โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มหัวร้อนซิ่งปาดหน้า ดึงกุญแจรถปาทิ้ง พบก่อเหตุมาแล้ว 5 คดี

tvpoolonline.com

อัพเดต 07 ก.ค. 2567 เวลา 17.51 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2567 เวลา 10.51 น. • TV Pool

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปหลังถูกหนุ่มหัวร้อนซิ่งปาดหน้า ดึงกุญแจรถปาทิ้ง ฉุนเห็นกดมือถือ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 7 ก.ค.2567 น.ส.แอ๋ม วัย 28 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ก.ค.67 ตนจะเดินทางจากลำปางไปทำธุระที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนเกิดเหตุตนขับรถมาในเลนขวา จนถึงทางขึ้นสะพาน ตนก็สังเกตเห็นว่ารถคันดังกล่าว ขับจี้รถตนมา

ตนพยายามจะหลบเข้าเลนซ้าย แต่รถค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ไม่สามารถเบี่ยงเข้าเลนซ้ายได้เลยทันที แต่หลังจากที่ตนเบี่ยงเข้าเลนซ้ายได้แล้ว ตนจึงได้บีบแตรไป 2 ครั้ง เพื่อเป็นการขอโทษที่ขับรถช้า แต่ขับรถเลนขวา อีกใจหนึ่งก็โมโห

จากนั้นรถคันดังกล่าวก็ขับรถมาปาดหน้ารถตน และชายคนดังกล่าวก็ลงมาจากรถ ก่อนจะด่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย และต่อว่าตนว่าตนเล่นโทรศัพท์มือถือในระหว่างขับรถ ตนไม่มีโอกาสจะอธิบายด้วยซ้ำว่าตนเพิ่งยกโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อถ่ายคลิปเอาไว้ และหลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็ดึงกุญแจตนและโยนเข้าบริเวณข้างทาง ทำให้กุญแจรีโมตชำรุด จึงต้องใช้กุญแจอีกดอกในการไขแทน

อย่างไรก็ตามที่ตนต้องลดกระจกลงเพราะตนต้องการจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นและพยายามจะอธิบายและชี้แจงว่าตนไม่ได้ตั้งใจไม่ได้อยากให้เกิดการปะทะ แต่ที่ตนลดกระจกลงไปสุด เนื่องจากระบบของรถเป็นระบบอัตโนมัติ

เมื่อกดลดกระจก กระจกก็จะลดลงไปสุดโดยอัตโนมัติ ยอมรับว่าตอนนั้นตนทั้งกลัวและตกใจมาก เพราะมีลูกชายวัย 7 ขวบนั่งมาในรถด้วย มาถึงตอนนี้ตนก็ยังคงรู้สึกตกใจ แต่ลูกชายกลัวการนั่งรถไปเลย ทั้งนี้ตนยอมรับว่าตนไม่ค่อยรู้เส้นทาง และยืนยันว่าไม่ได้เล่นโทรศัพท์ในระหว่างที่ขับรถ โดยตนเปิดใช้แผนที่ ในโทรศัพท์จริง แต่ให้ลูกชายเป็นคนถือให้

อย่างไรก็ตามความคืบหน้า วันนี้ตนได้เดินทางมาแจ้งความพร้อมกับทนายความ ที่ สภ. ช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่ แล้วเป็นที่เรียบร้อย เบื้องต้นยังไม่ทราบตัวผู้ก่อเหตุ แต่สืบทราบว่ามีผู้เสียหายที่ถูกชายที่ขับรถคันดังกล่าวนี้ ก่อเหตุในลักษณะคล้ายกัน 5 คดี โดยมี 1 ในนั้นถูกทำร้ายร่างกาย นอกจากนี้ยังทราบว่าชื่อเจ้าของรถกับคนขับก็ไม่ใช่คนเดียวกัน

สุดท้ายนี้ตนอยากฝากให้เรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์บนท้องถนน ไม่อยากให้ใช้ความรุนแรง อยากให้ใช้สติมากกว่า หากอารมณ์ร้อนไปและเกิดความรุนแรงขึ้นมา อาจจะเกิดความสูญเสียมากกว่านี้ก็เป็นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...