โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทรนด์ใหม่ญี่ปุ่น : เพิ่งเข้าทำงานก็ลาออกเสียแล้ว

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 09 พ.ค. 2567 เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2567 เวลา 10.27 น.
(Photo by Richard A. Brooks / AFP)

1เมษายน วันแรกของการทำงานของพนักงานเข้าใหม่ของบริษัทในญี่ปุ่น (新入社員) แต่ละคนย่อมต้องตื่นเต้นกับชีวิตพนักงาน (salaryman) สถานที่ทำงาน เพื่อนร่วมงาน ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะได้เรียนรู้ต่อจากนี้ไป

คนรุ่นเบบี้บูม เมื่อเข้าทำงานที่บริษัทใดแล้ว ก็จะอุทิศทั้งชีวิตให้การทำงานเพื่อบริษัท ตั้งใจและอดทนทำงานที่เดียวตลอดไปจนเกษียณ ไม่ค่อยมีลาออกกลางคัน เพราะถ้าลาออกก็จะหางานใหม่ได้ไม่ง่ายเลย เพราะทุกบริษัทเป็นการจ้างงานตลอดชีพ (終身雇用) ไม่มีคนออกก็ไม่รับคนเข้ากลางคัน

แต่ปัจจุบัน ทุกอย่างเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ วัฒนธรรมการทำงานแบบเดิมๆ ไม่เข้ากับคนหนุ่มสาวปัจจุบันเสียแล้ว

กว่าจะได้เข้าทำงาน นักศึกษาญี่ปุ่นต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นปี 3 (อ่าน สุภา ปัทมานันท์ “ไนเท (内定) เมื่อนักศึกษาญี่ปุ่นได้งานทำ” มติชนสุดสัปดาห์ 19 เมษายน 2567) แต่เมื่อเข้าทำงานแล้ว ไม่นานก็ลาออก

จากการสำรวจในปีนี้ มีเรื่องที่น่าตกใจคือ มีไม่น้อยที่เพิ่งเข้าทำงานเมื่อวันที่ 1 เดือนเมษายน ได้เพียงวันเดียวก็ยื่นใบลาออกเสียแล้ว

ในโลกออนไลน์มีหัวข้อสนทนาบ่นไม่ถูกใจที่ทำงานหนาตามาก ในขณะที่บริษัทต่างๆ พากันประสบปัญหา รับสมัครพนักงานได้ไม่พออย่างต่อเนื่อง

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้?

พนักงานเข้าใหม่บอกว่า

เนื้อหางานต่างไปจากที่เคยเข้าใจ รู้สึกหวั่นใจ ไม่แน่ใจ

รับสมัครเราเข้ามาเป็นพนักงานประจำ แต่กลับให้ทำงานแบบพนักงานชั่วคราว

ก่อนรับเข้าทำงาน บริษัทบอกว่าทรงผม และแต่งตัวตามสบายได้ แต่กลับถูกปฏิเสธไม่ให้เข้า

ร่วมพิธีต้อนรับพนักงานใหม่ เพราะทำสีผม อย่างนี้ใช้ได้หรือ?

แม้ว่าเหตุผลส่วนใหญ่คือ เนื้อหางานไม่ตรงกับที่เคยคุยกันไว้ นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ถูกหัวหน้างานใช้อำนาจบาตรใหญ่ (パワハラ) และดุด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายเกินจะรับได้ บางคนบ่นว่ามาถึงบริษัทก่อนเข้างาน 30 นาที ก็ยังถูกตำหนิว่า “มาช้า ต้องมาก่อนเวลา 1 ชั่วโมงสิ” นึกในใจว่าถ้ามาก่อนเวลาขนาดนั้น จะได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นหรือเปล่า?

นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลด้านบรรยากาศในที่ทำงาน รู้สึกอึดอัด ไม่ปลอดโปร่งใจ ไม่มีแรงกระตุ้นให้อยากทำงาน แม้ว่าไม่มีอะไรติดขัดเกี่ยวกับหัวหน้างานก็ตาม

จากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขและแรงงาน (厚生労働省) พบว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันจำนวนพนักงานเข้าใหม่ ทำงานไม่นานก็ลาออก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ในเดือนมีนาคม 2020 พนักงานที่ทำงานไม่เกิน 3 ปี แล้วลาออกมี 32.3% เปรียบเทียบย้อนหลังไป 10 ปี ก็ไม่ได้แตกต่างมากนัก กล่าวคือ ทุกๆ 10 คน จะมีคนลาออกเกิน 3 คนเล็กน้อย

เมื่อสำรวจเดือนมีนาคม 2021 พนักงานที่ทำงานไม่เกิน 2 ปี แล้วลาออกมี 24.5% เป็นจำนวนสูงสูดเมื่อเปรียบเทียบย้อนหลัง 10 ปี เห็นภาพการไหลออกจากระบบการทำงานที่เข้มงวดในอดีตของญี่ปุ่นได้ชัดเจนขึ้น

ส่วนคนที่ลาออกเมื่อทำงานไม่ครบ 1 ปี สถิติปี 2022 มีประมาณ 12%

จากผลสำรวจในปี 2022 และปี 2023 คนหนุ่มสาววัย 20 ปี ที่มีประสบการณ์เคยเปลี่ยนงานแล้ว 800 คน ถึงเหตุผลที่ลาออก อันดับหนึ่งของทั้ง 2 ปี คือ “เงินเดือนน้อย ไม่เห็นอนาคตว่าจะได้ขึ้นเงินเดือน” 35.2% อันดับสองคือ “ปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน” 25.9% ข้อนี้ขยับจากอันดับ 8 ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 เลย อันดับ 3 คือ “สภาพการทำงานไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ ฝึกฝนทักษะ” 23.5% น่าสนใจมากที่เหตุผลข้อนี้พุ่งจากที่เคยเป็นอันดับ 14 ขึ้นมาทีเดียว ส่วนอันดับ 4 ก็พุ่งขึ้นมาจากอันดับ 16 คือ “มีงานอื่นที่น่าสนใจและอยากทำ” 23%

ในทางกลับกัน ปี 2022 พนักงานที่ลาออกเพราะกังวลใจเรื่องความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และความมั่นคงของสายงาน กลายเป็นเหตุผลลำดับท้ายๆ ในปี 2023 ไปเสียแล้ว

จากการระบาดของโควิด-19 หลายปี ทำให้รูปแบบของการทำงานเปลี่ยนไปเป็น WFH มากขึ้น ทำให้พนักงานเข้าใหม่ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงาน จนรู้สึกไม่มั่นใจ สับสน ไม่รู้จะปรึกษาปัญหาในการทำงานกับใครดี เป็นต้น น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจ (อย่างหุนหัน) และลาออกโดยไม่อดทนแก้ปัญหา และไม่เสียเวลาคิดถึงความก้าวหน้าในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง คิดเพียงการเพิ่มคุณค่าของตัวเองด้วยตัวเองเพื่อความโดดเด่นในตลาดแรงงาน

นอกจากนี้ จากการที่ตลาดแรงงานในญี่ปุ่นขาดแคลนแรงงานวัยหนุ่มสาว ทำให้คนที่เพิ่งเข้าทำงาน เมื่อไม่พอใจกับงานที่ทำอยู่ ก็ตัดสินใจลาออกได้ง่ายขึ้น เพราะรู้ว่าลาออกไปก็หางานใหม่ได้อีก ไม่จำเป็นต้องอดทนอย่างคนรุ่นพ่อแม่ในระบบจ้างงานตลอดชีพ หากใครทำงานไม่นานแล้วลาออก ก็จะถูกมองว่าเป็นคนไม่จริงจัง ไม่สู้งาน ไม่น่าเชื่อถือ

ดังนั้น คนรุ่นใหม่จึงมีทางเลือกมากขึ้น แต่ทางที่เลือกจะยั่งยืนหรือไม่ เป็นสิทธิส่วนบุคคลไม่มีสายตาของคนรอบข้าง และไม่จำเป็นต้องคิดซับซ้อนขณะนี้

ทางด้านบริษัทผู้จ้างงานจำเป็นต้องปรับตัวรับกับสถานการณ์ ทำอย่างไรจึงจะเป็นที่ทำงานที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ ให้อยากเข้ามาร่วมงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำงาน บรรยากาศภายใน และวัฒนธรรมองค์กร การใช้คนให้ถูกกับงาน และแน่นอนว่าค่าตอบแทนต้องเหมาะสมด้วย

ขณะนี้บริษัทใหญ่ๆ หลายแห่งกำลังปรับฐานเงินเดือนเริ่มต้นให้สูงขึ้น และปรับวิธีการทำงานแบบเดิมๆ ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงาน ให้โอกาสแก่คนรุ่นใหม่มากขึ้น เป็นการผูกใจให้อยู่กับบริษัทไปนานๆ

อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจหนีไปไกลๆ เลยนะ ขอร้อง…

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เทรนด์ใหม่ญี่ปุ่น : เพิ่งเข้าทำงานก็ลาออกเสียแล้ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...