พิพัฒน์ เผชิญหน้า ‘บุ้ง’ทะลุวัง ปะทะคารมเดือด หลังรถถูกขวางไม่ให้ออกจาก พท.
พิพัฒน์ ลงรถตู้ปะทะคารม ‘บุ้ง’ หลังถูกขวางไม่ให้ออกจากเพื่อไทย บอกไม่กังวลม็อบปิดทางเข้าออก ยันเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ย้ำเป็นหน้าที่ของพวกเราแก้ปัญหาประเทศ
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 7 ส.ค.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าวร่วมจัดตั้งรัฐบาล ระหว่างพรรคเพื่อไทย และภูมิใจไทยเสร็จสิ้น ปรากฎว่า ทางกลุ่มทะลุวัง พยายามวิ่งขวางเส้นทางไม่ให้แกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกจากพรรคเพื่อไทย ไปยังถนนเพชรบุรีได้ แต่ก่อนที่กลุ่มทะลุวังจะไปขวางเส้นทางนั้น นายอนุทิน ชายวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางออกไปก่อนแล้ว
ขณะที่รถของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังจะเดินทางออกจากพรรคเพื่อไทย ได้เจอกับกลุ่มทะลุวัง โดยน.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง ยืนดักอยู่บริเวณหน้ารถ ทำให้รถของนายพิพัฒน์ ไม่สามารถออกไปได้ ซึ่งน.ส.เนติพร พูดผ่านโทรโข่งว่า รบกวนให้ลดกระจกลงหน่อย เพราะอยากรู้ว่ามีฆาตกรอยู่ในรถหรือไม่ ทำให้นายพิพัฒน์ เดินลงมาจากรถแล้วพูดกับน.ส.เนติพรว่า “หลบ รถจะออก”
น.ส.เนติพร จึงสอบถามว่า มาจากพรรคอะไร ใช่พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายพิพัฒน์ จึงตอบว่า พรรคภูมิใจไทย ทำให้น.ส.เนติพร ตะโกนผ่านโทรโข่งว่า ภูมิใจไทยอยู่ตรงนี้
จากนั้น นายพิพัฒน์ บอกกับน.ส.เนติพรว่า อย่าขัดขวางการเดินทาง โดยน.ส.เนติพ กล่าวว่า “วันนี้มีปัญหา เพราะไอ้หนูคือฆาตกร ที่กำลังจะมาจับมือกับพรรคเพื่อไทย ไม่ทราบเลยหรือว่าประชาชนตายจากโควิดไปกี่คน” นายพิพัฒน์จึงกล่าวว่า “ให้ใช้ภาษาให้ดีๆ”
จากนั้นจึงเกิดการโต้เถียงกันด้วยถ้อยคำรุนแรง ก่อนมีการพลุแฟร์โยนไปที่บริเวณท้ายรถของนายพิพัฒน์ ทำให้นายพิพัฒน์ เดินกลับขึ้นรถไป โดยขบวนรถได้ถอยกลับมาตั้งหลักใต้พรรคเพื่อไทย
นายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างที่ยังไม่สามารถเดินทางออกจากพรรคเพื่อไทยได้ เนื่องจากกลุ่มทะลุวังปิดล้อมทางเข้าออกว่า ตนลงจากรถเพื่อไปเจรจา ไปขอดีๆ ไม่ได้ลงไปทะเลาะอะไรกับกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะเราก็แก่แล้ว เขาก็คนวัยรุ่น ยืนยัน เหตุการณ์ที่มากดดันแบบนี้ไม่กระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาล เพราะเป็นหน้าที่ ที่เราจะต้องเดินหน้า ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจก็เดินต่อไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้ทยอยกลับออกจากพรรคเพื่อไทยจนหมด กระทั่งเวลา 18.30 น. กลุ่มทะลุวังจึงได้เดินทางกลับออกไปจากพื้นที่พรรคเพื่อไทย