โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ญี่ปุ่น” พร้อมประสานสหรัฐ หากจำเป็น สกัดความผันผวนเงินเยน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 13.54 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 06.53 น.

เจ้าหน้าที่อัตราแลกเปลี่ยนญี่ปุ่น ย้ำรัฐบาลพร้อมประสานงานกับสหรัฐ ตามความจำเป็น ภายใต้กรอบข้อตกลงร่วม เพื่อรับมือความผันผวนและการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของค่าเงินเยน

วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 11.46 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังรับมือกับความเคลื่อนไหวของค่าเงินตามกรอบความร่วมมือที่ตกลงร่วมกับสหรัฐ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่าทั้งสองประเทศอาจประสานงานกันเพื่อตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน (rate check) และพยุงค่าเงินเยนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

คาตายามะกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐมีบันทึกความเข้าใจด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ลงนามร่วมกันตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว และรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังดำเนินการภายใต้กรอบข้อตกลงดังกล่าว โดยย้ำว่าทางการกำลังติดตามสถานการณ์ในตลาดเงินอย่างใกล้ชิดและเร่งด่วน

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางกระแสคาดการณ์ในตลาดว่า โตเกียวและวอชิงตันอาจมีการประสานงานกันผ่านการทำ rate check ซึ่งถือเป็นขั้นตอนเตรียมความพร้อมก่อนการแทรกแซงตลาดค่าเงินโดยตรง โดยมาตรการดังกล่าวมักถูกใช้เพื่อส่งสัญญาณเตือนและกดดันนักเก็งกำไร โดยไม่จำเป็นต้องเข้าซื้อหรือขายเงินตราในตลาดจริง

นักลงทุนระบุว่าระหว่างการซื้อขายในตลาดสหรัฐเมื่อวันศุกร์ ธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์ก (New York Fed) ได้ติดต่อสอบถามสถาบันการเงินเกี่ยวกับระดับค่าเงินเยน ส่งผลให้เงินเยนผันผวนอย่างรุนแรง และแข็งค่าขึ้นมากกว่า 3.5 เยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันเดียว ขณะเดียวกันยังมีรายงานว่านักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจได้สอบถามผู้เล่นในตลาดเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์-เยนในช่วงก่อนหน้านั้นด้วย

ความเป็นไปได้ของการดำเนินการร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐ ถูกมองว่าเพิ่มแรงกดดันต่อนักเก็งกำไรอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากหมายถึงการใช้กำลัง ทางการเงินที่มากขึ้นในการพยุงค่าเงินเยน และอาจสร้างความเสียหายต่อฝั่งที่เดิมพันกับการอ่อนค่าของเงินเยน อย่างไรก็ดี คาตายามะปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่า ญี่ปุ่นกำลังพิจารณาดำเนินการแทรกแซงร่วมกับสหรัฐฯ หรือไม่

เงินเยนแข็งค่าขึ้นในวันจันทร์ หลังนักลงทุนเริ่มสัปดาห์ใหม่ด้วยความระมัดระวังสูงต่อความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาด โดยค่าเงินเยนแข็งค่ากว่า 1% มาอยู่ที่ราว 153.97 เยนต่อดอลลาร์ ณ เวลาประมาณ 13.20 น. ตามเวลาท้องถิ่นโตเกียว

ทั้งนี้ในแถลงการณ์ร่วมเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา รัฐมนตรีคลังของญี่ปุ่นและสหรัฐได้ยืนยันจุดยืนร่วมกันในการปล่อยให้กลไกตลาดเป็นผู้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยน และจะไม่ใช้ค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน อย่างไรก็ตามแถลงการณ์ดังกล่าวยังเปิดช่องให้มีการแทรกแซงตลาดได้ในบางกรณี ตามแนวทางเดิม เพื่อรับมือกับความผันผวนรุนแรงหรือการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของค่าเงิน

เงินเยนเริ่มแข็งค่าขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ในตลาดนิวยอร์ก หลังเกิดความผันผวนอย่างหนักภายหลังการแถลงข่าวของ คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น ซึ่งในวันเดียวกัน BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามคาด โดยการไม่ส่งสัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้ในช่วงแรก กลับยิ่งกดดันให้เงินเยนอ่อนค่าลง ก่อนที่สถานการณ์จะพลิกกลับอย่างรวดเร็ว

ด้านนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นพร้อมใช้ทุกมาตรการที่จำเป็น เพื่อรับมือกับความเคลื่อนไหวของค่าเงินที่เกิดจากการเก็งกำไรและมีลักษณะผิดปกติอย่างรุนแรง ขณะที่ก่อนหน้านั้น อัตสึชิ มิอุระ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของญี่ปุ่น ระบุว่าทางการจะตอบสนองต่อสถานการณ์ตามความเหมาะสม โดยประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐ

ทั้งนี้ทางการญี่ปุ่นเคยใช้เงินราว 1 แสนล้านดอลลาร์ในการแทรกแซงตลาดค่าเงินถึง 4 ครั้งในปี 2567 หลังเงินเยนอ่อนค่าทะลุระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นเส้นแบ่งสำคัญที่ตลาดเชื่อว่ากระทรวงการคลังอาจเข้าดำเนินการอีกครั้ง หากค่าเงินเยนกลับมาอ่อนค่าแรงในอนาคต

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...