โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ยุทธศาสตร์อิหร่านของทรัมป์” ที่เปลี่ยนไปมา เสี่ยงพาโลกสู่ฉากจบสงครามที่ปั่นป่วน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 5 มีนาคม 2569 เวลา 22.16 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์เตือนเป้าหมายสงครามของทรัมป์ที่เปลี่ยนไปมา อาจเพิ่มความไม่แน่นอนและเสี่ยงพาโลกสู่ฉากจบความขัดแย้งที่ปั่นป่วน

วันที่ 5 มีนาคม 2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ในช่วงวันแรก ๆ ของสงครามกับอิหร่าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และทีมงานได้แสดงเป้าหมายของปฏิบัติการทางทหารที่เปลี่ยนแปลงอยู่หลายครั้ง ทำให้เกิดคำถามถึงทิศทางของสงครามครั้งนี้

โดยการโจมตีทางอากาศที่ดำเนินการร่วมกับอิสราเอลมีเป้าหมายหลักในการทำลาย กองทัพเรือ ระบบขีปนาวุธ และโดรนของอิหร่าน ขณะเดียวกันการโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐบาลและโครงสร้างพื้นฐานของรัฐก็มีเป้าหมายเพื่อลดทอนอำนาจของระบอบการปกครองในเตหะราน และอาจเปิดทางให้ประชาชนอิหร่านลุกขึ้นเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

อย่างไรก็ตามทรัมป์ยังกล่าวว่าเขาเปิดรับทางเลือกแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลา ซึ่งเจ้าหน้าที่บางส่วนของรัฐบาลเดิมได้หันมาร่วมมือกับสหรัฐในเวลาต่อมา ขณะที่ฝั่งอิสราเอลมีท่าทีชัดเจนมากกว่า โดยต้องการกำจัดภัยคุกคามจากอิหร่านอย่างสิ้นเชิง ถึงขั้นโจมตีการประชุมที่กำลังจะเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีระลอกแรกของสงคราม

ในด้านการปฏิบัติการทางทหาร ระยะเริ่มต้นของการโจมตีโดยสหรัฐและอิสราเอลดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ขีปนาวุธและระเบิดได้โจมตีศูนย์บัญชาการและระบบป้องกันทางอากาศของอิหร่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า กองทัพเรืออิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนัก ผ่านไปเพียง 5 วันของสงคราม ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลจากแหล่งข่าวเปิดเผยแสดงให้เห็นว่า แม้โรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายโดยตรง แต่การโจมตีได้สร้างความเสียหายต่อสถานที่หลากหลายแห่ง รวมถึงโรงพยาบาล สถานีตำรวจ ศาล และพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นในกรุงเตหะรานตอนเหนือ

อย่างไรก็ตาม ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายสุดท้ายของสงครามได้ทำให้เกิดคำถามอย่างกว้างขวางว่า การโจมตีและการทำลายล้างที่เกิดขึ้นมีจุดประสงค์เพื่ออะไร ริชาร์ด ฟงแตน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย Center for a New American Security และอดีตที่ปรึกษาของวุฒิสมาชิก จอห์น แมคเคน กล่าวว่า ในขณะนี้กลยุทธ์ของสหรัฐดูสับสนและกระจัดกระจาย พร้อมเตือนว่าหากไม่รู้ว่ากำลังสู้เพื่อเป้าหมายใด ก็จะไม่รู้ว่าเมื่อใดที่บรรลุเป้าหมายนั้น หรือเมื่อใดควรยุติการสู้รบ

ความไม่แน่นอนดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลกอย่างรุนแรง เนื่องจากนักลงทุนไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าวิกฤตพลังงานและการค้าจะยืดเยื้อไปอีกนานเพียงใด โดยการปิดช่องแคบ ฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสี่ปี ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังกาตาร์ลดกำลังการผลิต ขณะเดียวกันนักลงทุนยังหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ราคาทองคำและค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ส่วนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลดลงจากความกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจเพิ่มสูงขึ้น

เจ้าหน้าที่สหรัฐ เปิดเผยในการแถลงข่าวว่า ปฏิบัติการกำลังเข้าสู่ระยะใหม่ โดยจะมุ่งโจมตีเป้าหมายที่ใกล้มากขึ้นและมีความแม่นยำสูงขึ้น รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่อิหร่านอาจใช้ในการฟื้นฟูขีดความสามารถทางทหาร ในช่วงแรกของสงคราม การโจมตีส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากระยะไกลและมุ่งเป้าไปยังพื้นที่ชายฝั่งเพื่อหลีกเลี่ยงการตอบโต้ อย่างไรก็ตามพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า คลื่นการโจมตีที่ใหญ่กว่าและรุนแรงกว่ายังจะตามมา พร้อมระบุว่า“เรายังเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น”

ขณะเดียวกันนักการเมืองสหรัฐบางส่วนได้เรียกร้องให้รัฐบาลอธิบายเป้าหมายของสงครามให้ชัดเจนมากขึ้น วุฒิสมาชิก มาร์ก วอร์เนอร์ จากพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภา กล่าวว่า ประธานาธิบดีควรอธิบายต่อสภาคองเกรสและประชาชนว่าเป้าหมายที่แท้จริงของสงครามคืออะไร และมีแผนยุติปฏิบัติการเมื่อใด

แม้จะมีเสียงวิจารณ์ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่าความคลุมเครืออาจเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทางทหาร เควิน โดเน อดีตผู้บัญชาการกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐกล่าวว่า การทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่แน่ใจว่าสหรัฐจะดำเนินการไปไกลเพียงใดอาจเป็นข้อได้เปรียบทางยุทธศาสตร์

อย่างไรก็ตามภายในกระทรวงกลาโหมสหรัฐก็มีเจ้าหน้าที่บางส่วนตั้งคำถามต่อยุทธศาสตร์นี้ เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้กระสุนและอาวุธที่มีอยู่อย่างจำกัด รวมถึงความไม่แน่นอนของเป้าหมายของปฏิบัติการ แม้ทรัมป์และรัฐมนตรีกลาโหมจะยืนยันว่าคลังอาวุธยังเพียงพอก็ตาม

ทำเนียบขาวระบุว่าเป้าหมายหลักของปฏิบัติการมีสี่ประการ ได้แก่ การกำจัดภัยคุกคามจากขีปนาวุธของอิหร่าน การทำลายขีดความสามารถทางเรือ การขัดขวางการผลิตขีปนาวุธและโดรน และการยุติเส้นทางการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตามเมื่อถูกถามว่าการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นเป้าหมายของสงครามหรือไม่ โฆษกทำเนียบขาวไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจน

ในฝั่งอิสราเอล เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยุโรปสองคนระบุว่า เป้าหมายของรัฐบาลอิสราเอลคือการทำลายระบอบการปกครองของอิหร่านโดยสิ้นเชิง ขณะที่ที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า จุดประสงค์ของปฏิบัติการคือการกำจัดภัยคุกคามจากระบอบอยาตอลเลาะห์ที่ก่อการก่อการร้ายต่อโลกมานานเกือบครึ่งศตวรรษ

ข้อมูลจากดาวเทียมและแหล่งข่าวเปิดเผยยังชี้ให้เห็นว่าปฏิบัติการทางทหารได้สร้างความเสียหายอย่างกว้างขวาง โดยสหรัฐระบุว่าได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านมากกว่า 2,000 แห่ง และทำลายเรือรบของอิหร่านมากกว่า 20 ลำ นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม โรงงานนิวเคลียร์สำคัญของอิหร่านหลายแห่งยังไม่ได้ถูกโจมตีอย่างหนัก โดยเฉพาะศูนย์นิวเคลียร์ที่เมือง อิสฟาฮาน

กรุงเตหะรานและพื้นที่มหานครโดยรอบซึ่งมีประชากรราว 15 ล้านคน ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการโจมตี โดยประมาณหนึ่งในห้าของเป้าหมายทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว สถานที่ที่ได้รับความเสียหายรวมถึงอาคารรัฐบาล สถานที่ด้านความมั่นคง ศูนย์ตุลาการ โรงพยาบาล และสำนักงานใหญ่ตำรวจ นักวิเคราะห์บางคนมองว่าการโจมตีไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทำลายศักยภาพทางทหาร แต่ยังมีจุดประสงค์เพื่อลดทอนความสามารถของรัฐบาลอิหร่านในการควบคุมประเทศ

อย่างไรก็ตามสงครามครั้งนี้ได้สร้างความสูญเสียต่อพลเรือนอย่างมาก ในวันแรกของปฏิบัติการ ขีปนาวุธลูกหนึ่งได้โจมตีโรงเรียนประถมในเมือง มินับ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้เด็กนักเรียนและเจ้าหน้าที่เสียชีวิตราว 180 คน เหตุการณ์ดังกล่าวถูกสหประชาชาติประณามอย่างรุนแรง ขณะที่ทางการอิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศแล้วมากกว่า 1,000 คน

แม้ว่าการโจมตีจะสร้างความเสียหายต่อระบบขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านบางส่วน แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการโจมตีทางอากาศเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถทำลายขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของประเทศได้ทั้งหมด ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กล่าวเตือนว่า อิหร่านยังคงมีโครงสร้างอุตสาหกรรม ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และสต็อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะจำนวนมาก พร้อมระบุว่า “อิหร่านจะไม่หายไปจากแผนที่โลก และปัญหานี้จะยังคงอยู่ต่อไป”

ขณะเดียวกันทรัมป์ยังเตือนว่าผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดอาจเกิดขึ้นได้ หากการโค่นล้มรัฐบาลอิหร่านนำไปสู่การขึ้นสู่อำนาจของผู้นำคนใหม่ที่มีแนวคิดรุนแรงไม่ต่างจากเดิม นักวิเคราะห์บางคนจึงมองว่าการที่รัฐบาลสหรัฐไม่ได้กำหนดเป้าหมายของสงครามอย่างชัดเจนอาจเป็นข้อได้เปรียบทางการเมือง เพราะเปิดโอกาสให้ทรัมป์สามารถตัดสินใจประกาศความสำเร็จของภารกิจได้ในเวลาที่เหมาะสม

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...