โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปรีดี แปลก อดุล : คุณธรรมน้ำมิตร (11)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 02 พ.ค. 2567 เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2567 เวลา 10.01 น.

คิวแรก พระยาฤทธิฯ

หลังจากจบข้อกล่าวหาแล้ว หลวงพิบูลสงครามก็ยื่นข้อเสนอต่อพระยาฤทธิอัคเนย์ว่า

“ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ต้องหาเช่นนี้ ทางตำรวจเขาเห็นสมควรจะฟ้องศาล แต่เนื่องจากท่านเป็นผู้ก่อการชั้นผู้ใหญ่ ในที่ประชุมของผู้ก่อการจึงเห็นสมควรที่ท่านจะพิจารณาเป็น 2 ประการคือ 1.ลาออกจากราชการแล้วเดินทางไปอยู่นอกประเทศเสีย 2.ยอมให้ศาลพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามที่พนักงานอัยการศาลพิเศษเป็นโจทก์ฟ้องกล่าวหา”

“แล้วในที่ประชุมตกลงกันว่าอย่างไร ?” พระยาฤทธิฯ ถามขึ้นเมื่อหลวงพิบูลฯ ได้พูดจบลง

“ที่ประชุมลงมติเห็นพ้องกันเช่นนี้” หลวงพิบูลฯ ตอบ “คือหมายความว่ามีทางให้เลือกสองทางดังกล่าวแล้ว”

หลวงพิบูลสงครามถามต่อไปในที่ประชุมคณะผู้ก่อการซึ่งมีพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นประธานว่า จะให้การหรือมีข้อชี้แจงอย่างไร พระยาฤทธิฯ ตอบว่า

“จะมีประโยชน์อะไรที่ข้าพเจ้าจะให้การอีก ในเมื่อที่ประชุมได้พิจารณาลงมติกันแล้วว่าข้าพเจ้าเป็นผู้ผิด ก่อนที่พวกท่านจะได้ไต่สวนหรือสอบสวนข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นพวกก่อการมาด้วยกัน” จากนั้นได้ถามว่าจะฟ้องในศาลไหน หลวงพิบูลตอบว่าเป็นศาลพิเศษ

พระยาฤทธิฯ จึงตอบว่า “เมื่อจะเอาตัวข้าพเจ้าไปเป็นจำเลยในศาลพิเศษ ข้าพเจ้าไม่สมัครใจที่จะต่อสู้ในคดีที่ต้องหานี้ ข้าพเจ้ายอมที่จะฟังคำแนะนำของท่านคือลาออกแล้วเดินทางไปนอกประเทศ”

การประชุมจึงเป็นอันยุติลง แต่ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป พระยาฤทธิอัคเนย์ได้กล่าวคำอำลาเป็นครั้งสุดท้ายต่อที่ประชุมของหัวหน้าผู้ก่อการคนสำคัญในวันนั้นว่า

“ข้าพเจ้าจะจากไปแล้ว ก็ใคร่จะขอฝากข้อสังเกตไว้อย่างหนึ่งว่า ในเหตุการณ์ที่บังเกิดขึ้นเหล่านี้ เจ้าคุณพหลฯ จะต้องรับผิดชอบในวันหนึ่งข้างหน้า”

พระยาฤทธิอัคเนย์ได้เล่าให้ เสทื้อน ศุภโสภณ ฟังต่อไปว่า เมื่อการประชุมได้สิ้นสุดลงแล้ว พระยาพหลพลพยุหเสนาได้กล่าวต่อท่านว่า “ตราบใดที่หลวงอดุลฯ ยังเป็นอธิบดีกรมตำรวจอยู่ เจ้าคุณก็เห็นจะไม่มีทางกลับเข้ามาได้”

พระยาฤทธิอัคเนย์ได้ถามถึงอนาคตของบุตรชายคือ นายเสรี เอมะศิริ ซึ่งกำลังศึกษาวิชาสัตวศาสตร์อยู่ที่สหรัฐอเมริกาด้วยทุนของทางราชการว่าจะถูกเรียกตัวกลับหรือไม่ เนื่องจากบิดาโดนข้อหากบฏ ซึ่งพระยาพหลพลพยุหเสนาก็ตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน และให้คำมั่นว่าจะดูแลครอบครัวของพระยาฤทธิอัคเนย์ให้ด้วยเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพระยาฤทธิอัคเนย์เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว นายเสรีก็ถูกเรียกตัวกลับก่อนที่จะเรียนจบ

1 ตุลาคม 2481 พระยาฤทธิอัคเนย์เดินทางจากสยามทางรถไฟไปยังเมืองปีนังพร้อมกับหลานชายคนหนึ่ง และต่อมาอีกเดือนเศษ คุณหญิงผู้ภรรยาพร้อมด้วยมารดาของท่านจึงเดินทางไปสมทบ

คิวที่สอง พระประศาสน์ฯ

ไม่นับพระยาพหลพลพยุเสนา “สี่ทหารเสือ” บัดนี้จึงเหลือเพียง พระประศาสน์พิทยายุทธ หลังจากพระยาฤทธิอัคเนย์ถูกบีบบังคับให้เดินทางจากสยามทางรถไฟไปยังปีนังเมื่อ 1 ตุลาคม 2481

8 ตุลาคม 2481 พระประศาสน์พิทยายุทธ ก็ถูกย้ายไปสำรองราชการกองบังคับการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

12 พฤศจิกายน 2481 หลังการออกเสียงเลือกตั้งผู้แทนราษฎรทั่วประเทศ พระยาพหลพลพยุหเสนาไม่ขอรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การต่อสู้ทางการเมืองเพื่อขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของหลวงพิบูลสงครามเพิ่มความดุเดือดมากขึ้นไปอีก

7 ธันวาคม 2481 มีคำสั่งให้พระประศาสน์พิทยายุทธไปเป็นอัครราชทูตพิเศษมีอำนาจเต็มประจำประเทศเยอรมนี

16 ธันวาคม 2481 หลวงพิบูลสงครามขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี วันเดียวกับที่พระประศาสน์พิทยายุทธและครอบครัวเดินทางอย่างฉุกละหุกจากสยามไปรับหน้าที่อัครราชทูตพิเศษผู้มีอำนาจเต็มประจำประเทศเยอรมนีหลังได้รับคำสั่งเพียง 9 วัน

น้ำใจหลวงประดิษฐ์ฯ

“บันทึกชีวิต…พระประศาสน์พิทยายุทธ” ของ พ.อ. (พิเศษ) สมพงศ์ พิศาลสารกิจ บุตรเขยพระประศาสน์พิทยายุทธ เล่าเหตุการณ์ช่วงนี้ไว้ดังนี้

“สว่าง รตะพันธุ์ คนขับรถประจำตัวคุณป๋า (พระประศาสน์พิทยายุทธ/บัญชร) มานมนานได้เล่าเรื่องให้ฟังว่า วันหนึ่งมีคนแปลกหน้ามาขอพบคุณป๋า เมื่อเขานำเข้าไปพบแล้วได้สังเกตเห็นว่า เขาผู้นั้นมิใช่เป็นคนแปลกหน้าสำหรับคุณป๋า และยังได้เห็นคนผู้นั้นล้วงกระเป๋าหยิบกล่องไม้ขีดไฟออกมายื่นให้ท่านอย่างระมัดระวังไม่ให้ผู้อื่นเห็น เมื่อแขกแปลกหน้ากลับไปแล้ว เข้าใจคุณป๋าคงจะได้เปิดกล่องไม้ขีดไฟนั้น ซึ่งมีแต่สำลีกับกระดาษชิ้นเล็กๆ อยู่ชิ้นเดียว

เมื่อครั้งที่ได้ฟังสว่างเล่าเรื่องกล่องไม้ขีดไฟเป็นครั้งแรก ก็ไม่ได้ปักใจเชื่อในทันทีว่าเป็นเรื่องจริง แต่เมื่อมาคิดถึงอุปนิสัยของสว่างที่รู้จักกันอย่างใกล้ชิดมาเป็นเวลานานปีก็ตระหนักว่า สว่างเป็นคนพูดน้อย จะคุยจะเล่าเรื่องอะไรให้ฟังก็ล้วนแต่เป็นเรื่องจริงเสมอมา

ในที่สุดก็ยอมรับว่า เรื่องกล่องไม้ขีดไฟนี้ต้องเป็นเรื่องจริงที่สว่างไม่ได้ปั้นเท็จขึ้นมา เหตุผลก็คือ ในระหว่างที่ทำการค้นคว้าหาหลักฐานมาประกอบการเขียนประวัติของคุณป๋าอยู่นั้น ได้พบความจริงยืนยันมาจากนงพงา (บุตรสาวคนที่ 3/บัญชร) ว่า กล่องไม้ขีดไฟที่มีผู้แอบมามอบให้คุณป๋านั้นเป็นกล่องไม้ขีดไฟเงินฝังพลอยไพลิน 1 เม็ด และยังคงเป็นสมบัติที่หวงแหนของนงพงาอยู่จนบัดนี้”

“คุณป๋าเป็นคนมีอารมณ์เยือกเย็น สุขุม ปกติก็เป็นคนเงียบขรึมอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว กว่าจะพอเดาออกว่ากระดาษชิ้นเล็กในกล่องไม้ขีดไฟที่มีผู้แอบมอบให้นั้นมีข้อความลึกซึ้งเพียงใด ก็ต้องใช้เวลาสังเกตรวบรวมการปฏิบัติที่ ‘ผิดปกติ’ ของคุณป๋า อาทิ การรีบเก็บข้าวของที่จำเป็นไว้ส่วนหนึ่ง บอกขายทรัพย์สินหลายชิ้นโดยไม่จำเป็น ฯลฯ

และในตอนท้ายๆ ก็มองเห็นชัดได้ว่ากำลังเตรียมตัวเพื่อเดินทางกันทั้งครอบครัว ที่น่าประหลาดผิดสังเกตก็คือยังคงวางตนอย่างปกติเหมือนกับว่าไม่มีอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อใกล้กำหนดเพียง 2-3 วันถึงได้รู้ความจริงว่า จะเป็นการย้ายครอบครัวไปประเทศเยอรมนีแบบจะยึดเป็นเรือนตาย ไม่กลับมาประเทศไทยอีกเลย”

“จึงพอสันนิษฐานเอาได้ว่า เบื้องหลังของกล่องไม้ขีดไฟนั้น ผู้ส่งมาให้ต้องเป็นหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ที่ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อนร่วมน้ำสาบานคนหนึ่งในคณะผู้เปลี่ยนแปลงการปกครอง คงจะได้ตระหนักเป็นอย่างดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับคุณป๋า ในเมื่อได้เกิดขึ้นมาแล้วกับพระยาทรงสุรเดชและพระยาฤทธิอัคเนย์”

พระยาฤทธิอัคเนย์เดินทางลี้ภัยไปมลายูเป็นท่านแรก ตามมาด้วยพระประศาสน์พิทยายุทธ และอีกไม่นาน ต้นปี พ.ศ.2482 ถัดมาพระยาทรงสุรเดชถูกบีบบังคับให้ต้องเดินทางลี้ภัยในลักษณะเดียวกันไปกัมพูชา รวมทั้งการกวาดล้างจับกุมปรปักษ์ทางการเมืองของหลวงพิบูลสงครามอย่างขนานใหญ่ จนนำไปสู่การจัดตั้ง “ศาลพิเศษ” ในต้นปี 2482 ที่ลงท้ายด้วยการประหารชีวิตนักโทษการเมือง 18 คน อันเป็นรอยด่างของประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทยมาจนบัดนี้

จึงนับเป็นโชคของพระประศาสน์พิทยายุทธที่หลุดพ้นออกมาได้ด้วยน้ำใจ “มิตรแท้” หลวงประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งปรากฏหลักฐานในเวลาต่อมาว่า การเข้ารับตำแหน่งอัครราชทูตที่เบอร์ลินในครั้งนี้มาจากการสนับสนุนของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั่นเอง

“คิวเชือด” ต่อไปคือ พระยาทรงสุรเดช ซึ่งขณะนั้นกำลังคุม “โรงเรียนรบ” ที่เชียงใหม่

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปรีดี แปลก อดุล : คุณธรรมน้ำมิตร (11)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...