"เนเน่ รอยัล" รับชีวิตเปลี่ยนเร็ว เกินตั้งตัว ขอบคุณคนไทย แห่เชียร์ซัพพอร์ต พร้อมลุยล่าฝัน บนเวทีระดับโลก
"เนเน่ รอยัล" รับชีวิตเปลี่ยนเร็ว เกินตั้งตัว ขอบคุณคนไทย แห่เชียร์ซัพพอร์ต พร้อมลุยล่าฝัน บนเวทีระดับโลก
14 ก.ค. 2569 ภายหลังจากจบรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 น้องเนเน่ และคุณพ่อรวมถึง ผู้จัดการส่วนตัวได้ลงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยเล่าย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายดนตรีของ เนเน่ เจ้าตัวเผยว่า ได้เริ่มจับกีตาร์ครั้งแรกตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ โดยที่ในขณะนั้นไม่มีความรู้เรื่องดนตรีมาก่อนเลยแม้แต่น้อย ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดจากความบังเอิญที่เธอตื่นสาย จนทำให้ลงทะเบียนเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นวิชาที่ชื่นชอบไม่ทัน ส่งผลให้เหลือเพียงวิชาดนตรีเป็นทางเลือกเดียวเท่านั้น
หลังจากนั้นเธอจึงตัดสินใจซื้อกีตาร์มือสองมาในราคาเพียง 2,000 บาท และฝึกซ้อมเพียงแค่ 3 วัน ก็สามารถเล่นเพลงแรกในชีวิตได้สำเร็จ นั่นคือเพลง "ซอมบี้" (Zombie) สำหรับเส้นทางการประกวดในระยะแรก เธอได้ร่วมเล่นดนตรีกับวงและได้รับรางวัลใหญ่ที่สุดคือรางวัลนักดนตรียอดเยี่ยมจากเวทีประกวดของคิง เพาเวอร์ ก่อนที่จะตัดสินใจหยุดเดินสายแข่งประกวดทั่วไป เพื่อเบนเข็มและโฟกัสเป้าหมายไปสู่การก้าวไปเวทีระดับโลกอย่างเต็มตัว สำหรับการเดินทางสู่เวทีระดับโลกอย่าง America's Got Talent (AGT) นั้น ถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากจนเธอเคยคิดว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย โดยเธอไม่ได้ส่งใบสมัครด้วยตัวเอง แต่ได้รับความช่วยเหลือจากชายชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อ "จอห์น" ซึ่งเขาเดินทางมาท่องเที่ยวและได้พบกับน้องเนเน่ที่ตลาดนาคา จังหวัดภูเก็ต ด้วยความชื่นชอบและมองเห็นถึงพรสวรรค์อันโดดเด่น จอห์นจึงอาสาเข้ามาช่วยเหลือประสานงานในทุกขั้นตอน รวมถึงสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดตลอดการเดินทาง
แม้ว่าในช่วงแรกจะมีการส่งผลงานไปสมัครถึง 3-4 รอบแล้วเงียบหายไปจนทำให้น้องเนเน่เริ่มถอดใจ แต่ก็ได้รับการสนับสนุนและกำลังใจจากจอห์นที่บอกให้เธอลองใหม่อีกครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่งจอห์นได้บินมาแจ้งข่าวดีด้วยตัวเองว่าเธอผ่านเข้ารอบออดิชั่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว ทำให้เธอถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจและแปลกใจว่าตนเองผ่านจุดนี้มาได้อย่างไร ในตอนแรกเธอยังคิดว่าเป็นเรื่องหลอกลวง แต่เมื่อได้ตรวจสอบอีเมลยืนยันอย่างเป็นทางการก็ถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน ขณะของคุณพ่อเมื่อได้รับรู้ข่าวดีนี้ก็ถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตันใจในการเตรียมตัวไปแข่งขัน เธอได้เลือกส่งเพลง ซอมบี้ เพลงระดับตำนานที่ผู้คนรู้จักกันเป็นวงกว้างและมีคนร้องตามได้แน่นอน ทว่าความยิ่งใหญ่ของงานกลับสร้างความเซอร์ไพรส์ให้เธอเป็นอย่างมาก เนื่องจากเธอเพิ่งมารู้ระดับความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงในวันที่เดินทางไปแข่งขันจริง เพียงแค่ได้เห็นห้องเก็บตัวและป้ายงานก็รู้สึกดีใจมาก จากเดิมที่เคยคิดว่าการแข่งขันรอบนี้คงเป็นเพียงงานเล็กๆ มีกรรมการเพียงคนสองคน และไม่ได้มีชื่อเสียงเท่าใดนัก แต่เมื่อถึงเวลาขึ้นเวทีจริง เธอกลับต้องเผชิญกับความกดดันจนขาสั่น โดยเฉพาะไซมอน คาวเวลล์ กรรมการที่ขึ้นชื่อเรื่องความตรงไปตรงมาและดูน่ากลัว ท่ามกลางสายตาจับจ้องของคณะกรรมการและผู้ชมในสตูดิโอกว่า 3,000 คน ซึ่งสร้างความประหม่าให้เธอเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มบรรเลงดนตรี เธอก็ปล่อยใจเล่นไปตามธรรมชาติอย่างเต็มที่ จนผู้ที่รับชมต่างรู้สึกว่าเธอแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมราวกับมี "องค์ลง" สำหรับก้าวต่อไปในการแข่งขัน เนเน่ ขอให้ทุกคนช่วยติดตามและส่งกำลังใจให้เธอผ่านทุกช่องทาง ส่วนกำหนดการเดินทางว่าจะไปแข่งขันอีกเมื่อไหร่นั้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นความลับแต่อย่างใด ทว่ายังไม่ได้ทราบกำหนดการที่แน่ชัด เนื่องจากต้องรออีเมลล์ยืนยันอย่างเป็นทางการก่อน เช่นเดียวกับการโหวตคะแนนที่จะเกิดขึ้นในรอบที่ลึกมากๆ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน จึงขอให้แฟนๆ คอยติดตามข่าวสารผ่านทางเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอ และหากใครมีข้อมูลเกี่ยวกับการโหวตก็สามารถช่วยกันประชาสัมพันธ์และกระจายข่าวสารได้ ทั้งนี้ยังได้เล่าถึงเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเธอได้มีโอกาสเข้าพบท่านนายกรัฐมนตรี เธอบอกว่ายังคงรู้สึกช็อคและคิดว่าตัวเองฝันไป เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนตั้งตัวไม่ทัน และดีใจที่ได้รับรู้ว่าตนเองไม่ได้เดินอย่างโดดเดี่ยวในการแข่งขันครั้งนี้ หลังจากที่รายการออนแอร์ไป เพื่อนๆ ต่างทักมาบอกว่าเธอโด่งดังแล้ว แต่ตัวเธอเองยังคงถ่อมตัวและคิดว่าไม่ได้โด่งดังขนาดนั้น อาจจะเป็นกระแสแค่ในรายการของเขาเท่านั้น ทว่าเมื่อเข้าไปเช็คในโซเชียลมีเดียก็พบว่าคลิปการแสดงของเธอขึ้นหน้าฟีดในทุกแพลตฟอร์มจริง ๆ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้เธอก็ยังไม่รู้สึกตัวว่าตนเองมีชื่อเสียงโด่งดังแล้ว และยังคงวางตัวใช้ชีวิตตามปกติเหมือนเดิมทุกประการ จะแตกต่างไปเพียงแค่เวลาไปท่องเที่ยวข้างนอกจะมีผู้คนเข้ามาทักทายและรู้จักเธอมากขึ้นเท่านั้น โดยความฝันสูงสุดในชีวิตของเธอคือการเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลก ได้เดินทางทัวร์คอนเสิร์ตไปทุกหนแห่ง และแต่งเพลงที่ทุกคนชื่นชอบ ซึ่งการได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลยิ่งเปรียบเสมือนพลังขับเคลื่อนสำคัญให้เธอพร้อมที่จะสู้ต่อไป
ขณะที่คุณพ่อเปิดเผยความรู้สึกว่า มีความกังวลใจอยู่บ้างในฐานะพ่อที่เห็นลูกสาวประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี โดยห่วงว่าหนทางข้างหน้าจะสามารถไปได้จริงไหม รวมถึงห่วงเรื่องการวางตัวของลูกสาวเนื่องจากน้องเริ่มเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว พร้อมทั้งกล่าวขอบพระคุณทุกๆ คนที่มองเห็นและเอ็นดูในความสามารถของลูกสาว สำหรับประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์ที่ทางกัมพูชาออกมาอ้างว่าเธอเป็นผู้มีเชื้อสายกัมพูชานั้น เนเน่ ถึงกับถอนหายใจ ก่อนจะชี้แจงประเด็นนี้อย่างชัดเจนและอารมณ์ดีว่า “เป็นคนภูเก็ต ไทยแลนด์ คนไทย ไทยล้วนนะ แต่ว่าพูดใต้ก็ไม่เป็นหรอกนะ (สำเนียงใต้) พ่อเป็นคนตรัง แม่นครศรีธรรมราช“ พร้อมปิดท้ายด้วยภาษาอังกฤษแบบสับๆว่า "I‘m from Phuket THAILAND Okay?"