“เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์” ยอมรับไม่มีข่าวกรองชี้ “อิหร่าน” เตรียมโจมตีสหรัฐก่อน
"เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์" ยอมรับในการบรรยายสรุปลับต่อสภาคองเกรสว่า ไม่มีหลักฐานว่าอิหร่านเตรียมโจมตีกองกำลังสหรัฐโดยตรง ขณะฝ่ายเดโมแครตตั้งคำถามถึงเหตุผลการทำสงคราม
วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 11.24 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับในการบรรยายสรุปลับต่อเจ้าหน้าที่สภาคองเกรสเมื่อวันอาทิตย์ว่า ไม่มีข้อมูลข่าวกรองที่บ่งชี้ว่าอิหร่านวางแผนโจมตีกองกำลังสหรัฐก่อน
คำชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต พร้อมทั้งมีการโจมตีเป้าหมายมากกว่า 1,000 แห่ง และจมเรือรบอิหร่านหลายลำ
อย่างไรก็ตามคำอธิบายต่อสภาคองเกรสดูเหมือนจะขัดแย้งกับเหตุผลสำคัญที่ฝ่ายบริหารเคยอ้างต่อสาธารณะ โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงระบุว่าทรัมป์ตัดสินใจโจมตีเพราะมีสัญญาณบ่งชี้ว่าอิหร่านอาจโจมตีกองกำลังสหรัฐในตะวันออกกลางล่วงหน้า
เจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า ทรัมป์ไม่ต้องการนั่งรอให้ทหารอเมริกันตกเป็นเป้าโจมตี
เพนตากอนแจงสภานานกว่า 90 นาที
กระทรวงกลาโหมสหรัฐบรรยายสรุปเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภานานกว่า 90 นาที โดยเน้นว่าโครงการขีปนาวุธและกองกำลังตัวแทน (proxy forces) ของอิหร่านในภูมิภาคเป็นภัยคุกคามใกล้เข้ามาต่อผลประโยชน์สหรัฐ
แต่แหล่งข่าวยืนยันว่า ไม่มีข่าวกรองที่ระบุว่าเตหะรานเตรียมโจมตีกองกำลังสหรัฐก่อนโดยตรง
ทรัมป์ระบุว่าปฏิบัติการซึ่งคาดว่าจะยืดเยื้อหลายสัปดาห์ มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ จำกัดโครงการขีปนาวุธ และขจัดภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ และพันธมิตร พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านลุกขึ้นโค่นล้มรัฐบาล
พรรคเดโมแครตวิจารณ์สงครามที่เลือกเอง
สมาชิกพรรคเดโมแครตกล่าวหาทรัมป์ว่ากำลังทำสงครามที่เลือกเอง (war of choice) และตั้งคำถามต่อการละทิ้งการเจรจาสันติภาพ ซึ่งประเทศโอมานในฐานะคนกลางระบุว่ายังมีความเป็นไปได้
ทรัมป์อ้างว่าอิหร่านกำลังจะมีศักยภาพยิงขีปนาวุธข้ามทวีปโจมตีสหรัฐได้ในเร็ววัน แต่ไม่มีการแสดงหลักฐานต่อสาธารณะ และรายงานข่าวกรองสหรัฐก็ไม่ได้สนับสนุนข้ออ้างดังกล่าว
ความสูญเสียทหารสหรัฐฯ และการโจมตีต่อเนื่อง
คำถามเกี่ยวกับความชอบธรรมของสงครามเกิดขึ้นในขณะที่กองทัพสหรัฐเปิดเผยความสูญเสียครั้งแรก โดยมีทหารอเมริกันเสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บสาหัส 5 นาย นอกจากนี้ยังมีทหารอีกหลายรายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิดและแรงกระแทก
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่าเครื่องบินรบและเรือรบสหรัฐได้โจมตีเป้าหมายอิหร่านมากกว่า 1,000 จุด รวมถึงการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 ทิ้งระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ใส่ฐานยิงขีปนาวุธใต้ดินของอิหร่าน
ขณะที่ผลสำรวจ Reuters/Ipsos ระบุว่า 27% ของชาวอเมริกันสนับสนุนการโจมตี 43% ไม่เห็นด้วย และ 29% ยังไม่แน่ใจ สะท้อนว่าสังคมอเมริกันยังแตกความเห็นอย่างชัดเจนต่อการเข้าสู่สงครามครั้งนี้
อ้างอิง : reuters.com