โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อลังการงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาหนึ่งเดียวในโลก

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 01 ส.ค. 2566 เวลา 09.16 น. • เผยแพร่ 01 ส.ค. 2566 เวลา 02.09 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

1 ส.ค. – งดงามอลังการ ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา หนึ่งเดียวในโลก ที่สระบุรี ส่วนที่สุรินทร์ จัดยิ่งใหญ่ ช้าง 53 เชือก ร่วมขบวนมหกรรมแห่เทียนพรรษา-ตักบาตรบนหลังช้าง

เริ่มแล้วกับงานย้อนตำนานสระบุรี สืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในโลกกับประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาถวายเทียนพระราชทานประจำปี 2566 และประเพณีล้างเท้าพระ ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา หนึ่งปีมีหนึ่งครั้ง และมีเพียงแห่งเดียวที่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี

นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังวัดสระบุรี เป็นประธานเปิดงานตักบาตรดอกเข้าพรรษา และถวายเทียนพระราชทาน ประจำปี 2566 พร้อมนำพี่น้องพุทธศาสนิกชนร่วมตักบาตรดอกเข้าพรรษาเพื่อให้พระสงฆ์ได้นำดอกไม้นั้นไปบูชารอยพระพุทธบาทอีกต่อหนึ่ง และประกอบพิธีล้างเท้าพระ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาเป็นประเพณีสำคัญของชาวสระบุรีที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องตักบาตรดอกเข้าพรรษา ที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร

โดยงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาจะมีไปจนถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2566 ซึ่งวันนี้และวันพรุ่งนี้ (1-2 ส.ค.) จะมีพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษา และล้างเท้าพระวันละ 2 รอบ รอบแรก เวลา 09.00 น. รอบ 2 เวลา 15.00 น.

ชมภาพขบวนช้าง 53 เชือกร่วมแห่เทียนพรรษา

ที่บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดี ศรีณรงค์จางวาง เจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดสุรินทร์ มีการจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาและตักบาตรบนหลังช้างประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม เพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามของไทย และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์

โดยมีการจัดขบวนแห่ต้นเทียนและประกวดขบวนแห่เทียนพรรษาจาก 12 คุ้มวัด ที่ประดับตกแต่งสวยงาม รวมทั้งขบวนฟ้อนรำศิลปวัฒนธรรม 3 ชนเผ่า เขมร ลาว กูย และยิ่งใหญ่ด้วยขบวนช้างพลายงาสวย 9 เชือก ที่ด้านบนประดับด้วยรูปพระบรมสารีริกธาตุ รูปพระพุทธรูป พระพุทธชินราช และรูปเกจิอาจารย์ที่ชาวสุรินทร์ให้ความเคารพนับถือ พร้อมทั้งขบวนช้างแฟนซีที่ประดับตกแต่งสวยงาม หลากสีสัน อย่างยิ่งใหญ่ จำนวน 53 เชือก เคลื่อนขบวนจากบริเวณหน้ามลฑลทหารบกที่ 25 เข้ามายังตัวเมืองสุรินทร์ ผ่านอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง เข้าไปตามเส้นทางในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ไปหยุดที่หน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ซึ่งตลอดเส้นทางสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาร่วมชมงานเป็นอย่างมาก .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...