายในรถพบผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือ นายยศวัฒน์ อายุ 22 ปี คนขับ และ น.ส.พิมพ์กนก อายุ 24 ปี ภรรยา เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยนำตัวออกจากซากรถก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาล

ส่วนรถคู่กรณีเป็นกระบะมิตซูบิชิสีเขียว ตกลงไปในคูข้างทาง สภาพด้านหน้าพังยับเยินไม่ต่างกัน ภายในรถพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซากรถ 2 ราย คือ นายบรรจง อายุ 65 ปี และ นางจิระวรรณ อายุ 60 ปี สองสามีภรรยาชาว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำร่างออกจากตัวรถท่ามกลางความสลดใจของญาติ

นอกจากนี้ ยังพบผู้เสียชีวิตอีก 4 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้โดยสารที่นั่งและยืนอยู่ท้ายกระบะคันต้นเหตุ ถูกแรงกระแทกเหวี่ยงกระเด็นออกนอกรถ เสียชีวิตกระจัดกระจายทั่วบริเวณ ประกอบด้วย น.ส.สุมินตรา อายุ 23 ปี, ด.ญ.นลินนิภา อายุ 2 ปี ลูกสาวคนขับ, น.ส.ปภาวรินทร์ อายุ 18 ปี และ นายณัฐชัย อายุ 22 ปี สภาพศพหลายรายกระดูกหัก คอหัก บางรายตกลงในแอ่งน้ำ และบางรายติดอยู่กับรั้วลวดหนามริมทาง

พยานในที่เกิดเหตุ เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุฝนตกหนัก รถกระบะรั้วสูงคันต้นเหตุขับสวนทางมาด้วยความเร็ว ก่อนเสียหลักหมุนเคว้งกลางถนนแล้วพุ่งชนรถของสองตายายอย่างแรง จนเกิดเสียงดังสนั่น

ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งหมดเพิ่งกลับจากช่วยญาติ “ตัดทุเรียน” ในพื้นที่เขาทะลุ โดยคนที่นั่งท้ายกระบะเป็นญาติและคนงานที่โดยสารกลับมาด้วยกัน คาดว่าคนขับอาจเร่งความเร็วฝ่าสายฝนเพื่อให้คนด้านหลังเปียกฝนน้อยที่สุด แต่เมื่อถึงทางโค้ง รถกลับเสียหลักจนเกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้

เบื้องต้นตำรวจได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ทั้งหมด พร้อมเตรียมสอบปากคำคนขับรถกระบะเพิ่มเติม หลังอาการดีขึ้น เพื่อสรุปสาเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อุบัติเหตุครั้งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งบทเรียนราคาแพงของการใช้ความเร็วบนถนนเปียกลื่น โดยเฉพาะการโดยสารท้ายกระบะในช่วงฝนตก ซึ่งอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่มีวันย้อนคืนได้อีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...