โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'สำเภากษัตริย์สุลัยมาน'เมื่อชาวเปอร์เซียช่วยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชยึดอำนาจ

The Better

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER

สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงมีพระราชโอรสองค์สำคัญอยู่ 2 องค์ ที่ประสูติแต่พระอัครมเหสี คือสมเด็จเจ้าฟ้าไชย ที่ประสูติแต่พระราชเทวี คือ พระนารายณ์

พระนารายณ์นั้นทรงมีพระอัธยาศรัยไม่เหมือนใคร ตรงที่ทรงโปรดประเพณีของชาวเปอร์เซีย การเสวย การแต่งพระองค์ และการคลุกคลีกับผู้คน ก็ทรงทำอย่างคนเปอร์เซียและอยู่ท่ามกลางเปอร์เซียน

เรื่องนี้บันทึกไว้ในหนังสือ 'สำเภากษัตริย์สุลัยมาน' หรือ Safine-ye Solaymani อันเป็นบันทึกการเดินทางของชาวเปอร์เซียเกี่ยวกับคณะทูตที่ถูกส่งไปยังอาณาจักรอยุธยาของสยามในปี ค.ศ. 1685 โดยสุลต่านสุไลมานที่ 1 (ครองราชย์ ค.ศ. 1666–1694) กษัตริย์ (ชาห์) แห่งราชวงศ์ซาฟาวิดของอิหร่าน

'สำเภากษัตริย์สุลัยมาน' บันทึกไว้ว่า พระนารายณ์นั้น "เคยไปเยี่ยมเยือนชาวเปอร์เซียเป็นประจำ พระองค์ชื่นชอบมารยาททางสังคมและมารยาทบนโต๊ะอาหาร อาหารและเครื่องดื่มของพวกเขา (ชาวเปอร์เซีย) เป็นอย่างมาก"

วัฒนธรรมเปอร์เซียนั้นเป็นที่นิยมในบรรดาอาณาจักรอิสลามเอเชียใต้ยุคนั้นว่าเป็นค่านิยมผู้ดีมีสกุล ความนิยมนี้แพร่มาถึงกรุงศรีอยุธยาอันเป็นเมืองพุทธเมืองพรามหณ์ด้วย แต่จำเพาะเจาะจงที่พระนารายณ์

มุสลิมชีอะห์จากเปอร์เซียเริ่มมีบทบาททางการเมืองและการค้าในอยุธยามากแล้ว และดูเหมือนว่าความ "โปรเปอร์เซีย" ของพระนารายณ์จะเป็นหมากทางการเมืองสำหรับพวกเขาได้

ชาวเปอร์เซียย่อมปรารถนาที่จะเห็นเจ้าอยุธยาเป็นมุสลิมชีอะห์และเห็นอยุธยากลายเป็นรัฐสุลต่าน หากความฝันของพวกเขาเป็นจริง นี่จะเป็นรางวัลอันงดงามสำหรับคนพลัดบ้านพลัดเมืองอย่างพวกเขาอย่างยิ่ง

และยังจะเป็นการเดิมพันที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะอยุธยา หรือที่พวกเชาเรียกว่า "ชาห์รินาว" (เมืองใหม่) นั้นเป็นเมืองท่าที่มั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ชาวเปอร์เซียเรียกอยุธยาว่า "เมืองใหม่" ด้วยเหตุผบที่ไม่ชัดเจน แต่อาจคาดเดาได้ว่า "เมืองเก่า" คงหมายถึงเทพนครหรือกรุงทวารวดีอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังที่นาม ทางการของกรุงศรีอยุธยาคือ "กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา"

"เทพ" หมายถึงเมืองเทพนคร ถิ่นเดิมของราชงศืเชียงแสนของพระเจ้าอู่ทอง "ทวารดี" คืออาณาจักรโบราณที่มั่งคั่งแถบภาคกลางของไทยในศตวรรษที่ 6 เป็นต้นมา และศรีอยุธยาคือชื่อใหม่ที่ตั้งขึ้นในสมัยพระเจ้าอู่ทอง

กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยากลายเป็นเมืองท่าที่ดึงดูผู้คนจากทั่วโลก รวมถึงชาวอิหร่านหรือเปอร์เซีย กลายเป็นเมืองที่นักเสี่ยงโชคทุกคนต้องแวะมาหรือต้องมีสถานีการค้า และคำว่า "กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา" กลายเป็นแบรนดิ้งของการค้าในแถบนี้ จนกระทั่งเมื่ออยุธยาถูกพม่าทำลายแล้ว การตั้งเมืองหลวงใหม่ที่บางกอกก็ยังนำชื่อ "กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา" ไปใช้ต่อจนกระทั่งถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

นั่นเพราะ "กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา" เป็นชื่อแห่งความมั่งคั่ง เป็นพลังทางการเมือง และศูนย์กลางแห่งหนึ่ของโลก

เมื่อโอรสของขุนหลวงปราสาททองทรงโปรดวัฒนธรรมเปอร์เซียและสุงสิงกับชาวเปอร์เซีย ชาวเปอร์เซียก็ย่อมเห็นว่านี่คือโอกาสทองที่จะ "ลงทุน" กับพระนารายณ์

แต่พระนารายณ์ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่เสพสุขไปวันๆ กับความหรูหราอย่างเปอร์เซีย พระองค์ก็คิดจะช่วงใช้พวกเปอร์เซียเพื่อหวังผลทางการเมืองเช่นกัน

โอกาสนั้นมาถึงเมื่อสมเด็จพระเจ้าปราสาททองสวรรคต

คนทั่วไปย่อมคิดว่าโอรสองค์โตจากพระมเหสีย่อมมีสิทธิในราชบัลลังก์

นั่นเป็นวิธีคิดแบบละครจักรๆ วงศ์ๆ

เพราะน้าก็ชิงอำนาจหลานได้ น้องก็ชิงอำนาจพี่ได้ ลูกชิงอำนาจพ่อได้ ขุนนางฆ่าเจ้าได้ และสามัญชนก็โค่นชนชั้นสูงได้

การเมืองของอยุธยาและประเทศตะวันออกทั้งปวงดุเดือดยิ่งกว่าละครมากมายนัก และมักไม่มีใครยึดถือตามกติตาหรือแม้แต่ "ธรรมเนียมอันดีงาม"

การชิงบัลลังก์เป็นธรรมชาติปกติของการเมืองอยุธยา และในรัชกาลนี้ก็เช่นกัน

สมเด็จเจ้าฟ้าไชยขึ้นครองราชย์ได้แค่ 9 เดือนก็มีผู้วางแผนโค่นพระองค์เสียแล้ว

คนนั้นคือพระอนุชาต่างพระราชมารดา คือ พระนารายณ์

พระนารายณ์ทรงคบคิดกับพระเจ้าอา คือพระศรีสุธรรมราชาช่วยกันยึดอำนาจจากเจ้าฟ้าไชย จากนั้นนำไปสำเร็จโทษ (ฆ่าทิ้ง)

แต่พระนาราย์ไม่ได้นั่งบัลลังกืเอง กลับชิญพระศรีสุธรรมราชาขึ้นครองราชย์

อาจเป็นเพราะในสมัยอยุธยา การสืบราชบัลลังก์หลายกรณีทำกันระหว่างพี่ไปสู่น้องแล้วสลับกันไปไม่ใช่แค่ลูกสู่ลูก บางทีพระนารายณ์และพระศรีสุธรรมราชาอาจเห็นว่าการที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองโอนราชสมบัติให้สมเด็จเจ้าฟ้าไชย (ลูกคนโต) โดยข้ามพระศรีสุธรรมราชา (น้องชาย) ไปเป็นเรื่อง "ไม่ถูกต้อง" ก็เป็นไป

แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาเเดา และแม้จะเป็นเหตุผลจริงๆ ก็เป็นเหตุผลแกนๆ เพราะหากชาวอยุธยาจะทำรัฐประหาร พวกเขาสามารถยกเหตุผลร้อยแปดขึ้นมาอ้างได้ทั้งสิ้น

แต่เมื่อพระศรีสุธรรมราชาขึ้นครองราชย์แล้ว ดูเหมือนพระนารายณ์จะยังไม่พอพระทัย ในพงศาวดารกล่าวว่า เพราะพระศรีสุธรรมราชาทรง "ปราศจากหิริโอตตัปปะแล้ว" จึง "น่าที่จะร้อนอกสมณชีพราหมณ์อาณาประชาราษฎรไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินเป็นแท้"

เมื่อครองราชย์ได้แค่ 2 เดือนพระนารายณ์ก็ทรงคิคจะยึดอำนาจอีกครั้ง

'สำเภากษัตริย์สุลัยมาน' บันทึกเหตุการณ์นี้ไว้ว่า พวกเปอร์เซียโน้มน้าวให้พระนารายณ์ยึดราชบัลลังก์ ขบวนการทำรัฐประหารแฝงตัวอยู่ในกลุ่มชาวเปอร์เซียที่ร่วมในขบวนแห่วันอาชูรออ์ (วันที่ 10 ของเดือนมุฮัรรัม) อันเป็นงานประจำปีของชาวชีอะห์

ขบวนแห่วันอาชูรออ์จชัดขึ้นบนถนนสายหลักของอยุธยา มีบุคคลสำคัญระดับสูงของอาณาจักรเข้าร่วม หนึ่งในนั้นคือ ประมุของค์ใหม่ของอยุธยา

เมื่อขบวนเคลื่อนเข้าไปกล้ชาวเปอร์เซียได้กรูเข้าไปที่กษัตริย์พระองค์ใหม่ จากนั้นก็ลั่นกระสุนปืนเข้าใส่จนสวรรคต

พระนารายณ์ก็หมดเสี้ยนหนาม ได้ขึ้นครองบัลลังก์อยุธยาด้วยความช่วยเหลือของพวกเปอร์เซียดังนี้

หลังจากนั้นชาวชีอะห์เปอร์เซียก็ได้รับการตอบแทนอย่างงามจากสมเด็จพระนารายณ์ ได้รับอำนาจการผูกขาดกิจกรรมทางการค้าและการทูตทางการเมืองหลายอย่าง ผู้ว่าราชการท่าเรือสำคัญทั้งหมดของอยุธยาอยู่ในมือของชาวเปอร์เซียและชาวชีอะห์จากภูมิภาคอื่นๆ เช่น ตะนาวศรีและมะริดอยู่ในมือของชาวชีะอะห์เปอร์เซีย ภูเก็ตและบางคลี (พังงา) ปกครองโดยชาวชีอะห์อินเดีย และกรุงเทพฯ ปกครองโดยชาวชีอะห์อาเซอร์ไบจาน

ในกองทัพของอยุธยาก็ยังมีทหารชีอะห์ชาวเปอร์เซีย อาหรับ และอินเดีย ทั้งหมดนี้ได้รับการชักนำโดยผู้นำเปอร์เซียในอยุธยา

เรื่องทำท่าว่าจะจบลงด้วยดี สมเด็จพระนารายณ์มทรงมีราชบัลลังห์ที่มั่นคงโดยการค้ำชูของชีอะห์เปอร์เซีย และเปอร์เซียนน่าจะสมหวังแล้วครึ่งหนึ่ง

อีกครึ่งคือความฝันที่พระนารายณ์จะทรงรับอิสลามชีอะห์และทำให้อยุธยาเป็นรัฐสุลต่านชีอะห์

แต่ความนั้นไม่เป็นจริงเสียที จนกระทั่งชัดเจนแล้วว่าไม่มีทางเป็นจริงได้

เมื่อชาวชีอะห์ได้รับคำตอบจากสมเด็จพระนารายณ์ว่าจะไม่ทรงเปลี่ยนศาสนา พวกนี้จึงจึงก่อรัฐประหารในปี 1686

ชีอะห์ต่างๆ และเปอร์เซียนเกือบจะยึดพระราชวังได้สำเร็จอยู่แล้ว

แต่สมเด็จพระนารายณ์ทรงมีพันธมิตรใหม่

ทรงช่วงใช้ชาวยุโรปที่มีแสนยานุภาพเหนือกว่าทุกกลุ่ม พวกนี้ช่วยปราบการก่อรัฐประหารได้สำเร็จ จากนั้นพวกเปอร์เซียและชีอะห์ก็เสื่อมอิทธิพลในอยุธยาอย่างรวดเร็วและไม่เคยได้เป็นใหญ่ดังเดิมอีก

ผู้ที่เข้ามาแทนที่คือพวกฝรั่ง ซึ่งไม่เพียงเป็นที่โปรดปรานเรื่องการค้า แต่พระนารายณ์ยังทรงโปรดวัฒนธรรมของพวกนั้นอีก เหมือนกับที่ทรงเคยโปรดวัฒนธรรมเปอร์เซีย และทรงตั้งฝรั่งไปดูแลเมืองท่าสำคัญที่พวกชีอะห์และเปอร์เซียเคยควบคุมไว้

วัฏจักรใหม่ของสมเด็จพระนารายณ์หมุนเวียนอีกครั้ง

และมันจะหมุนมายังจุดเดียวกับพวกเปอร์เซีย นั่นคือ ความพยายามที่จะเปลี่ยนศาสนาสมเด็จพระนารายณ์เพื่อเปลี่ยนอยุธยาเป็นประเทศคริสตัง

จากนั้นก็จะเกิดการยึดอำนาจกันอีก ซึ่งตามมาด้วยการกำจัดอิทธิพลของพวกฝรั่ง

แต่เช่นเดียวกับชาวเปอร์เซีย หลังความล้มเหลวนั้นพวกเขาบางส่วนก็ยังได้รับอนุญาตให้อยู่ในอยุธยาต่อไป ฝรั่งบางคนกลายเป็นบรรพบุรุษของคนสำคัฯบางคนในยุคต่อๆ มา และเปอร์เซียบางเหล่ากลายเป็นบรรพชนของชนชั้นนำในสมัยกรุงบเทพฯ

เช่นเดียวกับชาวจีน และชาวชมพูทวีป ชาวเปอร์เซียที่คิดจะกลืนไทย กลับถูกไทยกลืนเข้าไปกลายเป็นส่วนหนึ่งของผู้คนในดินแดนแห่งนี้

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - จิตรกรรมฝาหนังวัดสุวรรณาราม บางกอกน้อย แสดงภาพมโหสถชาดก มีภาพชาวเปอร์เซียคละอยู่กับชาวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...