โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เป็นตัวประกอบก็ต้องคู่กับตัวประกอบเท่านั้น

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 18 พ.ค. 2567 เวลา 02.26 น. • SUNIKI
พิมลนาฎ พบว่าตัวเองตายแล้วกลายเป็นตัวประกอบในนิยายเรื่องหนึ่ง จากตอนแรกอยากใช้ชีวิตเรียบง่ายเลี้ยงลูกไม่ยุ่งเกี่ยวกับตัวเอกให้ตนเดือดร้อน แต่นางกลับมีเพื่อนเป็นนางร้าย ส่วนนางเอกกลับไม่คิดปล่อยนางไป

ข้อมูลเบื้องต้น

คำโปรย….

'พิมลนาฏ' ตายแล้วทะลุมิติมาอยู่ในร่างของตัวประกอบ ในนิยายที่เคยอ่าน

เธอมาอยู่ในร่างของตัวประกอบ มีชื่อว่า เหอจินหนาน บุตรสาวบุญธรรมของตระกูลเหอ

นางแต่งงานกับรองแม่ทัพเฝิงเหยียนที่อยู่ฝ่ายองค์ชายเก้า ทั้งที่ตระกูลเหอยืนฝ่ายองค์รัชทายาท

นี่มันคือการแต่งงานที่ไม่มีทางเหลือทางรอดให้นางเลยสักนิด

ในเมื่อมาแล้วจึงต้องยอมรับชะตากรรม นอกจากต้องเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งจอมฉอเลาะให้ดี

ยังต้องหาวิธีหลีกเลี่ยงชะตากรรมอันเลวร้ายของตัวประกอบที่ถูกกล่าวถึงไม่กี่บรรทัดในนิยายอีกด้วย

จุดจบที่นางเอกวางเอาไว้ว่านางต้องตายมันจะต้องไม่มีทางเกิดขึ้นอีก

ผู้ใดจะสู้จะชิงไหวพริบกันก็เชิญนางจะขายของ!

น่าเศร้าที่นางดันไปเข้าตานางร้ายของเรื่องเข้า ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นสหายรู้ใจ

จากที่อยากอยู่เงียบ ๆ ในที่ของตัวเองก็พบความไม่สมเหตุสมผลมากมายไปหมด

แถมยังโดนแม่นางเอกส่งคนมาจับตามอง กดดันให้เขียนจดหมายรายงานความเป็นอยู่ในจวนราวนางคือสาวใช้มิปาน

คนที่โดนกระทำแล้วตอบแทนกลับร้อยเท่าพันเท่าอย่างนางมีหรือจะอยู่เฉย

ในเมื่อไม่คิดปล่อยกันไปนางก็จะลองสู้ดูสักตั้ง

ไหนจะสามีของเจ้าของร่างเดิมก็หล่อเหมือนพระอกในดวงใจของนาง

ดวงใจที่โอนอ่อนกับคนหน้าตาดีของนางจึงเกิดอาการหวั่นไหว

คนอะไรหล่อเหลาชวนคนมองหัวใจวาย นางกลัวตัวเองห้ามใจไม่ไหวแล้วลากเขาขึ้นเตียงในสักวัน!!

*******

แจ้งก่อนอ่าน

เป็นนิยายที่มีทั้งช่วงเวลาอบอุ่น และช่วงเวลาที่ต้องชิงไหวพริบ

ปนของเรื่องไม่ซับซ้อนมาก ไม่แก้แค้นเลือดสาด อ่านเพลินเดินเรื่องเร็ว

บทนำ

เหอจินหนาน คือบุตรสาวตัวปลอมของตระกูลเหอ ที่บอกว่าตัวปลอมนั้นคงต้องย้อนความไปถึงเรื่องราวอันซับซ้อนในอดีต

ตัวนางในวัยทารกถูกสลับสับเปลี่ยนตัวกับบุตรสาวตัวจริงของตระกูลเหอ จนวันหนึ่งที่ชีวิตกำลังเดินอยู่บนเส้นทางสวยงาม ความจริงกลับมาเยือนอย่างไม่อาจตั้งตัวรับทัน เจ้าของตัวจริงมาทวงคืน หลักฐานแน่ชัด นางจึงกลายเป็นตัวแย่งชีวิตดี ๆ ของผู้อื่นไป

แม้ความรักความเอ็นดูที่มารดาและบิดามอบให้จะเป็นของจริง แต่พอบุตรสาวตัวจริงกลับมาทั้งสองก็หันไปทุ่มเททุกอย่างให้อีกฝ่ายจนหมด

ส่วนนาง ตลอดชีวิตเกือบยี่สิบปี นางช่วงชิงชีวิตสุขสบายของผู้อื่น แม้จะหน้าด้านเพียงใดหากอีกฝ่ายปรากฏตัวย่อมมีความละอายแก่ใจ จึงยอมหลีกทางแต่โดยดี ใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในจวนต่อไปในฐานะบุตรสาวบุญธรรม ปล่อยให้ตัวจริงเชิดฉายสร้างชื่อเสียงดีงามแก่ตระกูลเหอ ให้ทุกคนค่อย ๆ ลืมว่า นางคือข้อผิดพลาดของตระกูลเหอ

น่าเศร้าแม้นางจะใช้ชีวิตจืดจางเพียงใด กลับไม่อาจรอดพ้นหน้าที่สำคัญ เช่นการแต่งงานตามหน้าที่ไปได้

ใครต่างทราบดีว่าตระกูลเหอภักดีต่อองค์รัชทายาท แล้วเหตุใดนางผู้เป็นบุตรสาวบุญธรรมกลับต้องแต่งงานกับรองแม่ทัพคนหนึ่งและเขายืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามด้วยเล่า

เหอจินหนานไม่อาจเข้าใจ จนกระทั่งใช้ชีวิตหลังแต่งงานร่วมกับเขาเพียงสามวัน ชายคนนั้นก็ออกไปรบอยู่หลายปี ส่วนนางคลอดบุตรสาวตัวน้อยให้เขาหนึ่งคน

แม้จะเย็นชาไปบ้าง ความรักที่มีให้กับสามีอย่าพูดถึง แต่ลูกไม่ได้ผิดอะไรนางจึงเลี้ยงดูฟูมฟักเจ้าก้อนแป้งน้อยจนเติบใหญ่ จนกระทั่งใกล้ถึงจุดจบของสงครามชิงบัลลังก์

น่าเศร้า เหอจินหนานจากไปโดยไม่อาจเข้าใจว่า ทำไมตนถึงแต่งให้กับคนขององค์ชายเก้า ทว่าคนมาสวมร่างใหม่อย่างนางดันเข้าใจ!!!

พิมลนาฏ หรือ มล สาวสวยผู้เก่งกาจในหน้าที่การงานและกำลังจะได้เลื่อนขั้นไปสู่ตำแหน่งประธานกรรมการผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง

คืนที่กำลังฉลองความสำเร็จอันเหนื่อยยากตลอดหลายปีร่วมกับเพื่อน ๆ และกำลังแยกย้ายกลับบ้าน เธอมั่นใจว่า ตัวเองไม่ได้เมามายถึงขั้นขับรถไม่ไหว ทว่าอุบัติเหตุเลี่ยงไม่ได้ รถยนต์ยี่ห้อหรูคันหนึ่งพุ่งข้ามเกาะกลางชนเข้ากับรถยนต์ของเธอเข้าอย่างจัง

ความเจ็บปวดไม่เฉียดใกล้ แต่เธอต้องกลายเป็นวิญญาณ ยืนมองร่างของตัวเองที่เต็มไปด้วยเลือดและบาดแผล

“ชีวิตไม่แน่นนอน แล้วทำไมถึงมาเกิดกับชีวิตอันรุ่งโรจน์ของฉันล่ะ” วิญญาณสาวมีสีหน้าไม่ยินยอมในคราแรก เธอบ่นพลางลอยวนไปเวียนมาอย่างหมดอาลัย มองความวุ่นวายของหน่วยกู้ภัยและพยาบาลรวมถึงตำรวจช่วยกู้ร่างของเธอ

“เพียงชะตากรรมในกาลก่อนที่ก่อเกิดจากการกระทำและมันต้องเดินไปตามเส้นชะตาเท่านั้น”

“เฮ้ย!”

แม้จะกลายเป็นผีแต่พิมลนาฏก็ยังตกใจที่จู่ ๆ มีชายหนุ่มหน้าหล่อหลุดโลกสวมชุดจีนโบราณโผล่มายืนอยู่ข้าง ๆ แล้วยังพูดจาลึกลับจนเธอไม่เข้าใจ

“ใจเย็นเถิดเจ้า ตัวข้าคือผู้นำพาวิญญาณของเจ้ากลับสู่ภพภูมิที่แท้จริง”

“อะไร คุณเป็นยมบาลเหรอคะ” พิมลนาฏถามอย่างปลง ๆ เธอตายแล้ว ที่ ๆ จะไปได้คือนรกภูมิเพื่อให้พระยมราชตัดสินความผิด พอคิดมาถึงตรงนี้พิมลนาฏก็เริ่มไล่เรียงความผิดของตัวเองตั้งแต่รู้ความจนถึงตอนนี้

ผู้มาใหม่รู้ถึงความคิดในจิตของวิญญาณสาวแต่เขาไม่ได้ใส่ใจ เพียงต้องทำหน้าที่ของตนเองให้สำเร็จเท่านั้น ทุกคนย่อมมีบุญกรรมต่างกันไป อีกฝ่ายจะนึกหวาดกลัวในบาปบุญย่อมเป็นสิ่งสมควร

สตรีนางนี้เขาตามเฝ้าดูมาตลอดหลายวัน ตอนยังมีชีวิตนับว่าเป็นคนนิสัยแรงร้อนพอสมควร ไม่ค่อยยอมถูกเอาเปรียบ พูดง่าย ๆ คือสายพร้อมบวกถ้ามีคนมาระรานหรือคิดร้ายต่อตนเอง ขณะเดียวกันก็เป็นคนเก่งกาจฉลาดเฉลียวรับพวกพ้อง รู้จักอ่อนรู้จักแข็งในบางสถานการณ์

ใครดีมาก็ดีตอบ ใครร้ายมาก็ร้ายคืนมากกว่า เขายังนึกหวั่นตอนจะปรากฏตัวเพื่อสนทนากับนาง ผิดคาดยิ่งนัก นางไม่โวยวายหรือฟูมฟายกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็นับว่าจิตใจของนางตั้งอยู่บนความเป็นจริง

“ไม่ต่างกัน เพียงแต่ข้ามาจากภพอื่น”

“ฉันไม่เข้าใจค่ะ” คิ้วของผีสาวขมวด นัยน์ตาสับสนไม่มีอารมณ์แข็งกร้าวหรือหงุดหงิดด้วยซ้ำ เธอตายไปแล้ว กลายเป็นวิญญาณแล้วยังยืนคุยกับคนแปลกหน้าในชุดจีนโบราณ มีอะไรให้ตกใจ

“ข้าบอกได้เพียงว่า เจ้ายังไม่ถึงฆาต เกิดข้อผิดพลาดขึ้นทำให้ตายก่อนวัยอันควร พระยมราชในภพของพวกเจ้าจึงอยากชดเชยข้อผิดพลาดนี้”

“ด้วยการยอมให้คุณพาฉันไป?”

“ถูกต้อง เดิมเจ้ามิใช่คนในภพนี้อยู่แล้วควรกลับไปยังที่ควรอยู่เสียที ในเมื่อเกิดเรื่องวันนี้ขึ้น ทุกอย่างจึงง่ายกว่าที่ข้าคิด”

พิมลนาฏถอนหายใจปลง ๆ อีกครั้ง เธอต้องโกรธ เสียใจ เสียดายกับเรื่องที่เกิดใช่ไหม แต่ให้ทำยังไงละ ในเมื่อตอนนี้ตัวเองเป็นวิญญาณจะร้องไห้ฟูมฟายด่าทอคนที่ทำกับตนเอง แล้วร้องขอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เช่นกลับเข้าร่างเดิมเหรอ

…มันเละจนยากจะฟื้นเป็นคนอีกแล้ว

เธอไม่เข้าใจอะไรเลยกับเรื่องที่ชายคนนี้พูด แต่ในเมื่อไม่มีทางไปก็อยากจะลองดูว่าที่อีกฝ่ายพูดมันคืออะไร จะเหมือนกับที่อ่านในนิยายเหรือเปล่า เทียบสถานการณ์ตอนนี้มันทำให้เกิดความลังเลจริง ๆ

“ในเมื่อตัดสินใจได้ก็ตามข้ามาเถิด เวลามีไม่มากแล้ว”

พิมลนาฏไม่ทันได้พูดอะไรวิญญาณของเธอก็ถูกแรงดูดมหาศาลพาตัวไปในที่ไม่คุ้นเคย….

ยอมรับตัวตนใหม่

“โอ๊ย! บ้าจริง!” พิมลนาฏตื่นขึ้นหลังจากเธอรู้สึกว่า ตัวเองถูกจับหมุนด้วยมือที่มองไม่เห็น

“ฮูหยินเจ้าขา ฮูหยินท่านฟื้นแล้ว!”

“ฮือออ ทะ ท่านแม่ ฮึก ท่านแม่”

พิมลนาฏหลับตายกมือจับหัวที่ปวดจี๊ดจากเสียงร่ำไห้ข้างหู มันดังผสมปนเปจนน่ารำคาญ ถึงจะรู้ว่า เรื่องเป็นเช่นนี้เธอก็ยังปรับตัวไม่ได้อยู่ดี

ในโลกไม่คุ้นเคยนี้ เธอดันต้องใช้ชีวิตเป็นฮูหยินของผู้อื่น เป็นแม่ของเด็กน้อย เป็นเจ้านายของใครอีกหลายคน มากที่สุดคือหิวน้ำมาก!

พิมลนาฏพ่นลมหายใจแรง ๆ ลืมตามองคนทั้งสองที่นั่งร้องไห้จนตาแดงอยู่ข้างเตียงนิ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยุงตัวลุกจากท่านอนโดยมีความช่วยเหลือของเด็กสาวคนหนึ่ง

“ขอน้ำหน่อย”

กานลู่ ผละจากผู้เป็นนายปาดเช็ดน้ำตาแล้วรินน้ำต้มสุกจากกาส่งให้ หลังจิบน้ำจนรู้สึกดีแล้วก็หันไปยิ้มบางให้เป็นการขอบคุณ

“ขอบใจเจ้ามาก”

“ข้าเต็มใจทำหน้าที่ดูแลฮูหยินกับคุณหนูเจ้าค่ะ”

พิมลนาฏหรือตอนนี้คือเหอจินหนานหันเหสายตามองดวงหน้ากลมอิ่ม เนื้อตัวอวบอ้วนผิวขาวใสในชุดสีเหลือง มัดผมทรงซาลาเปาผูกเชือกสีเดียวกับชุดด้วยแววตาอ่อนโยน

เด็กน้อยร้องไห้จนน้ำตาอาบหน้า ดวงตาแดงเรื่อ จมูกกับปากที่เบะน้อย ๆ แดงก่ำน่ารักน่าสงสารในคราวเดียวกัน

“มาให้แม่กอดหน่อย”

ฮุ่ยฮุ่ยหรือเฝิงหยู่เซวียนนิ่งงันอย่างทำตัวไม่ถูก แม้นางจะมีอายุเพียงห้าขวบปีแต่ก็ฉลาดเฉลียวกว่าเด็กทั่วไป ด้วยที่ผ่านมาท่านแม่นิ่งเงียบคล้ายคนไม่สู้ใคร มักจะไม่ยิ้มอ่อนโยนเช่นนี้ ดวงตาหรือก็
แข็งกร้าวหน่อย ๆ เลี้ยงดูนางอย่างดีแต่เด็กน้อยกลับรู้สึกว่าท่านแม่เพียงทำตามหน้าที่ของมารดา มิใช่ทำด้วยความรัก

ซึ่งท่านแม่ตรงหน้าของนางแตกต่าง ถึงอย่างไรนางก็คือเด็ก
คนหนึ่งต่อให้ฉลาดก็หาได้คิดซับซ้อนอันใดไม่ ฮุ่ยฮุ่ยลืมสิ้นทุกสิ่งเมื่อตลอดมาต้องการเพียงความรักความอ่อนโยนเช่นนี้ ร่างน้อยโถมกายเข้าสู่อ้อมแขนที่เปิดอ้า พร้อมกับเปล่งเสียงร้องไห้จ้าด้วยความหวาดกลัวต่อการสูญเสียที่อยู่กับเด็กน้อยมาหลายวัน

พิมลนาฏในร่างเหอจินหนานกระชับอ้อมกอดบุตรสาว เนื้อตัวสั่นเทาทำนัยน์ตาหงส์แดงเรื่อจากการกลั้นน้ำตา เธอสงสารเด็กน้อย
จับใจ นับแต่จำความได้ไม่เคยพบหน้าพ่อ ส่วนแม่บางขณะก็เย็นชาบางขณะก็เอาใจใส่

เด็กตัวเท่านี้จะเข้าใจอะไรนอกจากต้องการความรักการดูแล กานลู่หลั่งน้ำตาปีติ นางเองก็จับความผิดแปลกบางอย่างในตัวฮูหยินได้เช่นเดียวกัน

ฮูหยินไม่เคยกอดคุณหนูแล้วทำหน้าละมุนเช่นนี้ บรรยากาศรอบกายดูอ่อนหวานจนนางรู้สึกได้ ป่วยหนักจนถึงชีวิตอาจทำให้เจ้านายคิดได้ว่าสิ่งใดสำคัญอย่างแท้จริง

พิมลนาฏลูบหลังลูบไหล่น้อยจนรู้สึกว่าเสียงร้องไห้เงียบไป เปลี่ยนเป็นเสียงลมหายใจสม่ำเสมอก็ยิ้มน้อย ๆ เธออยากมีลูกมาตลอดแต่ความรักดี ๆ หายากเหลือเกิน เลยตัดสินใจอยู่คนเดียว ในเมื่อไร้ห่วงเลยทุ่มเทแรงกายแรงใจกับงาน

ยังไม่ทันได้ดีมีชีวิตสุขสบายก็ตายแล้วมาโผล่ในร่างนี้เสียก่อน ส่วนเหอจินหนานตัวจริง ตายไปแล้ว

พอมีลูกก็ได้คนน่ารักจ้ำม่ำน่าฟัดที่สุด เธอหอมหัวลูกไปหนึ่งทีแล้วขยับตัวแผ่วเบา จัดท่าทางให้ลูกสาวตัวน้อยนอนบนเตียง

“อาลู่ ข้าขอผ้าชุบน้ำหมาด ๆ หน่อยนะ”

“เจ้าค่ะฮูหยิน”

กานลู่รีบไปนำสิ่งที่เจ้านายต้องการกลับมา พิมลนาฏรับผ้า
ชุบน้ำหมาด ๆ มาเช็ดหน้าที่เปรอะเปื้อนน้ำตาจนสะอาด

“คุณหนูแทบจะไม่ยอมหลับเลยเจ้าค่ะตอนที่ฮูหยินนอนไม่ได้สติ บอกว่าอยากให้ฮูหยินตื่นมาเห็นตัวเองเป็นคนแรก”

“ลำบากเจ้าแล้ว หลายวันมานี้คงเหนื่อยมาก”

“ไม่เลยเจ้าค่ะ ข้าไม่เหนื่อย ขอแค่ฮูหยินหายดี”…และหันกลับมาเอาใจใส่คุณหนูอย่างแท้จริง

“ข้าหิวแล้วเจ้าไปยกสำรับมาให้ข้าเถอะ ส่วนฮุ่ยฮุ่ยปล่อยให้หลับไปก่อนสักพัก”

“เจ้าค่ะฮูหยิน” กานลู่ปลีกตัวออกไปจากห้องเพื่อยกสำรับและยามาให้เจ้านายอย่างรีบร้อน

พิมลนาฏจึงได้มีโอกาสนั่งทบทวนเรื่องราวที่เธอมองผ่านสายตาตอนเป็นเพียงวิญญาณ และได้รับการอธิบายเพิ่มเติมจากท่านยมทูตที่มารับตัวเธอมาส่งที่นี่

ชีวิตและผู้คนล้วนคือตัวละครในนิยายเรื่องหนึ่ง ซึ่งเธอและสามีของเหอจินหนานคือตัวประกอบเท่านั้น มันคือนิยายที่เธอเคยอ่านแก้เครียด ถ้าจำไม่ผิดเวลานี้คือช่วงกลางเรื่องแล้ว

อีกไม่กี่เดือนสามีของร่างนี้ก็จะกลับมาจากสนามรบพร้อมองค์ชายเก้า เฝิงเหยียนเป็นรองแม่ทัพผู้ภักดีต่อนายและจุดจบของเขาถูกพูดถึงคร่าว ๆ ไม่กี่บรรทัดว่ารับพิษแทนองค์ชายเก้า บวกกับร่างกายที่บาดเจ็บจากสงครามจนสะสม ทำให้เขากลายเป็นเจ้าชายนิทรานอน
ติดเตียง

ตระกูลเฝิงรอดพ้นเพราะมีเหอจินหนานที่เป็นบุตรสาวบุญธรรมของตระกูลเหอเป็นฮูหยิน แต่จวนพระราชทานนี้จะถูกยึดคืนหลวง คนตระกูลเฝิงทั้งหมดจะต้องไปจากเมืองหลวงโดยมีทรัพย์สินส่วนตัวไปเท่านั้น

ชีวิตของพวกเขาไม่ได้ถูกกล่าวถึงอีกว่ามีชะตากรรมเช่นไร

พิมลนาฏยิ้มเยาะการไม่ยอมรับความจริงของเหอจินหนาน ตัวเองถูกตระกูลเหอทิ้งมานานแล้วยังหลอกว่า พวกเขายังห่วงใยตัวเอง นับตั้งแต่ความจริงเรื่องลูกสาวของพวกเขาเปิดเผย ลูกตัวปลอมก็ต้องเจียมตัวแล้วอยู่ในที่ของตัวเอง

ความผูกพัน ความรักตลอดหลายปีที่อุ้มชูมันก็หายไป เมื่อแม่ตัวจริงของเหอจินหนานคือคนที่เหอฮูหยินเกลียดชัง แล้วสายเลือดของคนที่เกลียดมีชีวิตสุขสบายยิ่งกว่าลูกตัวเอง ใครมันจะทำใจรักได้ลงอีก

ส่วนลูกสาวตัวจริงที่ชีวิตวัยเด็กถูกคนอื่นช่วงชิงแล้วอาศัยอยู่ในครอบครัวที่กดขี่ ต่อให้ขึ้นชื่อว่าแม่พระ แต่จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง ภายนอกโอบอ้อมอารีย์ ภายในกรุ่นโกรธเหอจินหนานจนไม่อยากไม่นางมีชีวิตที่ดี

เหตุผลที่เหอจินหนานถูกส่งมาแต่งงานที่ตระกูลเฝิงก็เป็นคำสั่งขององค์รัชทายาทที่มีใจให้ เหอจินเหยา บุตรสาวตัวจริงของตระกูลเหอ

ในนิยายบอกว่าเหอจินเหยาคือคนจากยุคปัจจุบัน เก่งกาจฝีมือแพทย์มากเคยช่วยชีวิตองค์รัชทายาท จนเกิดเป็นความรัก

มาถึงตรงนี้พิมลนาฏขออนุญาตเหลือบตามองบน พล็อตเก่ามากแต่มักจะถูกนักเขียนจับมาเล่นเกือบทุกเรื่อง

นิยายความรักของหมอหญิงผู้เก่งกาจกับองค์รัชทายาทผู้จะขึ้นเป็นฮ่องเต้ ทั้งคู่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ จนได้ครองคู่กันในที่สุด ระหว่างทางนางเอกอย่างเหอจินเหยาก็มีบุรุษมาตกหลุมรัก หรือไม่ก็สร้างบุญคุณด้วยฝีมือแพทย์ของตัวเองจนได้พันธมิตรแข็งแกร่งหลายคน มันช่วยส่งเสริมให้องค์รัชทายาทมีอำนาจที่มั่นคงจนคว้าบัลลังก์มาครองได้อย่างง่ายดาย

องค์ชายเก้าและองค์ชายที่เหลือหากไม่มีจุดจบที่เลวร้าย ก็ถูกส่งตัวไปเป็นเจ้าเมืองปกครองดินแดนอันห่างไกลจากเมืองหลวงกันหมด

เหลือเพียงคนที่ภักดีต่อฮ่องเต้เอาไว้เท่านั้น เหอจินเหยาขึ้นเป็นฮองเฮาเคียงคู่ ปกครองแว่นแคว้นประชาชนอยู่ดีกินดี ตระกูลเหอถูกยกระดับจากตระกูลขุนนางขั้นสามเป็นขั้นหนึ่ง การมีอยู่ของเหอจินเหยาสำคัญต่อตระกูลมาก

ทุกคนมีความสุขชื่นมื่น ไม่มีใครคิดถึงเหอจินหนาน ไม่นานชื่อนี้ก็หายออกไปจากใจของพวกเขา

ดังนั้นต่อไป ตัวตนของพิมลนาฏจะไม่มีอีกแล้ว เธอคือเหอจินหนานและตัวเอกในนิยายจะใช้ชีวิตอย่างไรมันเรื่องของพวกเขา ตัวประกอบอย่างเธอของหลีกเลี่ยงแล้วเลี้ยงดูลูกสาวให้เติบโตเป็นคนดีก็พอ

ส่วนพ่อของลูกที่ตั้งแต่แต่งงานก็แทบจะไม่ได้พูดคุยกันเลยนั้น เหอจินหนานจำหน้าเขาไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ แล้วนางมาใหม่จะจำได้อย่างไร จากในนิยายนางสัมผัสได้ว่า เขารักลูกมาก ส่วนความรู้สึกที่มีต่อเหอจินหนานคนเก่ายังไม่แน่ชัด มั่นใจอย่างหนึ่งว่า สตรีคนนี้ไม่เลวร้ายเลยก็คือ ถึงเขาจะป่วยแต่เหอจินหนานก็ยังไม่ทอดทิ้ง

ในใจคงมีเยื่อใยของสามีภรรยาเหลืออยู่นิดหน่อย คงต้องพิสูจน์ความรู้สึกของเฝิงเหยียนอีกทีหลังเขากลับมาจากสงคราม

ถ้าอย่างนั้นก็อีกไม่นานแล้ว ระหว่างนี้นางจะหาวิธีสร้างทรัพย์สินส่วนตัวเอาไว้มากหน่อย ถ้าจุดจบในนิยายหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงตอนนั้นจะถูกเนรเทศไปในเมืองทุรกันดานแค่ไหน ชีวิตของฮุ่ยฮุ่ยกับทุกคนที่ภักดีต่อนางจะต้องไม่ลำบาก

“ท่านแม่เจ้าขา ลองกินอันนี้ดูสิเจ้าคะ อร่อยมากกก” มือน้อยป้อมสั้นจับตะเกียบคีบอาหารอย่างทุลักทุเลใส่ถ้วยของมารดา ไม่วายพูดเสริมด้วยวาจาน่ารักจนคนไม่เคยมีลูกใจเจ็บ แทบหลอมละลายไปกองแทบเท้าน้อย ๆ นั่นแล้ว

“ฮุ่ยฮุ่ยของแม่ช่างเอาใจใส่ เจ้าก็กินหมูน้ำแดงของโปรดดูสิ”เหอจินหนานคีบหมูน้ำแดงชิ้นใหญ่ที่สุดใส่ถ้วยให้ลูก ทำให้เด็กน้อยดีใจจนยิ้มแป้น

“ท่านแม่เพิ่งหายป่วย ควรบำรุงให้มากเข้าไว้ ส่วนข้ากำลังพยายามลดเจ้าก้อนกลม ๆ นี้อยู่เจ้าค่ะ เป็นสตรีมิควรอวบอ้วนจะเสียบุคลิกเอาได้”

ปากน้อยเจื้อยแจ้วน้ำเสียงสดใสทำให้โต๊ะอาหารไม่เงียบเหงานัก เรือนของเหอจินหนานในกาลก่อน หากไม่เงียบจนเกือบวังเวงก็อึมครึมจนบ่าวไพร่นึกหวาดเกรง ด้วยเจ้านายของเรือนเย็นชา ยิ้มหรือก็น้อยครั้งนัก แต่มิได้ใจดำละเลยถูกผิด ยังคงเลี้ยงดูบ่าวไพร่ในจวนตามเห็นสมควร

เหอจินหนานอมยิ้ม อดใจไม่ไหวต้องบีบแก้มซาลาเปาน้อยจอมฉอเลาะเสียหนึ่งทีอย่างมันเขี้ยว

“ใครพูดให้ลูกฟัง หืม? ว่าสตรีอวบอ้วนมิงาม คนเราจะงามหรือไม่วัดจากรูปร่างหน้าตาอย่างเดียวมิได้ ต้องมีความฉลาดเฉลียวและความสามารถจนผู้อื่นยอมรับด้วย รวมถึงการประพฤติปฏิบัติตนในแนวทางที่เหมาะสม จิตใจโอบอ้อมอารีย์ต่อคนที่สมควร เช่นเดียวกัน ใช่ว่าเราจะละเลยสุขภาพของตนเองปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนอวบอ้วนจนเกินงาม จักลำบากตัวเองในภายหลัง”

นางยอมรับว่า คนในยุคนี้มีมุมมองไม่ต่างจากคนในยุคที่จากมา สตรีผอมบางร่างน้อย ดวงหน้างดงาม ชาติตระกูลสูงส่ง ความสามารถรอบด้าน ความถูกชะตาของผู้พบเห็นก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่าสตรีพิกลพิการ โง่เขลาและต่ำต้อย

เขาเรียกว่าดูเจริญหูเจริญตานั่นเอง

ฮุ่ยฮุ่ยไม่เข้าใจที่มารดาอธิบายนัก แต่ก็ยังพยักหน้ารับและจดจำว่าหากอยากให้ผู้อื่นรัก ในขณะเดียวกันก็เป็นการรักตัวเอง คนเราควรมีรูปร่างบอบบางเพื่อสุขภาพ ความคิดความอ่านฉลาดเฉียว เก่งกาจรอบด้านเพื่อให้ผู้อื่นยกย่องชื่นชม และเมตตาต่อคนที่สมควรเมตตา

“ข้าจะจดจำไว้เจ้าค่ะท่านแม่”

“กินเถอะ เดี๋ยวจะเย็นชืดหมด”

กานลู่และสาวใช้ที่คอยรับใช้ต่างอมยิ้มไปตาม ๆ กัน คำสั่งสอนของฮูหยินสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไปจวนหลังนี้คงมีแต่ความสุข ในอนาคตข้างหน้าคุณหนูของพวกนางจะต้องกลายเป็นสตรีผู้งดงามเก่งกาจยิ่งกว่าผู้ใดเป็นแน่

ฮุ่ยฮุ่ยเจอปัญหา

ผ่านการสวมร่างมาสิบวัน เหอจินหนานใช้ชีวิตกับบุตรสาวอย่างเรียบง่าย นางคอยสั่งสอนความคิดและสิ่งต่าง ๆ มากมาย รวมถึงจับมือน้อยเขียนพู่กัน ดีร้ายอย่างไรตอนเรียนมหาลัยนางก็ลงเรียนภาษาจีนและการเขียนอักษรจีนโบราณด้วยพู่กันอยู่หนึ่งปี

เพื่อเป้าหมายเดียว นั่นคือการหาผู้ชายที่ตรงกับพระเอกในซีรีส์มาเป็นแฟน แต่เหมือนมันจะสูญเปล่าในตอนนั้น เมื่อไม่มีใครก้าวเข้ามาในชีวิตอันเหี่ยวแห้งนี้เลย ใครจะคิดว่าวันหนึ่งต้องมาจับมือของลูกเขียนอักษร ถือว่าใช้เงินลงเรียนได้คุ้มค่าแล้ว

กานลู่ก็มิสงสัยว่า นางไม่ใช่เหอจินหนานตัวจริง พูดก็พูดเถอะ เหอจินหนานถือว่าเป็นสตรีงดงงามฉลาดเฉลียวคนหนึ่ง การเรียนของสตรีไม่เคยทิ้ง ยังสำเร็จการศึกษาจนอาจารย์ที่สอนสั่งชื่นชม นางจำได้ตอนอาจารย์แต่ละท่านออกปากชม เหอฮูหยินมีความสุขจนมอบเครื่องประดับราคาแพงให้สองชุด

นอกจากนั้นเหอจินหนานยังสนใจเรื่องของทหารและกลยุทธ์ต่าง ๆ อีกด้วย

นับดูแล้วคนจวนเหอเลี้ยงดูนางมายี่สิบปี มีสิ่งใดดีก็มอบให้ตลอด พอบุตรสาวตัวจริงปรากฏตัวแม้ไม่ละเลยก็มิอยากสนใจนางอีก

คนในจวนเหอคุ้นเคยกับนางมาหลายสิบปี ตอนเหอจินเหยามาก็ยังไม่ทอดทิ้งเสียทีเดียว แต่เหมือนว่า คุณหนูตัวจริงจะอยากให้ผู้คนนึกสงสาร จึงมักจะเอ่ยถึงชีวิตยากลำบากในชนบทกับครอบครัวของพ่อแม่ตัวปลอมว่ารันทดและยากแค้นนัก

พอฟังความยากลำบากของเหอจินเหยามากเข้า ความคิดที่ว่าเหอจินหนานคนนี้แย่งวาสนาของผู้อื่น ก็เริ่มทำให้สายตาที่มองจ้องมาเปลี่ยนไป นางรู้ตัวดีจึงวางตัวสงบเสงี่ยมไม่คิดสร้างความวุ่นวายตั้งแต่แรก ทุกคนจึงพอจะมองว่า นางมิใช่คนผิด คนที่ลงมือต่างหากสมควรถูกเกลียดชัง

ถึงกระนั้นเหอฮูหยินก็ไม่อาจมองหน้าเหอจินหนานที่เป็นบุตรสาวของศัตรูที่นางเกลียดได้อีกต่อไป ยิ่งเห็นว่าบุตรสาวที่นางตั้งใจอุ้มท้องและคลอดอย่างยากลำบาก ถูกสับเปลี่ยนจนชีวิตลำบากร่างกายผอมแห้ง งานแต่งของเหอจินหนานจึงถูกจัดแจงอย่างรวดเร็ว

เพื่อขับไล่สตรีกาฝากออกจากจวน แม้ต้องให้นางแต่งกับบุรุษที่ยืนข้างองค์ชายเก้า คนเหล่านั้นก็ยอม

มานั่งคิดอย่างละเอียดอีกที แม้ตระกูลเหออยากขับไล่ไสส่งนางเพียงใด พวกเขาก็ไม่อาจถูกตราหน้าว่าไร้คุณธรรม จึงทำใจรับนางเป็นบุตรบุญธรรม

เหอจินเหยาคือคนที่มาจากอนาคต บางทีอาจรู้เรื่องราวของนิยายเหมือนนาง และมั่นใจว่าองค์รัชทายาทจะต้องชนะ จึงส่งนางมาแต่งงานกับเฝิงเหยียน ด้วยทราบอีกเช่นกันว่า จุดจบของชายคนนี้ไม่สวยนัก

หากทุกอย่างจบสิ้น เฝิงเหยียนที่ป่วยไม่ได้สติก็คงไม่อาจทำสิ่งใดได้ แต่ความผิดสบคบคิดก่อกบฏมิได้หมดไป คนในจวนเฝิงก็ต้องโทษประหารหรือเนรเทศเป็นทาสเท่านั้น

ส่วนอีกด้านก็วางแผนเอาไว้ว่าให้มารดาของแผ่นดินหรือเหอจินเหยาร้องขอชีวิตให้แก่นาง ชื่อเสียงของฮองเฮาและฮ่องเต้จะยิ่งดีงามในสายตาของประชาชน ว่าทั้งสองพระองค์เมตตามีคุณธรรมต่อนักโทษร้ายแรง

ไม่ประหารชีวิต ทำเพียงขับไล่ทั้งหมดออกจากเมืองหลวง ยึดทรัพย์สินพระราชทานเข้าคลัง มอบเพียงสินส่วนตัวติดตามไป

ส่วนหลังจากนั้นชีวิตของพวกนางจะเป็นเช่นไรล้วนขึ้นอยู่กับโชคชะตา

เหอจินหนานกำหมัดแน่น นางมั่นใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดถูกต้องและมันจะเกิดขึ้นหากนางไม่ทำสิ่งใดเพื่อเปลี่ยนจุดจบของตัวเองและทุกคน หลังออกจากเมืองหลวงเหอจินเหยาจะไม่ปล่อยนางและทุกคนไปแน่

อันดับแรก คิดหาวิธีทำเงินอย่างลับ ๆ ก่อน ถ้ามีเงินจะทำสิ่งใดก็ง่ายดาย รวมถึงมองหาตัวช่วยที่จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น

ส่วนสามีที่จะต้องโดนยาพิษจนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา รอเขากลับมานางดูท่าทีแล้วค่อยคิดอีกทีว่าควรทำเช่นไร

เอาง่าย ๆ ถ้าชายคนนี้โง่งมจนกู่ไม่กลับ นางก็แค่หย่ากับเขาแล้วหายไปจากเมืองหลวงพร้อมลูก ตัวประกอบไม่ควรเข้าไปโลดแล่นใกล้ชิดกับตัวเอก จืดจางอย่างไรก็ให้มันจืดจางอย่างนั้น

เหอจินหนานดึงตัวเองกลับมา หลังจากตัดสินใจว่าจะทำสิ่งใดต่อไป นางคิดว่าจะไปหาฮุ่ยฮุ่ยที่เรือน เด็กวัยนี้ควรให้ความอบอุ่นมากหน่อย ของเล่นต่าง ๆ ที่เสริมพัฒนาการอย่าได้ขาด

“เจ้าไปที่เรือนฮุ่ยฮุ่ยกับข้าก็แล้วกัน”

“เจ้าค่ะฮูหยิน”

มือบางหยิบกระดาษปึกหนาที่วาดเครื่องเล่นของลูกสาวมาด้วย เพื่อนำไปเทียบบริเวณลานเรือนว่าควรวางอะไรไว้จุดไหน

“ฮูหยินจะไปที่ใดเจ้าคะ” กานลู่ที่เพิ่งจะหายไปสั่งงานสาวใช้ในเรือนทำความสะอาดใหญ่ประจำสัปดาห์ เดินเข้ามาเจอเหอจินหนานที่กำลังพาเสี่ยวลี่ สาวใช้อีกคนเดินออกมาจากห้องนอน

“ข้าจะไปที่เรือนของฮุ่ยฮุ่ย เจ้าสั่งงานเสร็จแล้วหรือ”

“เจ้าค่ะ ข้าจะไปกับท่านด้วย”

ต้องยอมรับว่างานในเรือนต่าง ๆ เรียบร้อยดีมาก จากผลงานฝีมือของกานลู่คอยจัดการให้นางอีกที เหอจินหนานจัดแจงงานเก่งไม่เท่าข้ารับใช้ผู้รอบรู้ไหวพริบดี

“เอาสิ เสี่ยวลี่เจ้าให้คนไปตามช่างที่เจ้าแนะนำมาพบข้าที่เรือนของคุณหนูนะ”

“ได้เจ้าค่ะฮูหยิน”

เสี่ยวลี่อมยิ้มแล้วผละจากไป นางสมัครเป็นสาวใช้ที่จวนเฝิงเมื่อหนึ่งปีก่อน มีคนในครอบครัวต้องเลี้ยงดู พ่อและพี่ชายของนางเป็นช่างไม้มีฝีมือ แต่ไร้คนหนุนหลังจึงถูกช่างคนอื่นแย่งงานไป หลายครั้งเข้าก็ทำให้ที่บ้านขัดสนด้วยรายรับหายไป

ทั้งสองจึงต้องมองหางานแบกหาม ได้เงินค่าจ้างราคาถูกประทังชีวิตของทุกคน ได้เงินเดือนสาวใช้ของนางมาช่วยก็พอให้ครอบครัวอิ่มท้องได้บ้าง เสี่ยวลี่คอยฝึกฝนตัวเอง เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มองการทำงานของพี่กานลู่ว่าเป็นอย่างไร หนึ่งปีที่ทำงานนางกระตือรือร้นช่วยงานทุกประเภท ผูกสัมพันธ์กับสาวใช้ทุกคนจนพวกนางต่างไว้วางใจ

ใครจะคิดว่าฮูหยินเพิ่งหายป่วยไข้ก็หันมามองและถูกใจการทำงานของนาง จนได้มีโอกาสเลื่อนขั้นเป็นสาวใช้ขั้นสองคอยติดตามฮูหยินยามที่พี่กานลู่ไม่ว่าง

“จ้างช่างไม้มาทำไมหรือเจ้าคะ”

“ข้าจะทำของเล่นให้ฮุ่ยฮุ่ย เสี่ยวลี่บอกว่า บิดากับพี่ชายของนางเก่งเรื่องไม้ ข้าจึงลองให้โอกาส” เหอจินหนานนึกภาพของเล่นที่นางวาดเอาไว้ถูกทำออกมาเป็นของจริง ฮุ่ยฮุ่ยคงชอบจนต้องร้องกรี๊ดแน่นอน

กานลู่พอรู้มาบ้างว่าบิดากับพี่ชายของเสี่ยวลี่เป็นช่างไม้ หากเป็นฮูหยินก่อนป่วยไข้คงไม่ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยของบ่าวไพร่ขนาดนี้ มิใช่ว่าเมื่อก่อนไม่ดี แต่นางคิดว่าฮูหยินไร้ใจไปสักหน่อย

“เจ้าว่าเสี่ยวลี่ใช้ได้หรือไม่”

“ใช้ได้เลยเจ้าค่ะ หนึ่งปีมานี้นางไม่เกียจคร้านใฝ่เรียนรู้งานต่าง ๆ ส่วนเรื่องไหวพริบและความฉลาด..นับว่ามีพอสมควร” กานลู่วิเคราะห์อย่างเป็นกลาง ไม่มีน้ำเสียงขุ่นเคืองที่เห็นฮูหยินยกสาวใช้คนหนึ่งมาทำงานข้างกายร่วมกับนาง

เหอจินหนานยิ้มกว้างกล่าวว่า “คงต้องฝากเจ้าช่วยสอนสั่งนางให้มากกว่านี้”

“ได้เจ้าค่ะฮูหยิน”

มีคนมาช่วยงานนับว่าดี ยิ่งคนที่นางสอนเองกับมือ อนาคตกานลู่ย่อมวางใจหากต้องไปจัดการเรื่องสำคัญแทนฮูหยินแล้วปล่อยให้เสี่ยวลี่คอยดูแลฮูหยินแทน

“คุณหนู! เหตุใดถึงซุกซนเช่นนี้! หากยังมิหยุดดื้อดึงบ่าวจะไม่พาไปหาฮูหยินนะเจ้าคะ!”

สองนายบ่าวที่เดินกันไปคุยกันไปเข้ามาในบริเวณเรือน ถึงกับหยุดชะงักเมื่อเสียงตวาดของสาวใช้ที่คอยดูแลฮุ่ยฮุ่ยดังขึ้น

“ข้ามิได้ดื้อดึงซุกซน เจ้ากำลังจะเอาของของข้าไป”

“เครื่องประดับชิ้นเล็กนิดเดียว คุณหนูอย่าขี้เหนียวไปเลยเจ้าค่ะ น้องสาวของข้าอยากได้สักชิ้น คุณหนูมีของพวกนี้มากมายแบ่งปันให้ผู้ด้อยกว่านับว่าสมควรแล้ว”

“ชิ้นนี้ไม่ได้ ท่านแม่มอบให้ข้าและข้าชอบมันมาก” ฮุ่ยฮุ่ยหน้าบึ้ง ดวงตากลมแดงก่ำมีความไม่ยินยอมมือน้อยไม่ยอมปล่อยของที่สาวใช้คนสนิทพยายามยื้อแย่งเอาไป

“อะไรกันเจ้าคะ ฮูหยินร่ำรวย คุณหนูก็แค่บอกว่าของชิ้นนี้หาย หาไม่เจอก็ได้” สาวใช้คนนั้นยังพยายามเกลี้ยกล่อมแล้วยังสั่งสอนเด็กเล็กให้เอ่ยวาจาโกหกโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

“ข้าไม่ยอม”

“คุณหนูอย่าให้ข้าต้องใช้ความรุนแรงนะเจ้าคะ!” สาวใช้คนนั้นถลึงตา ทำให้ฮุ่ยฮุ่ยหดคอนึกถึงฝ่ามือที่ฟาดลงบนแผ่นหลังของนางเวลาทำเรื่องขัดใจอีกฝ่าย แต่มือน้อยยังคงไม่ยอมปล่อยกำไลที่ท่านแม่มอบให้

กานลู่สบตาของเจ้านายที่มีดวงหน้ามืดครึ้ม รัศมีรอบกายกดดันจนนางขนลุก นางเองก็มิคาดว่าลี่เหวิน สาวใช้คนสนิทคนใหม่ของคุณหนูจะหน้าซื่อใจคด ทั้งที่คัดแล้วคัดอีก คนพวกนี้ยังหลุดมาได้

ด้านเหอจินหนานยิ่งอยากสังหารใครสักคน หลังจากสาวใช้คนก่อนขอลาออกด้วยต้องไปแต่งงาน ฮุ่ยฮุ่ยต้องอยู่กับคนเช่นนี้มานานถึงหนึ่งปี ไม่รู้ที่ผ่านมานางจะทำสิ่งใดบุตรสาวตัวน้อยไว้บ้าง แค่บทสนทนาสั้น ๆ ไฟโกรธยังกรุ่นในอก

บุตรสาวของนางสมควรเจอเรื่องเช่นนี้หรือ นึกแล้วอยากจับเหอจินหนานคนเก่ามาเขย่าตัวให้ได้สตินัก

“เชื่อฟังข้าแล้วจะไม่เจ็บตัวเจ้าค่ะ” ลี่เหวินยิ้มอ่อนโยนแต่การกระทำกลับโหดเหี้ยมสำหรับเด็กตัวน้อยหนึ่งคน

นางดึงกำไลวงงามราคาแพงออกมา แม้มือน้อยจะยึดจนแน่นก็ต้านแรงของผู้ใหญ่ไม่ได้ ฮุ่ยฮุ่ยน้ำตาร่วงมองของรักที่ท่านแม่มอบให้หลุดไปจากมือ นางสะอื้นไห้แต่ลี่เหวินสนใจความงามแวววาวในมือเกินกว่าจะสนใจหันมาปลอบเจ้านาย

“กำไลของข้างดงามหรือไม่”

เสียงเยียบเย็นจนแม้แต่คนฟังยังสะท้าน ลี่เหวินจดจ่อกับราคาที่จะได้หลังนำมันไปขาย ไม่รู้ว่าคนมาใหม่กำลังคิดหาวิธีลงโทษนางไปร้อยแปดวิธี พูดตอบกลับออกไปว่า

“หยกน้ำดีเชียวละ คงขายได้หลายตำลึงทอง”

“เช่นนั้นหรือ”

ลี่เหวินนิ่งค้างได้สติทันใด ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไปมองต้นเสียง ทั้งเนื้อทั้งตัวของนางอ่อนโหยจนทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรงเมื่อเผชิญกับใบหน้าเยือกเย็นของฮูหยิน

“ฮุ่ยฮุ่ย มาหาแม่”

เด็กหญิงตัวน้อยที่ไม่กล้าวิ่งไปหามารดา เลือกจะยืนก้มหน้าร้องไห้อย่างคนกลัวความผิดเงยหน้าขึ้นเมื่อถูกเรียกด้วยเสียงอ่อนโยน น้ำตาที่ไหลอาบแก้มยิ่งไหลจนดูน่าสงสาร

“ทะ ท่านแม่ ฮึกฮือออ”

เหอจินหนานกอดลูกอย่างนุ่มนวลก็จริง แต่ดวงตาและรอยยิ้มที่ส่งให้ลี่เหวินกลับเหี้ยมเกรียมจนนางเผลอปัสสาวะราด กานลู่ขึงตามองคนทำพื้นเรือนของคุณหนูสกปรก

“ฮูหยิน ขะ…ข้าไม่ได้”

“หนึ่งปีที่กินอยู่ในเรือนของข้า รับเงินเดือนจากข้าแล้วยังอาจหาญยื้อแย่งข้าวของลูกข้าไป เจ้ากับครอบครัวคงได้เงินเยอะมากสินะ”

“ขะ…ฮึก ข้าไม่ได้ตั้งใจเจ้าค่ะ ฮูหยินได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย”ลี่เหวินรีบวางกำไลที่ชื่นชมลงข้างตัวราวต้องของร้อน หันมาร้องขอชีวิตจากสตรีงดงามที่ยืนตระหง่านเหนือหัวอย่างหวาดกลัว

“ได้สิ”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...