โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘เอ็กโก กรุ๊ป’จับมือ กรมป่าไม้ ขับเคลื่อน 6 ภารกิจฟื้นฟูพื้นที่ป่า

The Better

อัพเดต 24 ก.ค. 2566 เวลา 10.16 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2566 เวลา 10.04 น. • THE BETTER
มูลนิธิไทยรักษ์ป่า ต่อยอดภารกิจ ผนึก กรมป่าไม้ เดินหน้ารักษาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าต้นน้ำและป่าชุมชน10 แห่ง ใน 3 จังหวัด

นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ประธานกรรมการ มูลนิธิไทยรักษ์ป่า และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า มูลนิธิไทยรักษ์ป่า จับมือ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 5 ปี เพื่อ“การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าต้นน้ำและป่าชุมชน”มุ่งประสานความร่วมมือและบูรณาการการทำงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ป่าต้นน้ำของประเทศอย่างยั่งยืน

สำหรับขอบเขตการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ครอบคลุม 6 ภารกิจหลัก ได้แก่ 1. การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ ร่วมกับกรมป่าไม้และชุมชนในพื้นที่ เพื่อการมีส่วนร่วมในการรักษาป่าต้นน้ำในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและในพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) และในพื้นที่ป่าชุมชน 2.การสนับสนุนให้เกิดพื้นที่ป่าอย่างมีส่วนร่วม โดยการปลูกป่า ในพื้นที่ของรัฐผ่านกลไกคาร์บอนเครดิต 3. การสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติและระบบสื่อความหมายในพื้นที่ป่านันทนาการ

4.การสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตามภารกิจของกรมป่าไม้ในการดูแล ส่งเสริม อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และการมีส่วนร่วมในการดูแลผืนป่า 5. การสร้างเครือข่ายชุมชนและเยาวชน เพื่อการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และ 6.การสนับสนุนงานสำรวจ ศึกษาวิจัย และส่งเสริมบุคคลากร เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่า

ทั้งนี้มูลนิธิไทยรักษ์ป่าขับเคลื่อนภารกิจด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและป่าต้นน้ำให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยตั้งต้นของพลังงานและสิ่งมีชีวิตทั้งหมด มาอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ทศวรรษ บนหลักการที่ว่า “คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้” ด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนในพื้นที่

สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมป่าไม้ กำหนดแผนการดำเนินงานร่วมกันเป็นเวลา 5 ปี (ปี 2566-2570) มุ่งต่อยอดและขยายผลการดำเนินงานที่ผ่านมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดและครอบคลุมงานอนุรักษ์ในหลากหลายมิติมากยิ่งขึ้น ด้วยเป้าหมายสำคัญคือ การร่วมมือกับภาครัฐ เครือข่ายชุมชน และเครือข่ายเยาวชน ในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าอย่างยั่งยืน การฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและปรับวนเกษตร 5,000 ไร่ การบำรุงรักษาและฟื้นฟูพื้นที่ป่าผ่านกลไกคาร์บอนเครดิตกว่า 20,000 ไร่ ในพื้นที่ป่าชุมชนเป้าหมาย 10 แห่ง ในพื้นที่การดำเนินงาน 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และชัยภูมิ

นอกจากนี้ เอ็กโก กรุ๊ป ซึ่งก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ยังมีส่วนร่วมในการหนุนเสริมโอกาสและศักยภาพของชุมชนในการบริหารจัดการป่าและคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ยั่งยืน โดยการสนับสนุนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ประเภทป่าไม้และพื้นที่สีเขียวด้วย

“ความร่วมมือระหว่างกรมป่าไม้และมูลนิธิฯ จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครือข่าย การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าต้นน้ำของประเทศ รวมถึงสนับสนุนและต่อยอดผลการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และชัยภูมิ ให้ครอบคลุมพื้นที่ป่าที่อยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ เพื่อให้การดูแลรักษาป่าต้นน้ำแห่งสำคัญของประเทศมีความต่อเนื่องและยั่งยืน

ขณะเดียวกันการดำเนินงานของมูลนิธิฯ โดยเฉพาะการบำรุงรักษาและฟื้นฟูพื้นที่ป่าผ่านกลไกคาร์บอนเครดิต จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้ภาคประชาชนและชุมชนหันมาดูแลรักษาป่าและระบบนิเวศของป่าที่ตนเองอาศัยและพึ่งพาเพื่อการดำรงชีวิตอย่างจริงจัง โดยได้รับโอกาสและผลกำไรจากการดูแลรักษาป่าเป็นการตอบแทน นอกจากนี้ ยังจะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนเอ็กโก กรุ๊ป ให้สามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ได้ภายในปี 2050 (2593)

นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า กรมป่าไม้ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาป่าชุมชนของประเทศให้ประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงานในครั้งนี้อยู่บนพื้นฐานการทำงานที่สอดคล้องกันคือ การบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้โดยการมีส่วนร่วม และมุ่งเป้าให้คนกับป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายของกรมป่าไม้ตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ในการเพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียวให้ได้ 55% ของพื้นที่ประเทศ

รวมถึงเป้าหมายการส่งเสริมจัดตั้งป่าชุมชนให้ครบ 15,000 ป่าชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วมจำนวน 18,000 หมู่บ้าน พื้นที่ไม่น้อยกว่า 10 ล้านไร่ ภายในปี พ.ศ.2570 เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนร่วมดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศให้มีความอุดมสมบูรณ์และยั่งยืน ทั้งนี้ กรมป่าไม้ยินดีสนับสนุนและผลักดันการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ให้มีผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...