โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ก่อนตายเห็นอะไร? การศึกษาพบ อาจเห็นภาพในอดีต-รู้สึกตัวมากขึ้นก่อนมุ่งหน้าเดินทางสู่ความตาย

The MATTER

เผยแพร่ 03 ต.ค. 2566 เวลา 09.16 น. • Brief

ภาพสุดท้ายที่เราจะเห็นก่อนตายคืออะไรกันนะ?

จากการศึกษาคลื่นสมองของพบว่า ผู้ป่วยที่กำลังจะเสียชีวิต สัมพันธ์กับ ‘ประสบการณ์ใกล้ตาย (NDEs)’ ที่มีรายงานโดยทั่วไป เช่น รู้สึกเหมือนวิญญาณออกจากร่าง สังเกตเหตุการณ์โดยปราศจากความเจ็บปวดหรือความทุกข์ ประเมินสิ่งที่มีความหมาย-ความสัมพันธ์ของพวกเขา ย้อนทบทวนเรื่องราวในอดีตของตัวเอง และยังอาจเกิด ‘มิติแห่งความเป็นจริง (dimensions of reality)’ อีกเช่นกัน

การศึกษาดังกล่าว นำโดยแซม พาร์เนีย (Sam Parnia) แพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยหนักและรองศาสตราจารย์ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ‘NYU Langone Health’ นิวยอร์ก สหรัฐฯ ที่ได้สังเกตอาการผู้ป่วย 567 รายในโรงพยาบาล 25 แห่งทั่วโลก ในขณะที่พวกเขาถูก CPR หลังจากเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น

เมื่อพิจารณาคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ของผู้ป่วยหลายสิบราย พบว่า ระดับความรู้สึกตัว (consciousness) เพิ่มขึ้นนานถึง 1 ชั่วโมง หลังจากที่เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น

ในจำนวนที่ศึกษานี้ มีผู้ป่วย 53 รายที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดย 11 รายระบุว่าเขารู้ตัวในระหว่างทำ CPR และ 6 รายก็เล่าถึงประการณ์ใกล้ตายด้วยเช่นกัน

พาร์เนียและทีมของเขายังระบุด้วยว่า ช่วงเวลาที่เกิดขึ้นระหว่างเปลี่ยนจากมีชีวิตเป็นเสียชีวิตนั้น ยังกระตุ้นความเข้าใจที่แจ่มชัด เกี่ยวกับมิติใหม่แห่งความจริง ความทรงจำ ความคิด ความตั้งใจ และการกระทำทั้งหมดที่เคยทำต่อผู้อื่นด้วยมุมมองทางศีลธรรม โดยยังรวมถึง ระดับความรู้สึกตัวที่ลึกซึ้งมากขึ้นอีกด้วย

พาร์เนียยังระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจหยุดเต้น แพทย์ที่พยายามช่วยชีวิตของพวกเขา ก็จะมองว่าผู้ป่วยอยู่ในอาการโคม่าและไม่สามารถตอบสนองได้โดยสิ้นเชิง แต่จากมุมมองภายในของตัวผู้เอง กลับพบว่า พวกเขามีสติสัมปชัญญะอย่างเต็มที่ ทั้งระดับความรับรู้ที่เกิดก็ยังยกระดับไปสู่ระดับที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน มีความคิดที่เฉียบคมและชัดเจนกว่าปกติอีกเช่นกัน

โดยปกติ พาร์เนียระบุว่า แพทย์ส่วนใหญ่จะถูกสอนและเชื่อว่าสมองจะตายหากขาดออกซิเจนประมาณ 5-10 นาที แต่จากการศึกษานี้ก็พบว่านั่นไม่เป็นความจริง

แม้ว่าคลื่นสมองที่ปรากฏจะเป็นเส้นตรง (brain flatlines) หลังจากที่หัวใจหยุดเต้น แต่พาร์เนียก็ระบุว่า ไม่ได้หมายความว่าสมองจะได้รับความเสียหายถาวรและเสียชีวิต เพราะสมองอาจแค่กำลัง ‘จำศีล’ และจะสามารถฟื้นฟูการทำงานได้อีกครั้ง แม้เวลาจะผ่านไปถึง 1 ชั่วโมงแล้ว ซึ่งก็จะช่วยเปิดโอกาสให้กับแพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยใหม่ได้

พาร์เนียและทีมยังเคยสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้น 28 คน เกี่ยวกับประสบการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับความตาย ซึ่งก็พบว่า สิ่งที่ผู้ป่วยเจอ แตกต่างจากความฝันและภาพหลอนที่อาจเกิดขึ้นหลังฟื้นตัวจากภาวะหัวใจหยุดเต้น

อีกทั้ง เมื่อพิจารณาผู้คนที่มีภูมิหลัง-วัฒนธรรมที่แตกต่าง พวกเขาก็ยังเล่าถึงประสบการณ์ใกล้ตายด้วยองค์ประกอบที่คล้ายคลึงกัน เช่น วิญญาณหลุดจากร่างไปยังสถานที่ที่สะดวกสบาย อย่างบ้านในวัยเด็ก ตามมาด้วยสัญชาตญาณที่จะต้องเดินทางกลับเข้าร่างกาย จึงนำมาสู่ข้อสรุปที่ว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นประสบการณ์จริงที่ปรากฏขึ้นในช่วงที่จะเปลี่ยนผ่านสู่ความตาย

“เรากำลังค้นพบสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเราทุกคนเมื่อเราต้องเดินทางสู่ความตายและสิ่งที่เกิดขึ้นกับจิตสํานึกของเรา” พาร์เนียกล่าว พร้อมระบุว่าเขากำลังวางแผนจะวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นกับสมองให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อที่จะดูเรื่องประสาทสรีรวิทยาของชีวิตและความตายของมนุษย์ ในขณะที่พวกเขากำลังจะผ่านมันไป

“ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ได้เห็นมุมมองที่แท้จริงของจิตสำนึก (consciousness) มนุษย์ที่ไม่ค่อยมีคนเข้าใจ…การค้นพบนี้ ก็ยังอาจเป็นแนวทางสำหรับการออกแบบวิธีที่จะรีสตาร์ตหัวใจ หรือป้องกันการบาดเจ็บที่สมองและยังมีความหมายสำหรับการปลูกถ่าย [สมอง]” พาร์เนียระบุ

อ้างอิงจาก

vice.com

sciencedaily.com

dictionary.apa.org

cambridge.org

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...