แบงค์ ปรีติ เปิดตัวเป็นศิลปินเดี่ยว เล่าเหตุผลแยกทางวงแคลช
แบงค์ ปรีติ เปิดตัวเป็นศิลปินเดี่ยว เล่าเหตุผลแยกทางวงแคลช
เปิดตัวเป็นศิลปินเดี่ยวภายใต้สังกัดgenie records อย่างเป็นทางการ สำหรับแบงค์ แคลช หรือ ปรีติ บารมีอนันต์ ภายใต้งาน เปิดตัวภาพยนตร์ เรื่อง“เพียงความทรงจำ (Last Light in Kumamoto)
พบการกลับคืนจอในรอบ 10 ปี ของ "แบงค์ ปรีติ" กับภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงของผู้ชายคนนี้ ณ โรงภาพยนตร์สยามพารากอน ชั้น 6 โดยเจ้าต้วได้เปิดใจสัมภาษณ์ถึงโปรเจกต์นี้ พร้อมทั้งตอบปมวงแคลชแยกทางอีกครั้ง
แบงค์ ปรีติ เปิดตัวโปรเจ็กต์ เพียงความทรงจำ
พูดถึงโปรเจกต์นี้?
“ชีวิตเรื่องราวเยอะ แล้วก็บางทีเราเขียนเพลงมาเยอะจนลืมไปว่าเราก็มีเรื่องราวที่ยังไม่ได้พูด บางเพลงมันพูดในแคลชไม่ได้ พูดในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ได้ ก็เอามาแคะกันว่ายังมีประสบการณ์ชีวิตเกี่ยวกับความรักอะไรอีกบ้าง เพราะบอกตรงๆ บางทีผมเขียนตัน แต่ลืมสิ่งที่มันอยู่ในใจลึกๆ ต้องแคะมันออกมา ก็เลยได้ประมาณ 2-3 เพลง ที่รู้สึกว่าเอาเรื่องนี้มาเล่าเป็นหนังดีไหม ตอนแรกจะทำหนังสั้น แต่ว่าด้วยพี่ต๋อมบอกว่าทำหนังยาวดีกว่า อย่างน้อยจะได้เล่าไปทีเดียวเลยว่า ความลับของแบงค์มีอะไรบ้าง ก็เป็นเรื่องจริงประมาณสัก 60-70 เปอร์เซ็นต์ มีพี่ทำบทเก่งๆ เข้ามาช่วย เติมอีกกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ให้มันกลมขึ้น”
เอาออกมาจากลิ้นชักความทรงจำ?
“ลิ้นชักความทรงจำนี้มันเป็นเรื่องจริงแหละ ที่มาประกอบร่างเป็นหนังเรื่องหนึ่ง แล้วก็เรียงลำดับตามบทที่มันเดินไป ก็จะนึกเพลงออกว่าช่วงไทม์ไลน์นี้จะเขียนเพลงอะไร เกี่ยวกับเรื่องอะไร แล้วใช้เพลงไหน”
3 เพลงมู้ดเป็นยังไง?
“เรียงขึ้นไปตามเลเวล 3 7 10 ดีกรีของความเศร้าและซาบซึ้ง จะเป็นแบบว่ารักกันก่อน สักพักตีกัน แล้วก็จากลา ตามเลเวล”
ยากไหมที่ต้องเอาเรื่องราวของต้วเองมาเขียนเป็นเพลงให้คนอื่นฟัง?
“อย่างที่ผ่านมาเพลงหนาว เพลงกอด เพลงผีเสื้อ เพลงไฟรัก เพลงละครรักแท้ ฯลฯ มันเกิดจากความฟูมฟายทั้งหมด ก็คือเรื่องจริงนั่นแหละ พอเวลาเราโตขึ้นเหตุผลมันเยอะเกินไป พอไม่ฟูมฟายก็จะ เอ๊ะ! พูดแบบนี้ได้หรือเปล่า กลับไปเขียนเพลงหนาวก็อาจะไม่เหมือนเดิมแล้ว หนาวก็แค่ห่มผ้า ไม่ฟูมฟายแล้ว มันเลยยากกว่าเดิม”
แล้วจริงๆเลือกความทรงจำไหนมาเพื่อที่จะคัดกรองใน3เพลงนี้?
“2 เพลงแรกผมไม่ได้เขียนเอง เพราะผมจะเก็บความฟูมฟายเอาไว้เพลงที่ 3 มันมีเรื่องการพบกันครั้งแรก ก็เขียนเยอะแล้ว ก็เลยมีหนึ่งเพลงที่เหมาะสมมากๆ สำหรับการเปิดหนังครั้งนี้ ชื่อเพลง 'ฟื้นได้ด้วยใจเธอ' ขอบคุณพี่ที่เขาไปลักลอบเอาเพลงของพี่ๆ ETC มา แล้วเขาก็ยอมให้ผม เพราะรู้สึกว่าเหมาะกับหนังเรื่องนี้ ทั้ง 3 เพลงก็ต่อกัน”
เราอยากนำเสนอหนังเรื่องนี้ยังไง?
“อยากให้มาดูจริงๆ เพราะว่าผมห่างจากภาพยนตร์ไปนานเป็น 10 ปี ถึงแม้จะไม่ใช่ภาพยนตร์ยิ่งใหญ่ทุ่มทุนสร้าง”
เห็นไปถ่ายทำถึงญี่ปุ่น เป็นยังไงบ้าง?
“การถ่ายทำองค์ประกอบสำคัญมาก แล้วส่วนหนึ่งที่เป็นเรื่องราว 50 เปอร์เซ็นต์ เกิดที่ญี่ปุ่น ก็เลยไปถ่ายที่คูมาโมโตะ”
เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร?
“คือก็เป็นอกหัก ป๊อปปี้เลิฟ เศร้า ซึม เละ อยู่ในนั้นหมด พี่มีทุกอารมณ์ ผมเล่นเป็น แบงค์ ปรีติ นั่นแหละ”
ทิ้งการแสดงนานแค่ไหน?
“ช่วงหลังเราเล่นละครเวทีกับซีรีส์ ส่วนหนังก็เป็นอีกโหมดหนึ่ง แต่สิ่งที่ง่ายคือเราเล่นเป็นตัวเอง 60-70 เปอร์เซ็นต์ ก็เลยไม่ได้พลิกอะไรขนาดนั้น เนื้อเรื่องก็ 60-70 เปอร์เซ็นต์ เรื่องจริงหมด ตอนที่เลิกกัน ภาพเก่าก็ต้องกลับมาหมดแหละ มาเป็นฉากๆ อันนี้เล่าได้ อันนี้เล่าไม่ได้ อันนี้ปรับหน่อย”
เป็นหนังชีวประวัติของเรา?
“ไม่ๆ ชีวประวัติเล่าไม่ได้ (หัวเราะ) เดี๋ยวหนังจะโหดไป ไม่เอาไม่พูด (หัวเราะ)”
กดดัน?
“ ก็ไม่กดดัน เลยจุดที่ต้องกดดันมาหมดแล้ว เอาเพลงที่รู้สึกว่าเพราะ แล้วเข้าปาก ร้องเพลงแล้วมีความสุข ยอดวิวไม่สน คนฟังมีความสุขพอแล้ว”
รู้สึกยังไงเป็นมิติใหม่ของการนำเสนอ
“เท่าที่เช็กไม่มีคนทำแบบนี้ ที่เอาหนังมาประกอบเพลง เพื่อเอาซิงเกิล 3 เพลง ไม่เคยมีคนทำ”
ทำไมถึงไปร่วมงานกับทาง คูมาโมโตะ?
“โดยส่วนตัวผมไปญี่ปุ่นบ่อยอยู่แล้ว ทีมงานในอดีตก็ได้ไปทำงานกับญี่ปุ่นบ่อยอยู่แล้ว ชื่นชอบในผลงานกันและต่างคนต่างชื่นชมกันเอง แล้วเขาอยากจะโปรโมตการท่องเที่ยวด้วย ส่วนโปรเจกต์อื่นกับญี่ปุ่นก็ยังไม่มี เอาอันนี้ให้เสร็จก่อน เพราะช่วงที่ถ่ายทำก็ตื่นตี3 เสร็จตี5 ถ่ายแบบนี้ทุกวัน เพราะมีเวลาทำแค่10วัน”
มีฉากอินสุดไหม?
“ไม่มีๆ แต่ซีนที่ตัวเองเล่นแล้วเห็นแค่ไม่กี่วิ แต่ตกใจก็ซีนแช่ออนเซ็น เพราะ ผกก.บอกว่า แบงค์ เอ็งแก้ผ้าให้พี่ได้ไหม ก็บอกเขาว่าด้านหลังได้ ด้านหน้าไม่ได้ (หัวเราะ) ก็คือจะนำเสนอแค่ว่า เวลาเข้าออนเซ็นต้องแก้ผ้า แต่ถ้า ผกก คนอื่น ถ้าไม่สนิท เขาก็อาจจะไม่กล้าขอ อันนี้ก็พี่น้องก็สนิทก็ทำให้ ก็แปลกดีแก้ผ้ากับผู้ชาย 7-8 คน (หัวเราะ) เห็นแป๊บเดียวๆ ไม่จำเป็นไม่ต้องแคปไปนะ (หัวเราะ)”
ทำไมเป็นนางเอกคนนี้?
“กับนางเอกน้องเก่ง เลือกเขามาเพราะเขาธรรมชาติ แล้วเขากล้าแสดง ไม่กลัว นี่คือข้อดี ก็ตามคาแร็กเตอร์ เขาก็เล่นได้ถูกยุคถูกสมัย”
ลูกหมี ปัญญาพัชร วังพงศ์สถาพร -แบงค์ ปรีติ บารมีอนันต์
ถ้าแต่ละคนที่เราพูดถึงเขามาดูแล้ว เราเตรียมฟีดแบ็กยังไง?
“ใช้คำว่าแต่ละคนเหรอ (หัวเราะ) คือผมว่าเขาไม่ขนาดนั้นหรอก สุดท้ายแล้วเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นในชีวิตคู่ของแต่ละคน มันไม่ได้พิเศษขนาดนั้นว่านี่เรื่องของฉันแน่ๆ ทุกคนต้องทะเลาะกัน รักกัน จูบกัน ส่วนพิเศษก็อาจจะเพิ่มเติมหน่อย ตัวการเขียนบทมากกว่า ก็ไม่ได้คาดหวังอะไร อยากเสนอตัวตนอีกแบบหนึ่ง อยู่วงการมา 22 ปีแล้ว บางทีเขียนเพลงแล้วมีมุมมองอีกเยอะมากที่ยังไม่ได้ใช้ ยังไม่ได้นำเสนอแบบนี้”
โปรเจกต์การมาทำศิลปินเดี่ยว คิดมานานหรือยัง?
“ที่ผ่านมาก็จะมีช่วงวงแคลชที่พักไป กลับมารวม กลับมารวมก็แยกอีก พอแยกอีกผมก็ให้สัมภาษณ์ แล้วก็เขียนไว้ในแฟนเพจเรียบร้อย ว่าผมชอบอยู่บนเวที ถ้าวงพักผมก็ต้องร้องเพลงต่อ มีแค่นี้ ไม่มีอะไรซับซ้อน”
กับเหตุการณ์มันค่อนข้างเหมือนจะจบไม่สวย และมีกระแสต่อว่า?
“มีคนต่อว่าก็ถูกต้อง เราจะไม่ค่อยดูคอมเมนต์เยอะ แต่เราก็โอเคเขาไม่เข้าใจ ก็คือไม่เป็นไร เพราะสุดท้ายความจริงมันมีอยู่ มีข้อเท็จจริงอยู่มากมาย ที่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ซึ่งแต่ละคนก็ออกมาอธิบายแล้ว ว่าอันนี้เป็นอย่างนี้ อันนี้เป็นอย่างนั้น ซึ่งมันจบด้วยความจริงทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว”
แต่ที่พิมพ์กันทั้งสองฝ่ายทำแฟนเพลงสะเทือนใจ?
“ก็ไม่เป็นไร รับได้ทุกอย่างเสมอ เรารู้สึกว่าเดี๋ยวเขาจะเข้าใจ เวลาผ่านไปเขาจะเข้าใจว่า อ๋อ เข้าใจแล้ว ที่ผ่านมาใช้อารมณ์โพสต์ ใช้อารมณ์วิจารณ์ ใช้อารมณ์พิมพ์ ใช้อารมณ์อ่าน เดี๋ยวเวลาผ่านไปเขาจะรู้”
ทำไมเราไม่เลือกอธิบายก่อนที่จะมีการออกมาโต้กัน?
“ตอนนั้นผมจำไทม์ไลน์ไม่ได้ อาจจะเป็นในช่วงที่กำลังจะอธิบาย แล้วก็มีคนหนึ่งพูดออกมาทันที ผมก็เลยงงๆ อยู่ว่าทำไมพูดแบบนั้น ซึ่งผมก็ไม่ได้โกรธอะไรนะ ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้”
สถานการณ์ “วงแคลช” ?
“ตอนนี้ก็ต่างคนต่างโฟกัสเรื่องงานครับ พี่พลเขาก็ทำค่ายเพลงของเขา พี่แฮ็คก็ทำ SDF ไป ยักษ์ก็เขียนเพลงเต็มที่ ส่วนสุ่มก็ปั่นจักรยานเหมือนเดิม”
วงแคลช
ในมุมความเป็นเพื่อนเมื่อไหร่มันเหมือนเดิมไหม?
“ก็ยังเหมือนเดิมแหละครับ เพียงแต่ด้วยเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น แต่ละคนมันไม่เหมือนกัน ชีวิตมันผ่านร้อนผ่านหนาวมาช่วงแรกๆ ด้วยกันก็จริง แต่พอโตขึ้น สมองเรามันไปคนละทาง แล้วเราก็ไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนกันไปซะทั้งหมด มันก็มีผลทำให้ทุกคนอาจจะไม่ได้สนิทเหมือนตอน ม.3 - ม.4”
ต้องเคลียร์ใจกันไหม?
“ไม่มี ผมยังถือว่าผมไม่ได้ทะเลาะกับใคร (แสดงว่ากลับมาร่วมงานกันได้?) ไม่รู้ อนาคตไม่รู้ (วงแคลช จะเป็นวัฎจักร ห่างกันไปสักพักก็กลับมา เหมือน 10 ปีเจอกัน?) ไม่รู้ๆ ตอบไม่ได้ มีก็มี ไม่มีก็คือไม่มีเท่านั้นเอง”
ไม่กลัวคนตัดสิน เป็นคนที่อยากออกจากวง?
“ไม่นะ เพราะว่าผมไม่เคยเป็นคนที่นำเสนอให้วงแคลชแยกวง”
วงแคลชกลายเป็นตำนานไปแล้วหรือเปล่า
“แล้วแต่ครับ ต้องถามพวกเขาที่ยืนๆ กันอยู่ (แฟนคลับ)”
อย่างพี่ยักษ์ เคยบอกว่า แคลช ไม่มีทางยุบ?
“แต่ก็แยกย้ายกันก่อนช่วงนี้ ถ้าเกิดว่าคลื่นลมมันแรง เดี๋ยวสักพักนิ่งๆ ก็เดี๋ยวว่ากัน”
สุดท้ายอยากบอกอะไรแฟนคลับที่สนับสนุนเรา?
“ก็ขอบคุณแฟนเพลงที่รักยิ่งทุกท่านนะครับ บางคนก็ไปดูคอนเสิร์ตบ่อยมาก จนเราก็คิดไปเอง ว่าทำไมเขาไม่เบื่อเราสักที ก็ขอบคุณมาก ผมเองก็ไม่เคยเบื่อพวกเขาเช่นกัน ฉะนั้นติดตามกันต่อไป เราก็ไปแพ็กของเราอย่างนี้ ไปกันเรื่อยๆ ขอบคุณมากครับ”
วงแคลช