เพื่อไทยตบเท้ารายงานตัว สส.ชุด 27 ประกาศความพร้อมทำงาน–มั่นใจเสียงรัฐบาลใกล้ 300
บริเวณโถงชั้น B1 อาคารรัฐสภา พรรคเพื่อไทยนำโดย ศ.ดร.ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรค เข้ารายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่สองของการเปิดให้ สส. ชุดที่ 27 เข้ารายงานตัว
ศ.ดร.ยศชนันท์ กล่าวภายหลังรายงานตัวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสทำประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชน การรวมตัวกันของ สส.พรรคในวันนี้สะท้อนความเป็นปึกแผ่น และประกาศความพร้อมเริ่มต้นทำงานเพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่
ด้านนายจุลพันธ์ กล่าวถึงกระแสข่าวการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีว่า ขณะนี้ยังไม่มีการหารือรายละเอียดเรื่องกระทรวงเพิ่มเติม โดยพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคที่ไม่ได้เป็นอันดับหนึ่ง ต้องรอให้พรรคแกนนำรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ครบถ้วนก่อน ซึ่งจากกระแสข่าวคาดว่าตัวเลขสนับสนุนใกล้แตะ 300 เสียง ถือเป็นสัญญาณที่สามารถเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลได้
ส่วนข่าวที่ระบุว่าพรรคได้ส่งรายชื่อรัฐมนตรีและถูกพรรคแกนนำตีกลับนั้น นายจุลพันธ์ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากยังไม่มีการส่งรายชื่อแต่อย่างใด พร้อมขอความเป็นธรรมให้กับบุคคลที่ถูกพาดพิง โดยย้ำว่าทุกคนล้วนเป็นบุคลากรที่มีประสบการณ์ทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ คาดว่าจะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในช่วงปลายเดือน เพื่อเลือกประธานสภา และภายในประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากนั้น จะมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี โดยอำนาจในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีตามกฎหมาย
นายจุลพันธ์ ยังแสดงความเชื่อมั่นในความสามัคคีของพรรค โดย สส.แบบแบ่งเขตเดินทางมารายงานตัวครบถ้วนแล้ว และในวันศุกร์สัปดาห์หน้า สส.แบบบัญชีรายชื่ออีกกว่า 10 คนจะทยอยเข้ารายงานตัวเพิ่มเติม พร้อมระบุว่าพรรคได้เตรียมร่างกฎหมายไว้ประมาณ 20 ฉบับ เพื่อยื่นเข้าสู่การพิจารณาทันทีที่เปิดสมัยประชุม
ขณะที่ ศ.ดร.ยศชนันท์ กล่าวเพิ่มเติมถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาบุคลากรฝ่ายบริหารว่า พรรคจะคำนึงถึงความพร้อมในการทำงานตั้งแต่วันแรก โดยพิจารณาจากปัญหาของประเทศและบริบทโลก เพื่อคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมและสามารถขับเคลื่อนประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าไม่มีกระทรวงใดเป็น “เผือกร้อน” หรือมีการแบ่งเกรด เพราะทุกกระทรวงมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ส่วนกระแสข่าวทางการเมืองอื่น ๆ ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ในส่วนของพรรคยังคงเดินหน้าทำงานในฐานะพรรคการเมืองอย่างเข้มแข็งต่อไป