โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รมว.กษ. กำชับกรมชลฯ เดินหน้าเชิงรุก รับมือฤดูฝน-เอลนีโญใกล้ชิด

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามสถานการณ์น้ำ กำชับกรมชลประทาน เดินหน้าเชิงรุก รับมือฤดูฝน-เอลนีโญอย่างใกล้ชิด

ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำช่วงฤดูฝนอย่างใกล้ชิด

วันนี้ (5 มิถุนายน 2569) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ เดินทางมาติดตามสถานการณ์น้ำและมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจของกรมชลประทาน

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้มีการติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการ วิเคราะห์ วางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมพิจารณาปรับแผนการระบายน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ฝน รวมทั้งปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 69 ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เห็นชอบอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย โดยยึดหลัก “กำหนดพื้นที่ กำหนดคน จัดสรรทรัพยากร” มีการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก กำหนดผู้ที่รับผิดชอบในพื้นที่เสี่ยงที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ มีการจัดสรรทรัพยากร เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ที่กระจายครอบคลุมในทุกพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

ด้านสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2569) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันทั้งสิ้น 43,093 ล้าน ลบ.ม. (56% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ทั้งนี้ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำเพิ่มเติมได้อีกเป็นจำนวนมาก เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันทั้งสิ้น 13,175 ล้าน ลบ.ม. (53% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 11,696 ล้าน ลบ.ม. ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ดีและเป็นไปตามแผนที่วางไว้

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ปรากฏการณ์ ENSO พบว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สถานการณ์ “เอลนีโญอ่อน” ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป และจะพัฒนาเป็น “เอลนีโญรุนแรง” ต่อเนื่องจนถึงประมาณเดือนสิงหาคม 2570 อาจส่งผลให้ฤดูฝนสิ้นสุดเร็วกว่าปกติ และเกิดช่วงฝนทิ้งช่วงยาวนานขึ้น ปริมาณฝนโดยรวมอาจต่ำกว่าค่าปกติ กรมชลประทานได้กำชับไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนเป็นหลัก รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการรับมือฤดูฝนอย่างเคร่งครัด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำให้กรมชลประทานดำเนินงานเชิงรุกทั้งด้านการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้ง ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำเพื่อสนับสนุนภาคการเกษตร และการอุปโภคบริโภคให้เพียงพอในทุกพื้นที่ โดยให้เร่งรัดการพัฒนาแหล่งน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...