โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์: วัคซีนคือแผนลดประชากรโลกของ WHO จริงหรือ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 29 ก.ค. 2567 เวลา 04.37 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2567 เวลา 21.37 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

29 กรกฎาคม 2567
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลที่ถูกแชร์ :

มีคลิปวิดีโอบิดเบือนข้อมูลเผยแพร่ทาง Facebook โดย ริมา ไลโบว์ จิตแพทย์ที่ออกมาโจมตีความปลอดภัยของวัคซีน อ้างว่าวัคซีนคือแผนขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อลดจำนวนประชากรโลกให้เหลือเพียง 10%

บทสรุป :

  • อ้างถึงโครงการวัคซีนเพื่อการควบคุมภาวะเจริญพันธุ์ของ WHO เมื่อปี 1974
  • ตอนนั้นมีการทดลองใช้วัคซีน anti-HCG ยับยั้งการตั้งครรภ์แบบชั่วคราว ไม่ใช่การทำหมันอย่างถาวร
  • ปัจจุบัน WHO ไม่แนะนำให้ใช้วัคซีนในการวางแผนครอบครัว

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

ริมา ไลโบว์ อ้างว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) มีแผนการผลิตวัคซีนที่ทำให้เป็นหมันอย่างถาวรมาตั้งแต่ปี 1974 เพราะมองว่าโลกมีประชากรมากเกินจำเป็นถึง 90%

จากการตรวจสอบของ Science Feedback พบว่า ข้ออ้างดังกล่าวเป็นการบิดเบือนแผนพัฒนาการวางแผนครอบครัวขององค์การอนามัยโลก

เมื่อปี 1972 WHO ได้จัดตั้งโครงการ วัคซีนเพื่อการควบคุมภาวะเจริญพันธุ์ (Vaccines for Fertility Regulation) นำไปสู่การประชุมในปี 1974 เพื่อเลือกชนิดของเนื้อเยื้อและโมเลกุลที่ช่วยในการยับยั้งการตั้งครรภ์ เพื่อคิดค้นการวางแผนครอบครัวแนวใหม่ให้ได้ก่อนสิ้นสุดทศวรรษ

หนึ่งในแนวทางที่พูดถึงในครั้งนั้นคือการทดลองวัคซีนยับยั้งการทำงานของฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin หรือ anti-HCG vaccine

ฮอร์โมน HCG คือฮอร์โมนที่ใช้ในการตั้งครรภ์ของผู้หญิง ผลิตจากรกในครรภ์หลังอสุจิและไข่ปฏิสนธิกันแล้วประมาณ 11 ถึง 14 วัน มีบทบาทสำคัญในการผลิตโพรเจสเทอโรน ฮอร์โมนซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างตัวอ่อน

ดังนั้นการผลิตวัคซีน anti-HCG เพื่อสร้างแอนติบอดียับยั้งการทำงานของฮอร์โมน HCG จะช่วยปิดกั้นการผลิตฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน นำไปสู่การยับยั้งการสร้างตัวอ่อนและการตั้งครรภ์ในที่สุด ซึ่งการทดลองทางคลินิกขนาดเล็กในประเทศอินเดียพบว่า วัคซีน anti-HCG ช่วยให้ผู้รับวัคซีนป้องกันการตั้งครรภ์ได้จริง

อย่างไรก็ดี การอ้างว่า WHO มีแผนการผลิตวัคซีนที่ทำให้เป็นหมันอย่างถาวรไม่เป็นความจริง เนื่องจากผลของการยับยั้งการตั้งครรภ์ด้วยวัคซีน anti-HCG เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว ไม่ใช่การทำหมันถาวรแต่อย่างใด

การวางแผนครอบครัว มีทั้งแบบป้องกันการตั้งครรภ์ถาวรและชั่วคราว เช่น ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดที่ช่วยยับยั้งการตั้งครรภ์ในสตรี แต่ผู้ใช้สามารถกลับมาตั้งครรภ์อีกได้เมื่อหยุดใช้ยา นอกจากนี้ ในปัจจุบัน WHO ยังไม่แนะนำให้ใช้วัคซีนในการป้องกันการตั้งครรภ์อีกด้วย

ข่าวลือเรื่องวัคซีนทำให้เป็นหมันและถูกใช้เป็นเครื่องมือลดประชากรโลก แพร่หลายอย่างมากในช่วงการรณรงค์ฉีดวัคซีนโควิด-19 รวมถึงข่าวลือที่เคยมีมาก่อนหน้านั้น เช่นครั้งที่นักบวชคาทอลิกในประเทศเคนย่าเตือนไม่ให้ผู้หญิงฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก เพราะจะทำให้ฮอร์โมน HCG หยุดทำงานและกลายเป็นหมัน ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างที่ไม่เป็นจริงแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบประวัติ ริมา ไลโบว์ พบว่าเธอถูกองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) ส่งจดหมายเตือนเรื่องการจำหน่ายยา Nano Silver โดยอวดอ้างว่าสามารถรักษาโรคได้หลากหลายชนิด ตั้งแต่อีโบลาจนถึงโควิด-19 แต่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใด ๆ ยืนยันว่ารักษาได้จริง

ข้อมูลอ้างอิง :

https://healthfeedback.org/claimreview/claim-that-squalene-in-vaccines-causes-autoimmune-diseases-and-gulf-war-syndrome-is-unsubstantiated-by-evidence/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...