โบรกฯวิเคราะห์ ธปท.ปรามใช้ "คริปโทฯ" ชำระค่าสินค้าเอฟเฟ็กต์ผู้ให้บริการโทเคน
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส วิเคราะห์ กระแส ธปท.ประกาศไม่สนับสนุนใช้ “คริปโท” ชำระค่าสินค้า-บริการ สร้างบรรยากาศเชิงลบต่อบริษัทจดทะเบียนที่ทำธุรกิจ ให้บริการโทเคน “KBANK-SCB-XPG-JTS-CGH” ส่วนธุรกิจรับชำระสินค้าบริการ-ลงทุนในคริปโท-ขุดเหรียญ ผลกระทบจำกัด
วันที่ 2 ธันวาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส จำกัด รายงานว่า จากกระแสการปรามการใช้ Cryptocurrency จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกประกาศว่า ธปท.ไม่สนับสนุนการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระค่าสินค้าและบริการ เนื่องจาก 1.มีความผันผวนสูง 2.มีความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ 3.อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือของการฟอกเงิน
ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าเป็นผลจากช่วงที่ผ่านมา กระแสบริษัทจดทะเบียนและนอกตลาดเริ่มทำการตลาด และยอมรับให้ใช้ Cryptocurrency อาทิ Bitcoin, Etheruem ในการซื้อสินค้าและบริการ เช่น บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) รับเหรียญซื้อตั๋วหนัง หรือ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) รับเหรียญในการแลกซื้อเครื่องดื่มร้าน Inthanin ฯลฯ
ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยประกอบธุรกิจเกี่ยวข้อง Cryptocurrency แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ 1.บริษัทที่ทำ ICO portal (ผู้ให้บริการโทเคน) ทำหน้าที่คล้ายที่ปรึกษาทางการเงิน ในการตรวจสอบข้อมูลการออก ICO ของบริษัทที่เสนอขายโทเคน (due diligence) และเก็บรักษาทรัพย์สินของผู้ลงทุน ฯลฯ ซึ่งประกอบด้วย ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) (คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเซท), ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) (โทเคน เอกซ์), บมจ.เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล (XPG) (X Spring Digital), บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น(JTS), บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (CGH) (เข้าไปถือหุ้นในบริษัทคริปโตมายด์)
2.บริษัทที่รับ Cryptocurrency หรือ Tokens เพื่อใช้ชำระบัญชีสินค้าบริการ ซึ่งประกอบด้วย 1.กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (บมจ.แสนสิริ (SIRI), บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN), บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น(SC), บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI), บมจ.แอสเซทไวส์ (ASW), บมจ.เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (MJD) 2.กลุ่มมีเดีย (บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR), บมจ.อาร์เอส (RS) (POPCOIN) 3.กลุ่มอื่น ๆ เช่น บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) (Inthanin), บทจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS), บมจ.เจ มาร์ท (JMART), ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TIPH), บมจ.เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (MJD)
3.บริษัทที่เข้าไปลงทุนใน Cryptocurrency โดยตรง อาทิ บมจ.บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK)
4.บริษัทที่เข้าไปลงทุนขุดเหรียญ Bitcoin (Bitcoin Mining) อาทิ บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น (JTS)
โดยฝ่ายวิจัยประเมินว่าการประกาศจาก ธปท.ดังกล่าวจะมีผลกระทบหรือสร้างบรรยากาศเชิงลบต่อบริษัทจดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจประเภทที่ 1 คือ ICO portal อาทิ KBANK, SCB, XPG, CGH ฯลฯ เนื่องจากอาจทำให้กระบวนการออกเหรียญหรือโทเคนในตลาดมีอุปสรรค ฯลฯ
ส่วนบริษัทประเภทที่ 2 คือผู้ที่รับเหรียญชำระค่าสินค้าบริการ อาทิ กลุ่มอสังหาฯ SIRI ANAN ORI MJD กลุ่มสื่อ อาทิ MAJOR คาดไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากผู้บริโภคยังเป็นส่วนน้อยที่ใช้เหรียญในการซื้อขายสินค้าและบริการอย่างมีนัย ส่วนธุรกิจประเภทที่ 3-4 คาดไม่กระทบเลยเนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้อง