เริ่มแล้ว! ลดเงินสมทบประกันสังคม 3 เดือน บรรเทาค่าใช้จ่ายนายจ้าง-ลูกจ้าง
รองโฆษกรัฐบาล ย้ำ มาตรการลดเงินสมทบประกันสังคม ม.33,ม.39 งวดต.ค.-ธ.ค.ช่วย นายจ้าง-ลดค่าใช้จ่ายลูกจ้าง สิทธิประโยชน์เหมือนเดิม
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2565น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการลดอัตราเงินสมทบประกันสังคม งวดเดือน ต.ค.-ธ.ค.2565 มีผลบังคับใช้แล้ว ว่า เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของลูกจ้างผู้ประกันตน และเพิ่มสภาพคล่องให้กับนายจ้างผู้ประกอบการ จากสถานการณ์การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตโลก
โดยการปรับลดอัตราเงินสมทบ ให้จัดเก็บเงินสมทบฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เหลือร้อยละ 3 ของค่าจ้าง จากเดิมร้อยละ 5 ทำให้อัตราเงินสมทบที่นายจ้างและลูกจ้างจ่าย อยู่ในระหว่าง 49.50-450 บาทต่อเดือน จากเดิม 83-750 บาทต่อเดือน
สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ปรับลดอัตราเงินสมทบเหลือร้อยละ 3 ของค่าจ้าง จากเดิมร้อยละ 5 จากเดิมที่ชำระเงินสมทบเดือนละ 432 บาท เหลือเดือนละ 240 บาท โดยผู้ประกันตนยังคงได้รับสิทธิประโยชน์เหมือนเดิม
"รัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มุ่งมั่นที่จะทำทุกวิถีทางให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ยกระดับคุณภาพชีวิตจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และยังมีมาตรการช่วยประคับประคองและผลักดันให้นายจ้างผู้ประกอบการสามารถปรับตัวอยู่ได้" น.ส.ทิพานัน กล่าว
น.ส.ทิพานัน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีมาตรการช่วยเหลือนายจ้าง-ลูกจ้างในช่วงวิกฤตจากสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 โดยได้มีการปรับลดอัตราเงินสมทบรวมกันทั้งหมด 21 เดือน เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของนายจ้างและลูกจ้าง และในขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติเหมือนก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 โดยเร็ว