โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

วิสัยทัศน์ Rail Economy จาก ‘เพื่อไทย’ สร้างรถไฟทางคู่ให้ครอบคลุม ให้เอกชนใช้ราง ถ้าทำสำเร็จ จะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศ

The Momentum

อัพเดต 18 มกราคม 2569 เวลา 22.17 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

หนึ่งในนโยบายเศรษฐกิจที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอในการเลือกตั้ง 2569 คือการสร้าง ‘เศรษฐกิจระบบราง’ ให้ครอบคลุมประเทศไทย เป็นยุทธศาสตร์ที่พลิกเกมการแข่งขันของประเทศ ผ่านการลดต้นทุนโลจิสติกส์ ปลดล็อกกฎหมายให้เอกชนสามารถใช้รางร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ ขณะเดียวกันยังวางแผนพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟ (Transit Oriented Development) ไปควบคู่กับการพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาถูกรอบสถานีรถไฟ

ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวจะถูกเรียกว่าชุดนโยบาย Rail Economy โดย ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทยและอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อธิบายที่มาผ่านรายการ House of Cards LIVE ทาง The Momentum ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการขนส่งสินค้าทางรางเพียง 1% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น ส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยอยู่ในระดับสูง พรรคเพื่อไทยจึงวางแผนผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ (Dual Track) ให้ครบ 4,000 กิโลเมตรทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาคอขวดที่รถไฟต้องหยุดรอหลีกทางกัน ซึ่งจะช่วยให้การบริหารเวลาแม่นยำและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า

โดยภาพรวม หากสามารถเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางจาก 1% เป็น 10% จะช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งของประเทศได้เกือบ 5 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะการส่งเสริมระบบ Cold Chain Logistics หรือการขนส่งตู้แช่เย็นสำหรับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เช่น สมุนไพร ดอกไม้ ปศุสัตว์ และสินค้าประมง ที่จะช่วยคงความสดจากฟาร์มสู่ผู้บริโภคในราคาที่ถูกลง และยังเก็บคุณภาพความสดใหม่ได้ด้วย

“สมัยก่อนเราล้อกันว่าจะทำรถไฟขนผัก จริงๆ ในญี่ปุ่น ในจีน ทำให้เราเห็นแล้วว่า รถไฟขนผักจริงๆ นะ สตรอว์เบอร์รี ผักสดๆ ของเขาสามารถขนจากฟาร์มมาถึงภัตตาคาร 5 ดาวได้ โดยที่ยังสดอยู่ จากเช้าถึงเย็น ซึ่งผมเห็นว่า บรรดาเกษตรกร บรรดา SMEs สามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้สูงมาก”

ศึกษิษฏ์บอกอีกว่า เอาเข้าจริงแล้วการขนส่งทางรางเป็นวิธีที่ ‘นิ่ง’ มาก หากเทียบกับรถยนต์ ยกตัวอย่างการขนส่งกะหล่ำปลีจากตลาดขายส่ง มายังตลาดขายปลีก และมายังบ้าน เสียหายไปเยอะมากขณะเปลี่ยนถ่ายขึ้น-ลง หรือเปลี่ยนระบบขนส่ง ซึ่งแน่นอนว่า หากขนส่งระบบรางได้ เกษตรกรจะสามารถจำหน่ายผลผลิตได้มากขึ้น เสียหายน้อยลง ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่เพียงแต่สินค้าเกษตร ยังรวมถึงสินค้าอนาคตอย่างชิปอิเล็กทรอนิกส์

อีกส่วนคือเรื่อง ‘รถไฟเพื่อการท่องเที่ยว’ ศึกษิษฏ์ยกตัวอย่างว่า ในอดีตมีรถไฟหรู Oriental Express ซึ่งวิ่งจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปยังกาญจนบุรี ก่อนวิ่งลงใต้ไปยังประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ หากแต่ในเวลาต่อมา มีผู้ไปร้องว่าการเดินรถไฟดังกล่าวอาจผิดกฎหมาย การที่เอกชนมาใช้รางรถไฟของ รฟท.อาจเข้าเงื่อนไขเป็นรูปแบบ PPP (Public Private Partnership) ทำให้ต้องหยุดให้บริการ

ทั้งนี้เขามองว่า ควรเปิดโอกาสฟื้นรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวขึ้นมาอีกครั้ง ยกตัวอย่าง รถไฟท่องเที่ยว Royal Blossom ของ รฟท.ซึ่งวันนี้จองกันเต็มรูปแบบ ต้องใช้เวลาจองล่วงหน้านานนับเดือน หากมีรถไฟสายท่องเที่ยวที่ดีๆ ก็สามารถเปิดเมืองใหม่ เปิดพื้นที่ใหม่ได้ เท่ากับว่าความเจริญจะถูกกระจายออก

ขณะเดียวกันหากรถไฟเป็นทางคู่ทั่วประเทศ เรื่องรถไฟถูกดำเนินการอย่างมียุทธศาสตร์ควบคู่กัน ทั้งเรื่องการขนส่ง โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว สิ่งที่จะหนุนเสริมคือเรื่องอุตสาหกรรมการซ่อมบำรุงรถไฟ ที่ใช้แรงงานฝีมือในเรื่องยานยนต์ที่มีอยู่แล้วในประเทศ ต่อยอดไปซ่อมบำรุงรถไฟได้อีก

นอกจากนี้พื้นที่ริมสถานีรถไฟและรางรถไฟ ซึ่ง รฟท. ถือครองอยู่ปริมาณมหาศาล ก็สามารถพัฒนาให้เป็นทั้ง TOD เป็นที่อยู่อาศัยตามโครงการ ‘บ้านเพื่อคนไทย’ และปล่อยให้เช่าเชิงพาณิชย์ สุดท้าย รฟท.จะสามารถนำเงินเหล่านี้กลับมาหล่อเลี้ยงองค์กร พัฒนาตัวเองให้ยืนอยู่ได้ในที่สุด

ทั้งนี้อาจมีคนถามว่า เพื่อไทยเป็นรัฐบาลนานกว่า 2 ปี เพราะเหตุใดถึงไม่ทำ ศึกษิษฏ์ ซึ่งเคยเป็นรองเลขาธิการนายกฯ ประจำ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ได้ทำแล้ว 3 เรื่อง คือผลักดันพระราชบัญญัติขนส่งทางราง ผลักดันพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม รวมถึงพระราชบัญญัติรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

ส่วนเรื่องโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ศึกษิษฏบอกว่า ได้เข้าไปชี้แจงกับสำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แล้ว ซึ่งสภาพัฒน์แสดงความกังวลว่า เป็นเรื่องการลงทุนจาก รฟท. ซึ่งยังขาดทุน จึงรอให้กฎหมายใหม่เปิดโอกาสให้เอกชนใช้รางได้แล้วเสร็จ ซึ่งหลังจากนี้กฎหมายเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าน่าจะผลักดันได้ทันที

ส่วน 2 เรื่องที่เสร็จแล้ว สามารถเป็น Quick Win ได้แน่นอน คือเรื่องบ้านเพื่อคนไทย และรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งเพื่อไทยพร้อมผลักดันทันทีหากได้เป็นรัฐบาลอีกรอบหนึ่ง

สำหรับรถไฟทางคู่ในปัจจุบันอยู่ที่ 993 กิโลเมตร เปิดใช้งานแล้ว 5 เส้นทาง แผนงานที่ 2 อยู่ที่ราว 1,483 กิโลเมตร รวมถึงยังมีรถไทรางคู่สายใหม่ เช่น เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม โดยนโยบาย Rail Economy ของพรรคเพื่อไทยจะมีรถไฟทางคู่รวมแล้วกว่า 4,000 กิโลเมตรทั่วประเทศ ยังไม่นับรวมรถไฟไฮสปีดเทรนสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-หนองคาย และรถไฟ 3 สนามบินไปยังภาคตะวันออก

“วันนี้แผนงานพร้อม กฎหมายพร้อม เหลือเพียงการกลับเข้าไปเป็นรัฐบาลเพื่อสานต่อให้เกิดผลจริง เรามองระบบรางเป็น Rail Economy ที่จะขยับ GDP ประเทศ และกระจายความเจริญจากเมืองหลวงสู่ทุกภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม” ศึกษิษฏ์ระบุ

หากระบบรางถูกวางอย่างมียุทธศาสตร์ รถไฟจะไม่ใช่แค่พาหนะ แต่จะเชื่อมฟาร์มเข้ากับตลาด เชื่อมเมืองเล็กเข้ากับเศรษฐกิจใหญ่ และเชื่อมรัฐกับเอกชนให้ขับเคลื่อนประเทศไปพร้อมกัน นี่คือภาพอนาคตของ Rail Economy ที่พรรคเพื่อไทยกำลังเดิมพันว่า จะพาประเทศไทยออกจากโครงสร้างเศรษฐกิจเดิมที่ต้นทุนสูงและไม่เท่าเทียมในที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...