โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ไทยห้ามรถเมียนมาเติมน้ำมัน ในเมียวดีวิกฤตหนัก รถติดหน้าด่านพรมแดนยาวนับ 1 กิโลเมตร

สยามนิวส์

เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Nick
เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 9 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากปัญหาวิกฤติน้ำมันเชื้อเพลิงโลก และการสู้รบในตะวัน

เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 9 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากปัญหาวิกฤติน้ำมันเชื้อเพลิงโลก และการสู้รบในตะวันออกกลาง ทำให้ชาวเมียนมาในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะจังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ต้องได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมาก และปั๊มน้ำมันบางแห่งในพื้นที่อำเภอแม่สอดก็งดจำหน่ายน้ำมันให้กับชาวเมียนมาแล้ว เนื่องจากต้องการสงวนไว้ให้ประชาชนชาวไทยเท่านั้น

เป็นสาเหตุทำให้สถานีน้ำมันเชื้อเพลิงหลายแห่งในเมืองเมียวดี ต้องหยุดบริการเพราะน้ำมันหมด ขณะที่ปั้มบางแห่งมีน้ำมัน แต่ประชาชนต่างน้ำรถจักรยานยนต์ไปต่อคิวยาวเติมน้ำมันจำนวนมาก จนบริเวณหน้าปั้ม และภายในปั้มเต็มไปด้วยรถจักรยานยนต์ ขณะที่เจ้าของปั้มต้องออกมาใช้เครื่องขยายเสียงในการจัดระเบียบเพื่อให้บริการอย่างทั่วถึง เช่นการจำกัดปริมาณการเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวเมียนมาที่ใช้รถยนต์จำนวนมาก ต้องขับรถยนต์ออกมาจากในเมืองเมียวดี เพื่อจะเดินทางไปเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่ อ.แม่สอด แต่ต้องรอพิธีการการของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเมียวดี ทำให้รถยนต์จำนวนมากติดเป็นแถวยาวที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนเมียวดี แม่สอด ก่อนที่จะผ่านด่านไปยังสะพานมิตรภาพไทย เมียนมาแห่งที่ 1

สำหรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในเมียวดีมีราคาสูงมากอยู่แล้ว เพราะน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลนมานาน จากมาตรการ 3 ตัดของประเทศไทย ที่ต้องการตัดวงจรขบวนการสแกมเมอร์ออนไลน์ แต่ผลที่ตามชาวเมียนมาส่วนมากได้รับผลกระทบจากมาตรการของไทยมาก และมาครั้งนี้ ถูกซ้ำเติมด้วยราคาน้ำมันที่แพงมาก

ทีมข่าว จ.ตาก รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...