โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“Grab” เจรจาซื้อ GoTo ส่อสะดุด รัฐวิสาหกิจอินโดนีเซียไม่พร้อมขายหุ้นต่ำกว่าทุน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ม.ค. เวลา 14.36 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. เวลา 07.36 น.

"Grab" เจรจาซื้อ GoTo ส่อสะดุด หลังรัฐวิสาหกิจอินโดนีเซีย Telkomsel กังวลการขายต่ำกว่าทุนอาจกระทบเงินรัฐและขัดกฎหมาย

วันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 12.29 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แผนการเข้าซื้อกิจการ GoTo Group มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของ Grab Holdings Ltd. กำลังเผชิญอุปสรรคสำคัญ หลังการเจรจาสะดุดจากประเด็นการถือหุ้นของ Telkomsel ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายใหญ่ของอินโดนีเซีย ซึ่งถือหุ้นใน GoTo ราว 2%

แหล่งข่าวใกล้ชิด ระบุว่า Telkomsel ซึ่งมีบริษัทแม่คือ PT Telkom Indonesia ที่รัฐถือหุ้นใหญ่ ไม่ต้องการขายหุ้นในราคาที่ใกล้เคียงกับมูลค่าตลาดปัจจุบัน เนื่องจากเดิมลงทุนใน GoTo ที่ระดับราคาสูงกว่านี้มาก และกังวลว่าการขายต่ำกว่าทุนอาจเข้าข่ายสร้างความเสียหายต่อเงินทุนของรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีโทษตามกฎหมายอินโดนีเซีย

แม้ Telkomsel สามารถเลือกไม่ตอบรับข้อเสนอซื้อกิจการจาก Grab และถือหุ้นต่อไปได้ แต่แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทพยายามใช้จังหวะนี้ต่อรองเพื่อให้ได้ราคาที่สูงขึ้น ขณะที่ Grab จากสิงคโปร์ต้องการให้ผู้ถือหุ้นอินโดนีเซียทุกรายเห็นชอบ เนื่องจากดีลนี้จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลอินโดนีเซีย

ประเด็น Telkomsel ถือเป็นอุปสรรคล่าสุดในความพยายามยาวนานหลายปีของ Grab ที่จะควบรวมกับ GoTo ซึ่งก่อนหน้านี้เผชิญทั้งความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ การผูกขาด และความเห็นต่างเรื่องมูลค่ากิจการ อย่างไรก็ตาม Grab ยังคงเดินหน้าเจรจา เนื่องจากการควบรวมจะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและลดแรงกดดันด้านการแข่งขันราคา

Telkomsel ก่อตั้งในรูปแบบบริษัทร่วมทุนระหว่าง Telkom Indonesia และ Singapore Telecommunications Ltd. โดยในปี 2564 ได้ลงทุนใน GoTo รวม 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และก่อนหน้านั้นยังลงทุนผ่านหุ้นกู้แปลงสภาพอีก 150 ล้านดอลลาร์ การขายหุ้นในราคาปัจจุบันอาจทำให้ขาดทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์

ขณะนี้การเจรจายังคงดำเนินต่อไป และมีการพิจารณาโครงสร้างทางเลือกในการซื้อหุ้นของ Telkomsel แยกต่างหาก แต่ยังไม่มีข้อสรุป โดย Grab และ GoTo ปฏิเสธให้ความเห็น ขณะที่Telkomsel ระบุว่า ไม่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวลือหรือการเจรจาที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

ปัจจุบัน GoTo มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดราว 4.2 พันล้านดอลลาร์ ส่วน Grab ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก มีมูลค่าราว 1.85 หมื่นล้านดอลลาร์ ดีลควบรวมยังไม่เกิดขึ้นจริง ส่วนหนึ่งจากความกังวลด้านการแข่งขัน เนื่องจากทั้งสองบริษัทเป็นผู้นำตลาดเรียกรถและเดลิเวอรีในภูมิภาค

นอกจากนี้นักการเมืองอินโดนีเซียยังแสดงความกังวลว่าการเข้าซื้อกิจการโดยบริษัทต่างชาติอาจทำให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้น การจ้างงานลดลง และประเทศสูญเสียแชมป์เทคโนโลยีแห่งชาติ ขณะเดียวกันร่างกฎระเบียบใหม่เพื่อกำกับธุรกิจเรียกรถ อาจกระทบต่อกำไรและมูลค่ากิจการของทั้งสองบริษัท

ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กำลังเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มคนขับรถที่ออกมาประท้วงทั่วประเทศ เรียกร้องค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ดีขึ้น ท่ามกลางปัญหาค่าจ้างต่ำ การขาดประกัน และความไม่พอใจต่อรัฐบาล

หาก Grab ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Uber Technologies สามารถซื้อ GoTo ได้สำเร็จ จะยิ่งตอกย้ำสถานะผู้นำธุรกิจเรียกรถและส่งอาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยก่อนหน้านี้ Grab เคยพิจารณามูลค่า GoTo มากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ แต่ราคาหุ้น GoTo ที่ปรับตัวลงราว 30% ในรอบปีที่ผ่านมา อาจทำให้เงื่อนไขดีลเปลี่ยนไป

ทั้ง Grab และ GoTo ต่างเผชิญการเติบโตที่ชะลอลงอย่างมากจากช่วงขยายตัวรุนแรงในอดีต และกำลังหันมาเน้นการทำกำไร ทว่าอัตรากำไรยังคงบางจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...