โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สินเชื่อระยะยาว อาวุธทางการเงินสำหรับ SMEs

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ส.ค. 2565 เวลา 02.24 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2565 เวลา 02.24 น.

คอลัมน์ Smart SMEs ผู้เขียน : ttb analytics

ปัญหาเงินลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญที่ลดโอกาสการขยายธุรกิจ หรือการเริ่มโครงการใหม่เพื่อสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น แต่บ่อยครั้งที่เงินลงทุนส่วนตัวของผู้ประกอบการ หรือกระแสเงินสดจากธุรกิจไม่สามารถครอบคลุมเงินจำนวนนั้นได้ สินเชื่อและผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อธุรกิจจากสถาบันการเงินจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาเงินลงทุนไม่เพียงพอได้ง่ายที่สุด

ซึ่งปัจจุบันการได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อระยะยาวเพื่อขยายขนาดธุรกิจ หรือการลงทุนในโครงการใหม่ เป็นเรื่องที่ไม่ยากและซับซ้อนเกินไป หากผู้ประกอบการเข้าใจกระบวนการและขั้นตอน ดังนี้

แผนการลงทุนต้องเหมาะสมและเป็นไปได้ ธุรกิจ SMEs เมื่อมีแพลนขยายธุรกิจต้องมีการนำเสนอแผนการลงทุนที่เหมาะสม ชัดเจน และเป็นไปได้ เพียงพอที่จะสร้างความมั่นใจกับทางสถาบันการเงินว่าการลงทุนนั้นสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติม หรือสามารถขยายขนาดการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ

รวมถึงในกรณีที่ SMEs มีแผนการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ทาง SMEs ต้องโน้มน้าวให้ทางสถาบันการเงินเห็นพ้องว่าการผลิตสิ่งใหม่มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จ

1.กำไรจากการขยายธุรกิจ หรือโครงการใหม่ ต้องครอบคลุมเงินต้นและดอกเบี้ยที่ต้องชำระตามช่วงเวลา โดย SMEs คาดหวังให้รายได้เพิ่มจากการขยายขนาดธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม เงินทุนจากสถาบันการเงินย่อมมีภาระดอกเบี้ย และส่วนของต้นเงินที่แบ่งการชำระออกเป็นงวด ซึ่งทาง SMEs พิสูจน์ได้ว่ากำไรที่ได้รับจากการประมาณการรายได้ต้องมากกว่าส่วนของต้นเงินและดอกเบี้ยที่ต้องชำระในแต่ละช่วงเวลา ผ่านอัตราส่วนในการชำระหนี้ (DSCR) ที่คำนวณจากกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA)/ภาระหนี้ที่ต้องชำระ (interest paid+principal repayment) ควรมากกว่า 1.5 เท่า เพื่อรองรับกรณีที่รายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายหรือเกิดภาวะไม่พึงประสงค์ทางธุรกิจ กิจการยังพอมีกำไรเพียงพอที่จะชำระหนี้ได้

2.แนวทางการบริหารเงินที่โปร่งใส สะท้อนผ่านงบการเงินของกิจการ ซึ่งโดยทั่วไป SMEs มักบริหารจัดการการเงินแบบการเงินส่วนบุคคล ทำให้อัตราส่วนทางการเงินในงบการเงินสะท้อนแนวทางการใช้เงินทุนที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยปกติในแต่ละสถาบันการเงิน จะพิจารณา 2 ประเด็นสำคัญ

ประกอบด้วย 1) ปัญหาการใช้เงินลงทุนผิดประเภท (mismatch fund) และปัญหาเรื่องสภาพคล่อง (liquidity problem) แสดงผ่านอัตราส่วนสภาพคล่อง (current ratio) ที่ควรมากกว่า 1 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงหนี้สินหมุนเวียนไม่เปลี่ยนรูปเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่มีสภาพคล่องต่ำ และหนี้สินหมุนเวียนสามารถครอบคลุมได้โดยสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องทั้งหมด

2) ไม่ใช้เงินทุนจากสถาบันการเงินมากเกินความจำเป็น (no overused bank debt) หาก SMEs มีสินเชื่อระยะสั้นเพื่อใช้หมุนเวียนในธุรกิจจากสถาบันการเงิน ควรใช้อย่างเหมาะสมและไม่เกินกว่าจำนวนเงินทุนหมุนเวียนที่ต้องใช้ในการดำเนินธุรกิจจริง (ภาระคงค้างสินเชื่อระยะสั้น > เงินทุนหมุนเวียนที่ต้องการ (ลูกหนี้การค้า + สินค้าคงคลัง – เจ้าหนี้การค้า)

3.ความจริงใจมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ การให้สินเชื่อธุรกิจเปรียบเสมือนสถาบันการเงินเข้าร่วมรับความเสี่ยงกับธุรกิจ ดังนั้น SMEs ควรหาหลักประกันในจำนวนที่เหมาะสม การใช้ธุรกิจเดิมร่วมค้ำประกัน หรือแม้แต่การใช้ทุนส่วนตัวของธุรกิจบางส่วน ซึ่งเป็นเครื่องแสดงให้สถาบันทางการเงินรับทราบถึงความจริงใจในการทำธุรกิจ โดยเจ้าของกิจการพร้อมรับความเสี่ยงเพิ่มเติมร่วมกับสถาบันการเงิน

กล่าวโดยสรุป การเข้าถึงสินเชื่อและผลิตภัณฑ์ทางการเงินจากสถาบันการเงิน โดยเฉพาะการขอสินเชื่อระยะยาวเพื่อขยายขนาดธุรกิจ หรือเข้าลงทุนโครงการใหม่ ๆ เป็นเรื่องไม่ซับซ้อน แต่สิ่งที่สำคัญ คือ แผนการลงทุนต้องชัดเจน เหมาะสม และเป็นไปได้

นอกจากนี้ ธุรกิจ SMEs ยังควรต้องเร่งจัดทำบัญชีและงบการเงินให้มีมาตรฐาน เพื่อแสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้และแนวทางการบริหารธุรกิจอย่างโปร่งใส จะทำให้เพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อระยะยาวเพื่อขยายขนาดธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจได้ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...