โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

IMF คาด GDP สหรัฐฯ ปี 69 โตแรง 2.6% แนะเร่งลดขาดดุลงบประมาณ ลดกำแพงภาษี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 04.09 น.

IMF คาด GDP สหรัฐฯ ปี 69 โตแรง 2.6% แนะเร่งลดขาดดุลงบประมาณ เรียกร้องร่วมมือพันธมิตรหาแนวทางผ่อนคลายมาตรการจำกัดทางการค้าร่วมกัน

วันที่ 26 ก.พ. 2569 - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงของสหรัฐฯ จะขยายตัวแข็งแกร่งที่ 2.6% ในปี 2569 นี้

อย่างไรก็ดี แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯเฟื่องฟูขึ้น แต่ IMF เตือนว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากกว่าที่คาดไว้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตันร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อหาแนวทางผ่อนคลายมาตรการจำกัดทางการค้าร่วมกัน

ขณะเดียวกัน IMF ยังได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ลดการขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมองว่าเป็นแนวทางสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและการขาดดุลการค้าที่อยู่ในระดับสูงเกินไป

กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้เผยแพร่รายงานทบทวนนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประจำปีตาม "มาตรา 4" (Article IV) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์นโยบายของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นครั้งแรก โดยคาดการณ์ว่า GDP ที่แท้จริงของสหรัฐฯ ในปี 2569 จะขยายตัว 2.6% เพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ในเดือนม.ค. ว่าจะขยายตัว 2.4% และเพิ่มขึ้นจากระดับ 2.2% ในปี 2568 อย่างไรก็ตาม IMF เตือนว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังไม่กลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% จนกว่าจะถึงต้นปี 2570 ท่ามกลางความไม่แน่นอนของทิศทางเศรษฐกิจที่อาจถูกกระทบจากนโยบายการค้า

คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการของ IMF เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นก่อนที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ จะมีคำวินิจฉัยยกเลิกภาษีศุลกากรหลายรายการของทรัมป์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งทาง IMF กำลังอยู่ในระหว่างการวิเคราะห์ผลกระทบจากความคืบหน้าดังกล่าว

โดยก่อนการเผยแพร่รายงาน กอร์เกียวาได้เข้าพบกับ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

นอกจากนี้ เธอกล่าวด้วยว่า IMF กังวลเช่นเดียวกับรัฐบาลทรัมป์ในเรื่องของขนาดการขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐฯ โดยย้ำว่าการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงมาก และฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ รับทราบประเด็นดังกล่าวแล้ว

ด้าน ไนเจล ชอล์ก ผู้อำนวยการฝ่ายซีกโลกตะวันตกของ IMF ระบุว่า การลดการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการปรับลดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่ง IMF ประเมินว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3.5%-4.0% ของ GDP ในระยะใกล้

อย่างไรก็ดี IMF คาดว่าการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ จะยังอยู่ในช่วง 7%-8% ของ GDP ในอีกหลายปีข้างหน้า ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กว่าสองเท่า และหนี้สาธารณะรวมของรัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะ 140% ของ GDP ภายในปี 2574

นอกจากนี้ IMF ยังเตือนด้วยว่า แม้ความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะเผชิญวิกฤตหนี้รัฐบาลยังอยู่ในระดับต่ำ แต่การเพิ่มขึ้นต่อเนื่องของสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP และระดับหนี้ระยะสั้นที่สูงขึ้น กำลังสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก

ในส่วนของนโยบายการค้า รายงานของ IMF ระบุว่า การบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรอย่างกว้างขวางของทรัมป์เพื่อลดการขาดดุลการค้าและดึงฐานการผลิตกลับประเทศนั้น ได้สร้างความปั่นป่วนต่อห่วงโซ่อุปทานและตลาดการเงินทั่วโลก IMF จึงเสนอแนะให้รัฐบาลสหรัฐฯ หันมาทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างสร้างสรรค์เพื่อลดข้อจำกัดทางการค้า และควรใช้มาตรการภาษีหรือการควบคุมการส่งออกเฉพาะในขอบเขตที่จำกัดเท่าที่จำเป็นต่อความมั่นคงแห่งชาติเท่านั้น

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (20 ก.พ.) ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยให้มาตรการเก็บภาษีนำเข้าฉุกเฉินในวงกว้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 2517 เพื่อกำหนดภาษีทดแทน โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงดุลการชำระเงิน ขณะที่ภาษีนำเข้าแบบครอบคลุมในอัตรา 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั่วโลกมีผลบังคับใช้หลังคำวินิจฉัยดังกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...