โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แผ่นเสียงในสยาม’ เปิดท่วงทำนองประวัติศาสตร์ เมื่อวันวานคืออนาคต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 ก.ย 2565 เวลา 07.12 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2565 เวลา 05.40 น.

ในวันที่ผู้คนสามารถคลิกฟังบทเพลงมากมายได้อย่างไม่จำกัดผ่านโลกออนไลน์
ในวันที่เว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ พร้อมเสิร์ฟความบันเทิงอย่างไม่จำกัด
ในวันที่วิทยุทรานซิสเตอร์ กลายเป็นวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์
และในวันที่แผ่นเสียงและเครื่องเล่น กลายเป็นสิ่งล้ำค่าในประวัติศาสตร์

หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร เปิดตัวนิทรรศการ ‘แผ่นเสียงในสยาม’ นำเสนอเรื่องราว ประวัติความเป็นมา ทั้งยังจัดแสดงแผ่นเสียงและเครื่องเล่นแผ่นเสียงหลากยุคสมัย พร้อมเพลิดเพลินกับเสียงเพลงจากแผ่นเสียงเก่า และถ่ายภาพกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณ

ชวนให้ศึกษาประวัติ เรียนรู้พัฒนาการ ทำความเข้าใจในแผ่นเสียงประเภทต่างๆ รวมถึงประวัติศาสตร์การบันทึกเสียงของไทยผ่าน 4 ส่วนของนิทรรศการ อันได้แก่

ส่วนที่ 1 แรกมีแผ่นเสียงในสยาม บอกเล่าประวัติความเป็นมาของการกำเนิดแผ่นเสียง และการบันทึกเสียงยุคแรกในสยาม แผ่นเสียงครั่ง ตราแผ่นเสียงที่ผลิตขึ้นโดยคนไทยในยุคแรก ‘หม่อมส้มจีน’ นักร้องสตรีไทยคนแรกที่บันทึกเสียงลงแผ่นเสียง และแผ่นเสียงปาเต๊ะเพลงไทย

ในโซนนี้ หนึ่งในไฮไลต์ที่ชวนให้ต้องเพิ่มวอลุ่ม คือ เรื่องราวของหม่อมส้มจีน ซึ่งเป็น นักร้องหญิงของไทยคนแรกที่ได้รับการคัดเลือกให้ร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียง ตั้งแต่ก่อน พ.ศ.2449 โดยบริษัท แกรมโมโฟน คอนเสิร์ต เร็กคอร์ด สาขาบางกอก อัดเสียงลงบนแผ่นขี้ผึ้งในกรุงเทพฯ แล้วส่งไปทำแม่พิมพ์ อัดเป็นแผ่นครั่งสีดำที่เมืองแฮนโนเวอร์ เยอรมนี แผ่นเสียงชุดนี้อัดหน้าเดียว ส่วนด้านหลังพิมพ์เป็นตราของบริษัท เป็นรูปเทวดาฝรั่ง มีปีก ขีดร่องรูปวงกลมบนแผ่นเสียง ซึ่งเป็นตราของบริษัท แอนเจิ้ลแกรมโมโฟน ซึ่งต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท แอนเจิ้ลเร็กคอร์ด

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี พระราชธิดาองค์สุดท้องในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเคยเล่าประทาน นายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล ว่า หม่อมส้มจีนมีเสียงเล็กแหลมดัง ร้องเพลงหมดจด ชัดถ้อยชัดคำ ลีลาการเอื้อนละเอียดลออหมดจด นับว่าเป็นคนร้องเก่งมาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดว่า ร้องเพลงดีและทรงคุ้นเคยจนถึงบันทึกชื่อหม่อมส้มจีนไว้ในหนังสือพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ.2450 ทรงบันทึกในพระราชหัตถเลขา ฉบับที่ 26 ใน ไกลบ้าน ว่าขณะที่อยู่ในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนีนั้น ได้มีผู้ส่งแผ่นเสียงหม่อมส้มจีนร้องขึ้นไปถวายให้ทรงฟังชุดหนึ่ง คือ แผ่นเสียงชุดแรกที่กล่าวถึงนี้ ทรงบันทึกว่า

‘มีเพลงแสนเสนาะนั้น เพลงหนึ่ง ยายส้มจีนร้อง’

แผ่นเสียงชุดดังกล่าวนั้น หม่อมส้มจีนร้องอยู่ 2 เพลง คือ เพลงแสนเสนาะ และเพลงบุหลัน แต่การพิมพ์ชื่อผิด โดยพิมพ์ชื่อหม่อมส้มจีนเป็น “ซ่มจีน” และเพลงบุหลันเป็น “บูหลัน”

ผลงานของหม่อมส้มจีนต่อมาได้บันทึกเป็นจานเสียงกับบริษัท International Talking Machine เป็นแผ่นเสียงโอเดี้ยน ตราตึก จำนวนมาก ปรากฏบนหน้าแผ่นเสียงว่า ใช้พิณพาทย์วง นายแปลก (พระยาประสานดุริยศัพท์-แปลก ประสานศัพท์) นายสอน (หลวงประดิษฐไพเราะ-ศร ศิลปบรรเลง) ซึ่งก็คือ วงของวังบูรพาภิรมย์นั่นเอง เพลงที่บันทึกไว้มี ตับนางลอย, เขมรใหญ่ 3 ชั้น, ลมหวน 3 ชั้น, มโหรีตับแขกมอญ, มาลีหวน 3 ชั้น, แสนเสนาะ 3 ชั้น, บุหลัน 3 ชั้น, ใบ้คลั่ง 3 ชั้น

ครั้นครูแปลกได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นขุนประสานดุริยศัพท์ เมื่อ พ.ศ.2452 หม่อมส้มจีนได้อัดแผ่นเสียงรุ่นหลังสุดกับบริษัท พาโลโฟน และแผ่นเสียงตรารามสูร-เมขลา (บนหน้าแผ่นเสียงพิมพ์ข้อความว่า “แผ่นเสียงสำหรับผู้มีบรรดาศักดิ์”) ชุดนี้มีมโหรี, ตับทะแย, ต่อยรูป 3 ชั้น, การเวก 3 ชั้น, ลมหวน 3 ชั้น, ชมดงนอก, แขกมอญ 3 ชั้น, ทยอยนอก 3 ชั้น, สี่บท 3 ชั้น, เชิดจีน, บุหลัน 3 ชั้น, จระเข้หางยาว ฯลฯ อีกมากมาย จึงได้ชื่อว่า เป็นต้นตำรับการขับร้องเพลงสามชั้นในสมัยรัชกาลที่ 5

หม่อมส้มจีน เป็นนักร้องที่โด่งดังมากในสมัยรัชกาลที่ 5 ปรากฏผลงานการขับร้องของท่านแพร่หลายเป็นแบบอย่างสําหรับนักร้องทั่วไปในยุคนั้น และยังคงมีอิทธิพลเป็นแบบอย่างต่อมาจนถึงรัชกาลที่ 7 หรือแม้แต่ปัจจุบัน แนวการขับร้องของหม่อมส้มจีนยังคงมีอยู่ไม่น้อย เช่น ลีลาการขับร้องของครูท้วม ประสิทธิกุล และครูอุษา สุคันธมาลัย เป็นต้น

ด้านชีวิตส่วนตัวนายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล เคยค้นคว้าเรียงข้อมูลเกี่ยวกับหม่อมส้มจีน ไว้ตอนหนึ่งว่า หม่อมส้มจีน เป็นภรรยาคนหนึ่งของ พระยาราชานุประพันธ์ (สุดใจ) เป็นนักร้องเพลงไทยที่มีชื่อเสียงมากในสมัยรัชกาลที่ 5 ไม่ทราบว่าเป็นบุตรีของท่านผู้ใด คาดว่าจะเกิดในปลายรัชกาลที่ 4 ระหว่าง พ.ศ.2400-05 เมื่อเป็นเด็กได้เข้ามาอยู่ในบ้านพระยาราชานุประพันธ์ (สุดใจ) ณ ตำบลคลองบางหลวงบริเวณคลองซอยทางเข้าคลองบางไส้ไก่ ฝั่งธนบุรี ฝึกหัดร้องละครแต่ครั้งนั้น เนื่องจากเป็นคนเสียงดี จึงมีชื่อเสียงมาตั้งแต่อายุยังน้อย

ส่วนที่ 2 จากแผ่นเสียงครั่งสู่แผ่นเสียงไวนิล นำเสนอพัฒนาการการบันทึกเสียงจากแผ่นเสียงครั่ง สู่แผ่นเสียงไวนิล และแผ่นเสียงไวนิลประเภทต่างๆ

ย้อนเล่าเรื่องราวนับแต่ พ.ศ.2473 ซึ่งมีการพัฒนาเทคโนโลยีการบันทึกเสียงด้วยระบบสเตอริโอซึ่งให้เสียงคุณภาพดีกว่าแผ่นเสียงครั่ง สามารถเล่นได้ที่ความเร็วต่ำ 33 รอบต่อนาที (33RPM) ในขณะที่แผ่นเสียงครั่งเล่นด้วยความเร็ว 78 รอบต่อนาที (78RPM) แผ่นเสียงที่พัฒนาขึ้นนี้ผลิตจากวัสดุโพลิเมอร์สังเคราะห์ เรียกว่า ‘ไวนิล’ (Vinyl) จึงเป็นที่มาของการเรียกชื่อแผ่นเสียงนี้ว่า ‘แผ่นไวนิล’

ต่อมาใน พ.ศ.2492 บริษัท PCA Victor พัฒนาแผ่นเสียงไวนิลขนาด 7 นิ้ว เล่นด้วยความเร็ว 48 รอบต่อนาที เรียกว่า ‘แผ่นซิงเกิล’ (Single) บันทึกเสียงไว้ 1-2 เพลง

โดยทั่วไป แผ่นเสียงไวนิลจะถูกผลิตออกมาเป็นสีดำ แต่ปัจจุบันมีการผลิตแผ่นเสียงพิเศษจำนวนมากที่มีสีสันสวยงามและมีการผลิตแผ่นเสียงขนาดพิเศษซึ่งแตกต่างไปจากแผ่นเสียงขนาด 7 นิ้ว 10 นิ้ว และ 12 นิ้ว ส่วนใหญ่จัดทำขึ้นในโอกาสพิเศษต่างๆ

ส่วนที่ 3 แผ่นเสียงสำคัญในสยาม กล่าวถึงแผ่นเสียงเพลงสำคัญของชาติ แผ่นเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 แผ่นเสียงเพลงไทยของกรมศิลปากร แผ่นเสียงเพื่อการศึกษา และรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน

ส่วนที่ 4 การกลับมาของแผ่นเสียง คุณค่าทางใจและความสุนทรีย์ที่จับต้องได้ อธิบายถึงการกลับมาได้รับความนิยมของแผ่นเสียงอีกครั้งในยุคปัจจุบัน

สำหรับโซนนี้ นับเป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องขีดเส้นใต้ เพราะเป็นประเด็นน่าสนใจถึงขนาดเคยเป็นงานวิจัยระดับปริญญาโท ของมหาบัณฑิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาแล้ว ในหัวข้อ ‘แผ่นเสียงในยุคดิจิตอล : ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้นิยมเล่นแผ่นเสียงในประเทศไทย’ โดย ณัฐชัย นวลสุวรรณ์ เมื่อ พ.ศ.2558

ผลการศึกษาพบว่าผู้นิยมแผ่นเสียงในไทยยุคนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่มอายุ คือ ไม่เกิน 35 ปี สนใจด้วยเหตุผลด้าน ‘การสะสม’ ผลงานของศิลปินที่ชื่นชอบ และเรื่องราคาเป็นหลัก เนื่องจากเป็นวัยที่ต้องสร้างฐานะ ในขณะที่กลุ่มอายุมากกว่า 35 ปี สนใจแผ่นเสียงด้วยเหตุผลของคุณภาพเสียงการสะสม และ ‘ความเพลิดเพลินในขั้นตอนการเล่นแผ่นเสียง’ โดยงานวิจัยที่ว่านี้ ผู้วิจัยระบุว่า เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นับได้ว่า วัตถุแห่งความสุนทรีย์ในวันวาน ยังมีอนาคตด้านธุรกิจการค้าที่ต้องจับตา

ส่วนเนื้อหาโซนนี้ในนิทรรศการเป็นอย่างไร ต้องชวนให้ไปสัมผัสด้วยตนเอง

ไม่เพียงเท่านั้น ในนิทรรศการ ยังมี ‘กระบอกเสียงของเอดิสัน’ และแผ่นเสียงหายาก ตั้งแต่ครั้งแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 แผ่นเสียงครั่งร่องกลับทางของปาเต๊ะ ซึ่งเป็นแผ่นเสียงชนิดพิเศษและหายาก อีกทั้งแผ่นเสียงไวนิลแบบต่างๆ ที่จัดทำขึ้นพิเศษ แผ่นเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ที่บันทึกครั้งแรก แผ่นเสียงเพลงชาติในยุคแรกหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง แผ่นเสียงเพลงไทยของกรมศิลปากร และอีกมากมาย

ละลานตาด้วยสีสันชวนบันเทิงใจจาก ‘ปกแผ่นเสียง’ และไวนิลอันสวยงามสะดุดตาของเหล่าศิลปินสุดป๊อปปูลาร์ในยุครุ่งโรจน์ สัมผัสเครื่องเล่นแผ่นเสียงในยุคต่างๆ เพลิดเพลินใจไปกับเสียงเพลงจากแผ่นเสียงเก่า ถ่ายภาพกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณ และร่วมกิจกรรม Sleeveface จากปกแผ่นเสียง

มาร่วมฟังสุ้มเสียงอันไพเราะในประวัติศาสตร์ของแผ่นเสียงสู่ท่วงทำนองของอนาคตที่ไม่ใช่ของของเก่าเก็บ หากแต่เป็นไอเท็มเลอค่าที่ผู้คนไม่เคยลืม

พรรณราย เรือนอินทร์

นิทรรศการ‘แผ่นเสียงในสยาม’
เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ในวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 09.00-16.30 น. ณ ห้องโถงชั้น 1 ห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร สำนักหอสมุดแห่งชาติ เขตดุสิต กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านดนตรี เป็นศูนย์ข้อมูลวิชาการดนตรีสำหรับศึกษาค้นคว้า วิจัย รวบรวมและอนุรักษ์ต้นฉบับเพลงไทย และเพลงพระราชนิพนธ์ทุกรูปแบบ ทั้งสื่อโสตทัศนวัสดุ หนังสือ เอกสาร และโน้ตเพลง จัดแสดงเปียโนสองหน้าโบราณหลังเดียวของไทย และผลงานของครูเพลงที่สำคัญของไทย เช่น ท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์ และพระเจนดุริยางค์ เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...