RATCH เพิ่มทุน 2.5 หมื่นล้าน ฉลุย ดันมูลค่ากิจการแตะ 2 แสนล้านปี'68
RATCH โชว์ความสำเร็จในการเพิ่มทุน มูลค่ารวมประมาณ25,000 ล้านบาท ตั้งเป้ามีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้นเป็น10,000 เมกะวัตต์ ผลักดันมูลค่ากิจการแตะ 200,000 ล้านบาทภายในปี2568
วันที่ 27 มิถุนายน นางสาวชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือRATCH หรือบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทนำหุ้นเพิ่มทุนเข้าซื้อขายวันแรกเมื่อวันที่24 มิถุนายน2565 ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งช่วยให้RATCH สามารถสานต่อแผนการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้
โดยมุ่งขยายการเติบโตจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าไปสู่ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและธุรกิจอื่นที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในระยะยาว และยกระดับองค์กรสู่“บริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก”
ทั้งนี้ บริษัทมีแผนนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนในครั้งนี้รวมประมาณ25,000 ล้านบาท สำหรับรองรับการปรับโครงสร้างเงินทุน โดยนำไปชำระหนี้เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินและคงอัตราส่วนทางการเงิน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ(CREDIT RATING AGENCIES) รวมถึงรองรับแผนการขยายธุรกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ
โดยบริษัทฯ ได้กระจายการลงทุนไปยังโครงการระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและธุรกิจอื่นที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในระยะยาว ซึ่งกำหนดเป้าหมายไว้ที่ 20% ของงบนลงทุน พร้อมสร้างฐานธุรกิจในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้การขยายและต่อยอดการลงทุนมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ เพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
บริษัทมีเป้าหมายระยะยาวที่จะก้าวสู่ผู้นำพลังงานในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยตั้งเป้ามีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้นเป็น10,000 MW ซึ่งจะมีสัดส่วนกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนถึง25% ภายในปี2568 จากปัจจุบันอยู่ที่15% อีกทั้งวางเป้าหมายเพิ่มมูลค่ากิจการแตะ2 แสนล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีเป้าหมายยกระดับการจัดการด้านความยั่งยืนโดยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภายใต้6 แนวทางในการดำเนินงาน เพื่อไปสู่เป้าหมายCarbon Neutrality ซึ่งสอดรับกับแนวทางESG
โดยเริ่มตั้งแต่การกำหนดเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนต่อเนื่องทุกปี การกระจายการลงทุนในธุรกิจคาร์บอนต่ำ การเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงและพลังงาน การปลูกป่าเพื่อสร้างแหล่งดูดกลับก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งกำหนดสัดส่วนประเภทเชื้อเพลิงสำหรับการลงทุน และจำกัดเพดานการลงทุนเชื้อเพลิงถ่านหิน ด้วยแนวทางดังที่กล่าวมา บริษัทเชื่อมั่นว่าจะช่วยจำกัดและลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
กรรมการผู้จัดการใหญ่RATCH กล่าวว่า แม้ภาพรวมสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย–ยูเครน ที่เป็นแรงหนุนต่อราคาพลังงานในตลาดโลกจะทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาดังกล่าวไม่ได้มีผลกระทบต่อRATCH อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสามารถส่งผ่านราคาต้นทุนเชื้อเพลิงไปสู่ผู้รับซื้อไฟฟ้ารายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า จึงไม่กระทบต่อผลการดำเนินงานในปัจจุบัน
ส่วนแผนดำเนินงานปี2565 บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในประเทศไทยนอกจากการลงทุนในโครงการพลังงานทดแทนแล้ว ยังมุ่งลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก(SPP) ประเภทโคเจเนอเรชั่น ที่จะช่วยสร้างการเติบโตและเพิ่มมูลค่ากิจการในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้ตั้งงบฯลงทุนในปีนี้ไม่ต่ำกว่า30,000 ล้านบาท
โดยใช้เงินลงทุนขยายธุรกิจผลิตไฟฟ้าประมาณ28,000 ล้านบาท คิดเป็น93% ของงบฯลงทุน แบ่งเป็น งบฯลงทุนโครงการใหม่26,500 ล้านบาท และโครงการเดิม1,500 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก7% หรือประมาณ2,000 ล้านบาท จะใช้เพื่อลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ นอกเหนือไปจากธุรกิจผลิตไฟฟ้า