โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิกฤตน่านฟ้าปิด! นักเดินทางนับแสนตกค้างทั่วตะวันออกกลาง อังกฤษเตรียมแผนอพยพใหญ่

Thaiger

อัพเดต 2 มีนาคม 2569 เวลา 16.57 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

ตะวันออกกลางกลายเป็นเขตหวงห้ามทางอากาศ! การโจมตีตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลให้ประเทศยักษ์ใหญ่สั่งปิดน่านฟ้าทันที สนามบินดูไบ อาบูดาบี และโดฮา หยุดให้บริการชั่วคราว กระทบผู้โดยสารกว่า 90,000 คนต่อวัน ด้านรัฐบาลอังกฤษเตรียมแผนอพยพพลเมืองกว่า 76,000 รายออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย

ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงจนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินโลกอย่างหนักหน่วงในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อประเทศยักษ์ใหญ่อย่าง อิสราเอล, กาตาร์, ซีเรีย, อิหร่าน, อิรัก, คูเวต และบาห์เรน ประกาศปิดน่านฟ้าเพื่อความปลอดภัย หลังเกิดเหตุโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง

รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ประกาศปิดน่านฟ้า “ชั่วคราวและบางส่วน” ส่งผลให้ “ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ” ซึ่งเป็นสนามบินที่มีผู้โดยสารระหว่างประเทศหนาแน่นที่สุดในโลกต้องหยุดชะงัก รวมถึงสนามบินอาบูดาบีและโดฮาเที่ยวบินกว่า 3,400 เที่ยวถูกยกเลิกกะทันหัน

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อมีรายงานว่า สนามบินนานาชาติดูไบและโรงแรมเบิร์จ อัล อาหรับ ได้รับความเสียหายจากการโจมตี ขณะที่สนามบินซายิดในอาบูดาบีพบผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บอีก 7 ราย จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น

ควันพวยพุ่งขึ้นหลังจากการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านในบริเวณท่าเรือดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 (AP Photo/Fatima Shbair)

อังกฤษเตรียมปฏิบัติการอพยพครั้งประวัติศาสตร์

รัฐบาลสหราชอาณาจักรแจ้งว่ามีพลเมืองอังกฤษกว่า 76,000 คน ลงทะเบียนพำนักอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยส่วนใหญ่อยู่ในยูเออี (UAE) ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ ทางการอังกฤษกำลังพิจารณาทุกช่องทางในการอพยพ ซึ่งถือเป็นงานด้านโลจิสติกส์ที่ซับซ้อนและใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีมา พร้อมแนะนำให้พลเมือง “หาที่หลบภัยในพิกัดปัจจุบัน” และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด

รถตำรวจและรถพยาบาลจอดอยู่บนถนนทางออกของสนามบินนานาดูไบ ซึ่งถูกทิ้งร้างหลังปิดทำการ วันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค.2026 (AP Photo/Altaf Qadri)

สายการบินทั่วโลกประกาศยกเลิกเที่ยวบินระนาว

  • เอมิเรตนส์ (Emirates), กาตาร์ แอร์เวย์ (Qatar Airways), อิติฮัด (Etihad) – ระงับการให้บริการทั้งหมดชั่วคราว
  • บริติช แอร์เวย์ส (British Airways) – ยกเลิกเที่ยวบินไปเทลอาวีฟและบาห์เรนจนถึงสัปดาห์หน้า
  • ลุฟท์ฮันซ่า (Lufthansa) และเคแอลเอ็ม (KLM) – ระงับเที่ยวบินไปดูไบและริยาดจนถึงวันพฤหัสบดี
  • แอร์อินเดีย – ยกเลิกเที่ยวบินไปตะวันออกกลาง รวมถึงเส้นทางลอนดอน นิวยอร์ก และปารีสบางส่วน
  • เวอร์จิน แอตแลนติก (Virgin Atlantic) – เลี่ยงน่านฟ้าอิรักและอิหร่าน ส่งผลให้เที่ยวบินไปอินเดียและมัลดีฟส์ใช้เวลานานขึ้น

คำแนะนำสำหรับนักเดินทาง

กระทรวงการต่างประเทศของหลายประเทศรวมถึงอังกฤษ สั่งห้ามเดินทางไปยัง อิหร่าน อิสราเอล และปาเลสไตน์ โดยเด็ดขาด และขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยัง UAE, กาตาร์, คูเวต และบาห์เรน สำหรับผู้ที่มีกำหนดการเดินทางในช่วงนี้ แนะนำให้ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินผ่านช่องทางออนไลน์ของสายการบินก่อนออกจากที่พัก เนื่องจากน่านฟ้าอิหร่านมีกำหนดปิดยาวไปจนถึงเช้าวันอังคาร (ตามเวลาอังกฤษ) และสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวินาที.

ที่มา : เดอะการ์เดี้ยน

ควันดำลอยอยู่ในฉากหลังเครื่องบินของสายการบินเอมิเรตส์ ณ สนามบินนานาดูไบ หลังปิดทำการ 1 มี.ค. 2026 (AP Photo/Altaf Qadri)
ชายคนหนึ่งเดินจากไปหลังจากเห็นกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นจากโกดังในเขตอุตสาหกรรมของเมืองชาร์จาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AP Photo/Altaf Qadri)
ภาพประกอบแสดงสาเหตุของควันดำที่พวยพุ่งขึ้นจากการโจมตีของอิหร่าน ขณะที่เครื่องบินของสายการบินเอมิเรตส์จอดอยู่ที่สนามบินนานาดูไบ หลังจากการปิดสนามบิน 1 มี.ค.2026 (AP Photo/Altaf Qadri)
ชายคนหนึ่งขี่สกูตเตอร์ไฟฟ้าบนถนนเปลี่ยวในย่านดาวน์ทาวน์ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 มี.ค. 2026 (AP Photo/Altaf Qadri)
ผู้โดยสารที่ตกค้างนั่งอยู่ในลานจอดรถของสนามบินนานาดูไบ หลังจากสนามบินปิดทำการในดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 มี.ค. 2026 (AP Photo/Altaf Qadri)
ทางเดินสำหรับผู้โดยสารขาออกของสนามบินนานาชาติดูไบถูกปล่อยทิ้งร้างหลังจากปิดทำการ (AP Photo/Altaf Qadri)
ควันพวยพุ่งขึ้นหลังจากการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านในบริเวณท่าเรือดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2026 (AP Photo/Fatima Shbair)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...