โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สงครามตะวันออกกลางเขย่าโลก กสิกรไทยชี้ไทยยังโตได้จาก AI และส่งออกเทค

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ รายงานเศรษฐกิจเดือนมีนาคม 2569 ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยสะท้อนภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญแรงกดดันจากสงครามและความไม่แน่นอนด้านพลังงาน

แต่ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากเครื่องยนต์ใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.9% จากเดิม 1.6% โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยังคงขยายตัวต่อเนื่อง

สะท้อนผ่านตัวเลขส่งออกเดือนมกราคม 2569 ที่เติบโตถึง 24.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

ขณะเดียวกันการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1.8% จากแรงหนุนของการขยายเขตอุตสาหกรรมเพื่อรองรับโครงการ Data Center และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง หลังการอนุมัติโครงการจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจไทยสู่โครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น

ด้านภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 34.1 ล้านคน แม้ยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล รวมถึงกลุ่ม Medical Tourism ที่มีสัดส่วนผู้เดินทางจากตะวันออกกลางอยู่ไม่น้อย

อีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยคือความชัดเจนทางการเมือง หลังการรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ทำให้ไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีความชัดเจนมากขึ้น โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน และสามารถเริ่มใช้งบประมาณปี 2570 ได้ทันในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและการลงทุนภาครัฐมีความต่อเนื่องมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะหลังการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติราว 20% ของการค้าโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำหรับประเทศไทยที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงถึงประมาณ 70% ของการใช้พลังงานทั้งหมด สถานการณ์ดังกล่าวอาจกดดันดุลบัญชีเดินสะพัดและเพิ่มภาระทางการคลัง หากภาครัฐต้องใช้งบประมาณเพื่อดูแลราคาพลังงานและค่าครองชีพในประเทศ

ในอีกด้านหนึ่ง เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวในลักษณะ K-shaped โดยกลุ่มรายได้สูงได้รับประโยชน์จากการเติบโตของตลาดหุ้นและการลงทุนด้าน AI ขณะที่กลุ่มรายได้น้อยยังเผชิญแรงกดดันจากภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ เกี่ยวกับมาตรการภาษีภายใต้กฎหมาย IEEPA อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านฐานะการคลังของรัฐบาลกลาง โดยมีการประเมินว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของสหรัฐฯ อาจพุ่งขึ้นถึง 125% ภายในปี 2036

ด้านนโยบายการเงิน ตลาดยังจับตาการดำเนินนโยบายของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างกันภายในคณะกรรมการเฟดเกี่ยวกับทิศทางเงินเฟ้อและเสถียรภาพเศรษฐกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...