โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจพี่สาว-พี่เขย อูมปันสุข ผวาหนัก ทหารคลั่ง บุกบ้านยิงใส่

Khaosod

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 03.42 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 03.41 น.
เปิดใจพี่สาว-พี่เขย อูมปันสุข ผวาหนัก ทหารคลั่ง บุกบ้านยิงใส่

เปิดใจพี่สาว-พี่เขย อูมปันสุข ผวาหนัก ทหารคลั่ง บุกบ้านยิงใส่กลางวันแสก ๆ วิ่งหนีตายเอาชีวิตรอด เผยชนวนเหตุ แฉซ้ำถูกขู่ฆ่ายกครัว จนต้องหนีไปอยู่ที่อื่น

วันที่ 26 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเฟซบุ๊ก "อูมปันสุข" ของ อูม โสรยา นางแบบชื่อดัง เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวในพื้นที่ จ.อุดรธานี หลังมีชายซึ่งเป็นทหารนายหนึ่ง ใช้อาวุธปืนยิงใส่พี่เขยของเธอ โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

จากคลิปวิดีโอปรากฏภาพขณะรถตู้ของพี่เขยขับมาจอดบริเวณหน้าบ้าน ก่อนที่รถของทหารคู่กรณีจะขับเข้ามาจอดใกล้กัน จากนั้นทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงโต้เถียงและด่าทอกันอย่างรุนแรง กระทั่งทหารนายดังกล่าวชักอาวุธปืนยิงเข้าใส่ ทำให้พี่เขยต้องวิ่งหนีตายเข้าไปหลบภายในบ้านเกือบไม่ทัน เหตุเกิดเมื่อเวลา 16.26 น.ของวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา

อูมปันสุข

เปิดใจพี่สาว-พี่เขย อูมปันสุข ผวาหนัก ทหารคลั่ง บุกบ้านยิงใส่กลางวันแสก ๆ วิ่งหนีตายเอาชีวิตรอด

ต่อมาหลังเกิดเหตุไม่นาน คุณเป้า อายุ 51 ปี พี่สาวของ อูมปันสุข และ คุณแจ๊ส อายุ 41 ปี พี่เขย สองผู้เสียหายในคลิป ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าว และ นายภานุมาศ จิตรวศินกุล เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” ก่อนเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.โนนสูง จ.อุดรธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

คุณเป้า กล่าวว่า กลางปี 2568 ตนและแฟนได้ขับรถไปรับ "น้องนุ่น" ซึ่งเป็นอดีตภรรยาของผู้ก่อเหตุ ที่หน้าคลินิกเพื่อไปทำธุระร่วมกัน ขณะนั้นน้องนุ่นได้หย่าขาดกับอดีตสามีแล้ว และตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการหย่าร้าง แต่ฝ่ายชายกลับดักรอและพยายามเข้ามาทำร้าย โดยเชื่อว่าตนเป็นผู้ให้ที่หลบซ่อนอดีตภรรยา

อูมปันสุข

ภาพจากกล้องวงจรปิดวันเกิดเหตุที่ทหารคู่กรณีบุกมายิงที่บ้าน

วันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา เรื่องราวบานปลายจนต้องไปตกลงกันที่โรงพัก เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังคงตามคุกคามไม่หยุด ต่อมาเรื่องเงียบไปช่วงหนึ่ง แต่ภายหลังก็เริ่มโพสต์ข้อความข่มขู่ในเฟซบุ๊ก เช่น "วันนี้เจอหน้า วันหน้าเจอแต่วิญญาณ" และขู่ฆ่ายกครัว

คุณเป้า กล่าวต่อว่า ต่อมาในเดือน มิ.ย. ผู้ก่อเหตุเคยกระโดดเข้ามาภายในบ้านพร้อมอาวุธปืน โดยมีผู้บังคับบัญชาติดต่อมาเคลียร์และแจ้งว่าได้มีการลงโทษแล้ว จึงคิดว่าเรื่องจะยุติ แต่ไม่นานกลับมีการโพสต์คุกคามลูกหลานอีก กล่าวหาว่าสามีตนมีความสัมพันธ์กับอดีตภรรยาของเขา ซึ่งไม่เป็นความจริง

อูมปันสุข

ภาพของทหารคู่กรณี

กระทั่งล่าสุดช่วงบ่ายวันที่ 25 ม.ค. ก่อนเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้โพสต์ข้อความทิ้งท้ายในเฟซบุ๊ก กระทั่งแฟนของตนขับรถตู้กลับมาถึงหน้าบ้าน ชายคนดังกล่าวได้ขับรถมาจอดเทียบ ลดกระจกเล็งปืนใส่ พร้อมตะโกนด่าทอ กล่าวหาว่าพวกตนทำให้เขาต้องออกจากราชการและเสียอนาคต ก่อนจะยิงใส่ 1 นัด กระสุนถูกตัวรถ หากไม่ถูกตัวรถอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

หลังเกิดเหตุทุกคนอยู่ในอาการหวาดผวา นอนไม่หลับ ต้องพากันไปพักโรงแรมชั่วคราว ไม่กล้ากลับบ้านเพราะกลัวผู้ก่อเหตุจะย้อนกลับมาทำร้าย พร้อมย้ำว่าที่ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิดเนื่องจากการคุกคามดังกล่าว เรื่องแบบนี้น่ากลัวมากไม่เจอกับใครไม่รู้ความรู้สึก

อูมปันสุข

"ดูเขาคลั่งมาก อยากให้เขาเลิกยุ่งกับพวกเรา ปัญหาครอบครัวของเขาให้ไปเคลียร์กันเอง ไม่ใช่มาลงกับคนอื่น ตอนนี้ต้องฝากความหวังไว้กับตำรวจและกระบวนการยุติธรรม ให้จับตัวมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด" คุณเป้า กล่าว

ล่าสุด พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า จากการตรวจสอบแล้วเป็นกำลังพลของกองทัพบก มีประวัติกระทำความผิดซ้ำซากในหลายกรณีตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งทางหน่วยได้ลงโทษทางวินัยมาโดยตลอด

อูมปันสุข

คุณเป้าและคุณแจ๊ส พี่สาวและพี่เขยของ อูมปันสุข

โดยเมื่อต้นเดือนม.ค.ได้หนีราชการ ทางหน่วยกำลังต้นสังกัดดำเนินการปลดออกจากราชการตามระเบียบ ส่วนเรื่องคดีอาญาที่เป็นข่าวปัจจุบันหน่วยกำลังดำเนินการเพื่อแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อออกหมายจับทหารคลั่งนายนี้ หากมีรายละเอียดอื่น ๆ จะแจ้งให้ทราบต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดใจพี่สาว-พี่เขย อูมปันสุข ผวาหนัก ทหารคลั่ง บุกบ้านยิงใส่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...