การประชุมวงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพา (1) "วงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพา"
My Country Thailnd | ณัฐพล ใจจริง
การประชุมวงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพา (1)
“วงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพา”
วงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพา (the Greater East Asia Co-Prosperity Sphere) เป็นแนวคิดเกิดขึ้นในช่วงที่ญี่ปุ่นรุกรานจีนและตั้งประเทศแมนจูกัวขึ้น ในช่วงแรก แนวคิดการรวมดินแดนของญี่ปุ่นมีเพียงจีนและแมนจูกัวตามหลักระเบียบใหม่ในเอเชียบูรพา (New Order in East Asia)(2481) ต่อมา นายมัสซูโอกะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นขยายแนวคิดดังกล่าวออกไปให้ครอบคลุมดินแดนทางใต้ (2483) ด้วย เช่น อินโดนีเซีย อินโดจีน และพม่า ต่อมาเมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาระเบิดขึ้น (2484) และกองทัพญี่ปุ่นเข้าไทย ยึดฮ่องกง มลายู สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์แล้ว จึงได้รวมประเทศเหล่านี้เข้ามาด้วย และยังมีแนวคิดที่จะขยายขอบเขตของวงศ์ไพบูลย์ฯ ออกไปถึงออสเตรเลียและฮาวายด้วย (ทวี ธีระวงศ์เสรี, 2524 : 159-160)
ภายหลังเมื่อพลเอกโตโจ นายกฯ ญี่ปุ่นเยือนไทยและมอบดินแดนให้แก่ไทยเพื่อกระชับไมตรีพันธมิตรกับไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2486 แล้ว ในปลายปีนั้นเอง โตโจจัดให้มีการประชุมวงไพบูลย์มหาเอเชียบูรพาที่กรุงโตเกียว (หรือเรียกกันว่า การประชุมโตเกียว) และญี่ปุ่นเชิญบรรดาผู้นำประเทศพันธมิตรในเอเชียร่วมประชุม จอมพล ป. พิบูลสงคราม ผู้นำไทย ได้รับเชิญด้วย แต่เขาปฏิเสธไม่ไปร่วมประชุม แต่ได้ส่งพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากรฯ เป็นผู้แทนไปร่วมประชุมที่โตเกียวแทน
ควรบันทึกด้วยว่า สถานการณ์การสู้รบในกลางในเอเชียของญี่ปุ่นตั้งแต่กลางปี 2486 เริ่มพลิกผัน เมื่อญี่ปุ่นถอยร่นจากเกาะกัวดัลคาแนล การสูญเสียนายพลยามาโมโตในระหว่างการเดินทางด้วยเครื่องบินไปให้กำลังใจทหารญี่ปุ่นที่หมู่เกาะโซโลมอน (18 เมษายน 2486) แต่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐสามารถถอดรหัสการสื่อสารของญี่ปุ่นได้จึงส่งฝูงบินไปสังหารยามาโมโตจนสำเร็จ อีกทั้งเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอิตาลีพันธมิตรฝ่ายอักษะเมื่อมุสโสลินี (Benito Mussolini) ลงจากอำนาจ (24 กรกฎาคม 2486) โดยรัฐบาลใหม่ของปีเอโตร บาโดลิโอ (Pietro Badoglio) นั้นยอมจำนนต่อฝ่ายสัมพันธมิตร สถานการณ์ในยุโรปนั้นฝ่ายสัมพันธมิตรขยายการรุกคืบหน้าขึ้นทุกวัน
พล.ท.นากามูระ ผู้บัญชาการทหารญี่ปุ่นประจำไทยบันทึกว่า ด้วยความเปลี่ยนแปลงในการยุทธที่เกิดขึ้น ข่าวสารดังกล่าวคงไหลมาถึงหูของผู้นำไทยด้วยเช่นกันอันมีผลอย่างมากต่อท่าทีของจอมพล ป. ญี่ปุ่นด้วย และยังมีผลต่อความคึกคักของกลุ่มคนไทยที่นิยมสหรัฐและอังกฤษได้ทวีกำลังขึ้น (นากามูระ, 2546 : 108)
การประชุมวงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพา
ราวเดือนกันยายนในช่วงเวลานั้น ทางโตเกียวเตรียมจัดการประชุมวงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพาในต้นเดือนพฤศจิกายน 2486 นากามูระคาดว่า การจัดประชุมวงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพาเป็นกุศโลบายในการรวบรวมจิตใจชาวเอเชียให้เป็นหนึ่งเดียวในการขับไล่มหาอำนาจตะวันตกที่กดขี่ชาวเอเชียมาอย่างยาวนานออกไป และในราวเดือนตุลาคม ทสุโบกามิ ออท.ญี่ปุ่นยื่นคำเชิญจากรัฐบาลญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการต่อจอมพล ป. ผู้นำของไทย
ทั้งนี้ จากหลักฐานฝั่งญี่ปุ่นบันทึกว่า ก่อนหน้านี้ จอมพล ป. เคยแสดงท่าทีว่ามีความต้องการจะเดินทางไปเยือนญี่ปุ่นหลายครั้งแต่ยังไม่มีโอกาสไปเยือนเลย (ทวี ธีระวงศ์เสรี, 2524 : 160)
นากามูระเล่าว่า จากคำพูดของโตโจที่แจ้งกับนายทหารระดับสูงนั้น โตโจเชื่อมั่นว่า หากญี่ปุ่นเชิญจอมพล ป.แล้ว จอมพล ป.คงดีใจและคงตกลงรับเชิญโดยไม่มีเงื่อนไข แต่สำหรับเขาแล้วกลับเห็นว่า โตโจประเมินจอมพล ป.ไว้สูงเกินความจริง แต่แท้จริงแล้วไม่มีสัญญาณใดเลยที่จอมพล ป.จะไปประชุมตามคำเชิญจากญี่ปุ่น
แม้ทสุโบกามิไปเชิญเขาถึง 3-4 ครั้ง แต่จอมพล ป.ให้เหตุผลในการบ่ายเบี่ยงอย่างต่อเนื่อง เช่น สถานการณ์ไม่อำนวย ไม่ชอบพักโรงแรม สุขภาพไม่ดี โดยสรุปคือ จอมพล ป.ปฏิเสธไม่ไปแม้นนายกฯ โตโจเร่งเร้าให้ทสุโบกามิเชิญให้ได้ แต่ “เอกอัครราชทูตหมดปัญญาที่จะทำได้” (นากามูระ, 2546 : 109)
เช่น ทสุโบกามิเข้าพบจอมพล ป.เมื่อ 6 ตุลาคม มีการแลกเปลี่ยนสนทนาราว 2 ชั่วโมง แต่จอมพล ป.แสดงการปฏิเสธด้วยอ้างสุขภาพทรุดโทรมจากการตรากตรำในการบริหารประเทศและเป็นโรคหัวใจพิการ แพทย์มิให้เดินทางไปยังสถานที่ไกลๆ เด็ดขาด (ทวี ธีระวงศ์เสรี, 2524 : 161)
จอมพล ป.ไม่ยอมเดินทางไปประชุมที่โตเกียว
ทสุโบกามิรายงานกลับไปยังโตเกียวว่า สาเหตุที่แท้จริงที่ จอมพล ป. ผู้นำไทย ไม่ยอมไปประชุมที่โตเกียวด้วยเหตุผลต่อไปนี้ 1. ความเพลี่ยงพล้ำของฝ่ายอักษะในช่วงหลัง สถานีวิทยุนิวเดลีของสัมพันธมิตรกระจายเสียงมายังไทยทำให้ผู้นำไทยมีความลังเลใจต่อญี่ปุ่น 2. ฝ่ายสัมพันธมิตรส่งฝูงบินทิ้งระเบิดโจมตีพระนครถี่มากยิ่งขึ้น
3. เขากังวลว่า หากเขาไม่อยู่อาจเกิดการรัฐประหารช่วงชิงอำนาจได้ 4. เขากังวลว่า การเดินทางไปญี่ปุ่นอาจตกเป็นเป้าการโจมตีของสัมพันธมิตรได้ 5. เขาไม่แน่ใจในความปลอดภัยในการเดินทาง 6. ไทยมีฐานะแตกต่างจากรัฐอื่นๆ ที่ญี่ปุ่นให้การสนับสนุนเข้าประชุม เพราะไทยเป็นรัฐเอกราชจึงไม่ต้องการถูกปฏิบัติเยี่ยงรัฐบาลหุ่นกระบอกของญี่ปุ่น (ทวี ธีระวงศ์เสรี, 2524 : 161)
นากามูระจึงอาสาไปขอร้องจอมพล ป.ว่า ความขัดข้องต่างๆ ที่กังวลจะหมดไป หากจอมพล ป.ไม่อยากนั่งเครื่องบิน ทางญี่ปุ่นจะจัดเรือรบมารับพร้อมเรือดำน้ำคุ้มกันและนากามูระจะเดินทางไปด้วย แต่จอมพล ป.ก็ปฏิเสธยืนกรานปัญหาสุขภาพเช่นเดิม โดยอ้างว่าป่วย และมอบให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากรเป็นตัวแทนไปประชุมแทน ในทีแรก พระองค์ไม่ทรงรับโดยอ้างว่าเป็นภารกิจที่สูงส่งเกินไป แต่จอมพล ป.ขอร้อง ท่านจึงยอมรับในที่สุด (นากามูระ, 2546 : 109-110)
ดังนั้น การประชุมวงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพาที่โตเกียวเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2486 นั้น ผู้นำประเทศของพันธมิตรญี่ปุ่นจำนวน 6 ประเทศ ประกอบด้วย บามอ-พม่า, จางจิงฮุย-แมนจูเรีย, วังจิงไว-สาธารณรัฐจีน, โฮเซ เป. ลอเรล-สาธารณรัฐฟิลิปปินส์, อินเดียอิสระ-สุภาส จันทร โบส เข้าร่วมการประชุมด้วยตนเองทั้งสิ้น ยกเว้นไทยเพียงประเทศเดียวที่ส่งตัวแทนเข้าประชุม คือพระองค์เจ้าวรรณไวทยากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีเข้าร่วมแทนจอมพล ป. พิบูลสงคราม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การประชุมวงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพา (1) “วงศ์ไพบูลย์ร่วมมหาเอเชียบูรพา”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly