“อนุทิน” ตั้งทีมยกระดับ กต.ตร. ปั้นอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ “บิ๊กต่าย-บิ๊กหวาน-บิ๊กอ้อ-ดร.นพดล” ร่วมขับเคลื่อน
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนภาคประชาชน ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (อ.ก.ต.ช.) ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดเผยว่า
นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ได้แต่งตั้งกระผมในฐานะกรรมการ ก.ต.ช. ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนภาคประชาชน ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (อ.ก.ต.ช.) ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ตามอำนาจหน้าที่ในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ ปี พ.ศ.2565 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญในการยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนและเสริมความเข้มแข็งของ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) ทุกระดับ ให้เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงประชาชนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเป็นระบบ
นโยบายนี้มุ่งต่อยอด "อาสาตำรวจบ้าน" ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการส่งเสริมให้ประชาชน ชุมชน ท้องถิ่นและองค์กรมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจ พ.ศ. 2551 ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมในปัจจุบัน โดยมี กต.ตร. ทุกสถานีตำรวจ และผู้นำชุมชน เป็นศูนย์กลางในการร่วมคัดเลือก พัฒนา สนับสนุน ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของอาสาตำรวจบ้านร่วมกับสถานีตำรวจและประชาชนในพื้นที่ ทำให้ กต.ตร. ไม่เพียงทำหน้าที่ให้คำปรึกษาหรือติดตามการบริหารงานตำรวจเท่านั้น แต่ยังเป็น กลไกเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐในการสร้างความร่วมมือระหว่างประชาชนกับตำรวจ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชนจากระดับชุมชนสู่ระดับประเทศ
ภายใต้นโยบายของนายกรัฐมนตรีดังกล่าว อาสาตำรวจบ้านจะได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการคัดเลือก การฝึกอบรม การรับรองมาตรฐาน สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และการศึกษารูปแบบค่าตอบแทนที่เหมาะสมและยั่งยืน พร้อมทั้งมีระบบติดตามและประเมินผลที่เปิดโอกาสให้ กต.ตร. ผู้นำชุมชน ภาคประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานส่วนกลาง ร่วมกันประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส เพื่อให้อาสาตำรวจบ้านเป็นพลังภาคประชาชนที่มีคุณภาพ ช่วยแบ่งเบาภารกิจของตำรวจ และสร้างความปลอดภัยให้กับทุกชุมชนทั่วประเทศอย่างยั่งยืน
กต.ตร. ทุกระดับคือหัวใจของการเชื่อมโยงตำรวจกับประชาชน และจะเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนนโยบายอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ให้ประสบความสำเร็จทั่วประเทศ หากสถานีตำรวจคือบ้านของตำรวจ กต.ตร. ก็คือสะพานที่เชื่อมบ้านหลังนั้นกับหัวใจความปลอดภัยของประชาชน
รัฐบาลไม่ได้กำลังสร้างกลไกใหม่มาแทน กต.ตร. แต่กำลังยกระดับ กต.ตร. และผู้นำชุมชนให้เป็นศูนย์กลางของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน เพราะความปลอดภัยของประชาชนและของประเทศ จะยั่งยืนได้ เมื่อประชาชนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับบริการหรือผู้รับการคุ้มครองแต่เป็นหุ้นส่วนในการดูแลบ้านเมืองร่วมกับตำรวจ
นี่คือแนวคิดสำคัญที่รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) กำลังผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนา “ระบบอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่” เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนทั่วประเทศ
อาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ รัฐบาลจะยกระดับสิทธิประโยชน์ ประชาชนร่วมคิด ตำรวจร่วมทำ ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนปลอดภัย แนวคิดนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนอาสาสมัคร แต่เป็นการวาง “ระบบ” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างมีเกียรติ มีมาตรฐาน และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการเสริมศักยภาพการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธาน ก.ต.ช.ได้แต่งตั้งให้ผม กรรมการ ก.ต.ช. ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนภาคประชาชน เป็น ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมี พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นรองประธานคณะอนุฯ เพื่อร่วมกำหนดนโยบาย พัฒนากลไก และสร้างระบบการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ในเวลาเดียวกัน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้ง คณะทำงานขับเคลื่อนอาสาตำรวจบ้าน โดยมี รองศาสตราจารย์ พล.ต.อ.ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนอาสาตำรวจบ้าน เพื่อพัฒนาหลักสูตร มาตรฐาน และแนวทางการปฏิบัติให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในทุกพื้นที่
ทั้งสองกลไกจะทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด โดยมีคณะอนุ ก.ต.ช. ชุดนี้จะรับผิดชอบด้านนโยบาย รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และกำหนดกรอบการมีส่วนร่วมของประชาชน ในขณะที่ คณะทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรับผิดชอบการขับเคลื่อน การพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรม และการขยายผลสู่การปฏิบัติทั่วประเทศ
จุดเด่นของ “อาสาตำรวจบ้านยุคใหม่” ยึดหลัก “5 ไม่ และ 5 เป็น”
5 ไม่ ของ อาสาตำรวจบ้าน ได้แก่
1) ไม่ใช่ตำรวจแทนตำรวจ
2) ไม่ใช่ผู้มีและใช้อำนาจรัฐโดยอิสระ
3) ไม่ใช่ผู้กร่าง วางอำนาจ อิทธิพล
4) ไม่ใช่ภาระของสถานีตำรวจ
5) ไม่แสวงหาผลประโยชน์โดยประพฤติมิชอบจากการเป็นอาสาตำรวจบ้าน
5เป็น ของ อาสาตำรวจบ้าน ได้แก่
- เป็นผู้ช่วยตำรวจ เป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแส ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- เป็นผู้รับใช้ประชาชนและชุมชน ด้านความปลอดภัยของประชาชน
- เป็นผู้ประสานความร่วมมือ เชื่อมโยงประชาชน กต.ตร. สถานีตำรวจ ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา
- เป็นผู้ช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัย ปฐมพยาบาลเบื้องต้น บริการสาธารณะด้วยจิตอาสา
- เป็นหุ้นส่วนของตำรวจในการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน
ระบบใหม่นี้เปิดโอกาสให้กับผู้สนใจที่เป็นคนไทยอายุ 20 ปีขึ้นไป มีสิทธิสมัครเข้าหลักสูตรอาสาตำรวจบ้านและยังให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผู้สมัครจากภาคประชาชนในชุมชนแท้จริง การฝึกอบรม การรับรองมาตรฐาน การมีค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ครบถ้วนตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึง การติดตามและประเมินผลร่วมกัน โดยประชาชนในพื้นที่ กต.ตร. ผู้นำชุมชนและคณะกรรมการจากส่วนกลาง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และได้รับความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย
เป้าหมายสำคัญของการทำงานครั้งนี้ คือการทำให้คนไทยทุกคนรู้สึกว่า “ความปลอดภัยเป็นเรื่องของเราทุกคน” เมื่อประชาชน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และร่วมกันรับผิดชอบ ประเทศไทยจะมีระบบความปลอดภัยที่เข้มแข็งกว่าการพึ่งพาหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง
การขับเคลื่อนครั้งนี้สะท้อนแนวทางของรัฐบาลโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งสร้าง “ความร่วมมือ” มากกว่าการสั่งการ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทในการดูแลสังคมของตนเอง และยกระดับการบริหารความปลอดภัยด้วยข้อมูล การมีส่วนร่วม และความไว้วางใจ เพราะความมั่นคงของชาติ เริ่มต้นจากความปลอดภัยของชุมชน และความปลอดภัยของชุมชนจะเกิดขึ้นได้ เมื่อประชาชนกับตำรวจเดินเคียงข้างกัน ประชาชนร่วมคิด ตำรวจร่วมทำ ร่วมกันรับผิดชอบ ร่วมเสริมสร้างความมั่นคงชาติและความปลอดภัยของประชาชนอย่างยั่งยืน
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็น กรอบแนวนโยบายและข้อเสนอเชิงระบบ จะถูกส่งต่อให้ คณะทำงานขับเคลื่อนอาสาตำรวจบ้าน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้ง โดยมี รองศาสตราจารย์ พล.ต.อ.ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อพิจารณาออกแบบหลักสูตร กำหนดมาตรฐาน แนวทางปฏิบัติ รูปแบบการดำเนินงานที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และอื่น ๆ พร้อมนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เป้าหมายสูงสุดของการทำงานร่วมกันระหว่างคณะอนุกรรมการกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน กับ คณะทำงานขับเคลื่อนอาสาตำรวจบ้าน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กต.ตร. ทุกระดับ ผู้นำชุมชนและภาคประชาชนในพื้นที่ คือ การสร้าง ระบบอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานของ สถานีตำรวจทั้ง 1,483แห่ง และเชื่อมโยงความร่วมมือกับ ชุมชนประมาณ 80,000แห่งทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน
ความสำเร็จของอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ จะไม่ได้วัดจากจำนวนอาสาสมัครที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากจำนวนชุมชนที่ปลอดภัยมากขึ้น การจัดระเบียบสังคมระดับชุมชน คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยทั้งประเทศ และความเชื่อมั่นศรัทธาที่เพิ่มขึ้นจากประชาชน สู่ตำรวจ และรัฐบาล
ผู้สนใจเข้ารับการอบรมในหลักสูตรอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ เชิญสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เพิ่มเพื่อนไลน์ ได้ที่ Line id: @police.policy