โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รอยช้ำปริศนาบนมือ "ทรัมป์" สะเทือนความเชื่อมั่น สุขภาพผู้นำสหรัฐฯ ยังไหวหรือไม่

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 23 ม.ค. เวลา 13.27 น.

รอยช้ำปริศนาบนมือ "ทรัมป์" สะเทือนความเชื่อมั่น สุขภาพผู้นำสหรัฐฯ ยังไหวหรือไม่

วันที่ 23 ม.ค. 2569 โลกโซเชียลกลับมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางอีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่ภาพรอยฟกช้ำสีเข้มบนมือของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างร่วมงานเวทีเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

แม้ทำเนียบขาวจะออกมาชี้แจงเพื่อลดกระแสความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของผู้นำสหรัฐฯ วัย 79 ปี แต่ภาพดังกล่าวกลับยิ่งจุดกระแสตั้งคำถามว่า ทรัมป์ยังมีความแข็งแรงเพียงพอสำหรับการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศมหาอำนาจหรือไม่

ตลอดช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์ถูกจับภาพว่ามีรอยฟกช้ำบริเวณมือขวาหลายครั้ง นับตั้งแต่กลับเข้าทำเนียบขาว โดยบางช่วงพยายามปกปิดด้วยผ้าพันแผลหรือเครื่องสำอาง ขณะที่ทำเนียบขาวชี้แจงว่าเกิดจากการจับมือประชาชนจำนวนมาก รวมถึงผลข้างเคียงจากการรับประทานยาแอสไพรินเพื่อดูแลสุขภาพหัวใจ ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยช้ำได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม ภาพล่าสุดจากดาวอสพบรอยฟกช้ำชัดเจนที่มือซ้ายของทรัมป์ ในตำแหน่งใกล้เคียงกับจุดที่เคยปรากฏรอยช้ำก่อนหน้านี้ ยิ่งเพิ่มข้อสงสัยในหมู่สาธารณชน

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามระหว่างเดินทางด้วยเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ทรัมป์ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า มือไปชนกับโต๊ะ พร้อมกล่าวติดตลกว่า หากใครรักสุขภาพหัวใจก็สามารถกินแอสไพรินได้ แต่หากไม่อยากมีรอยช้ำเล็กน้อยก็ไม่จำเป็นต้องรับประทาน

ด้านทำเนียบขาวยังคงยืนยันว่า ไม่มีประเด็นสุขภาพที่น่ากังวล อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายจากพิธีเปิดโครงการ “Board of Peace” และภาพจากวันก่อนหน้า ไม่พบรอยฟกช้ำดังกล่าว ทำให้เกิดคำถามว่า รอยช้ำเกิดขึ้นช่วงเวลาใดและมีสาเหตุจากอะไรแน่

ทั้งนี้ กระแสจับตาสุขภาพของทรัมป์ยังดำเนินต่อเนื่อง เนื่องจากเขาเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ขณะเข้ารับตำแหน่ง

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยถูกพบว่ามีอาการขาบวม และมีภาพขณะดูเหมือนหลับระหว่างร่วมกิจกรรมสาธารณะ โดยรัฐบาลชี้แจงว่าอาการขาบวมเกิดจากภาวะหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติเรื้อรัง (chronic venous insufficiency) ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ทั่วไปและสามารถควบคุมอาการได้

ขณะเดียวกัน การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแบบไม่แจ้งล่วงหน้าเมื่อปีที่ผ่านมา ยังเพิ่มกระแสตั้งข้อสงสัยว่ารัฐบาลอาจปกปิดข้อมูลด้านสุขภาพของผู้นำประเทศ แม้แพทย์ประจำตัวจะยืนยันในเวลาต่อมาว่า ผลตรวจ MRI ระบุว่าทรัมป์มีสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดอยู่ในเกณฑ์ดีมากก็ตาม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...