โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เริ่มแล้ว! ลดเงินสมทบประกันสังคม 3 เดือน บรรเทาค่าใช้จ่ายนายจ้าง-ลูกจ้าง

Khaosod

อัพเดต 27 ต.ค. 2565 เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2565 เวลา 04.08 น.
เริ่มแล้ว! ลดเงินสมทบประกันสังคม 3 เดือน บรรเทาค่าใช้จ่ายนายจ้าง-ลูกจ้าง

รองโฆษกรัฐบาล ย้ำ มาตรการลดเงินสมทบประกันสังคม ม.33,ม.39 งวดต.ค.-ธ.ค.ช่วย นายจ้าง-ลดค่าใช้จ่ายลูกจ้าง สิทธิประโยชน์เหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2565น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการลดอัตราเงินสมทบประกันสังคม งวดเดือน ต.ค.-ธ.ค.2565 มีผลบังคับใช้แล้ว ว่า เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของลูกจ้างผู้ประกันตน และเพิ่มสภาพคล่องให้กับนายจ้างผู้ประกอบการ จากสถานการณ์การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตโลก

โดยการปรับลดอัตราเงินสมทบ ให้จัดเก็บเงินสมทบฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เหลือร้อยละ 3 ของค่าจ้าง จากเดิมร้อยละ 5 ทำให้อัตราเงินสมทบที่นายจ้างและลูกจ้างจ่าย อยู่ในระหว่าง 49.50-450 บาทต่อเดือน จากเดิม 83-750 บาทต่อเดือน

สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ปรับลดอัตราเงินสมทบเหลือร้อยละ 3 ของค่าจ้าง จากเดิมร้อยละ 5 จากเดิมที่ชำระเงินสมทบเดือนละ 432 บาท เหลือเดือนละ 240 บาท โดยผู้ประกันตนยังคงได้รับสิทธิประโยชน์เหมือนเดิม

"รัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มุ่งมั่นที่จะทำทุกวิถีทางให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ยกระดับคุณภาพชีวิตจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และยังมีมาตรการช่วยประคับประคองและผลักดันให้นายจ้างผู้ประกอบการสามารถปรับตัวอยู่ได้" น.ส.ทิพานัน กล่าว

น.ส.ทิพานัน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีมาตรการช่วยเหลือนายจ้าง-ลูกจ้างในช่วงวิกฤตจากสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 โดยได้มีการปรับลดอัตราเงินสมทบรวมกันทั้งหมด 21 เดือน เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของนายจ้างและลูกจ้าง และในขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติเหมือนก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 โดยเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...