“อะลูมิเนียม” พุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี หลังสงครามตะวันออกกลางกระทบอุปทานโลก
"อะลูมิเนียม" พุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี หลังสงครามตะวันออกกลางกระทบอุปทานโลก ขณะที่นักลงทุนเทขายโลหะอุตสาหกรรมอื่นอย่างทองแดงและนิกเกิล
วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 08.46 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าราคาอะลูมิเนียมในตลาดโลกปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอุปทานจากตะวันออกกลาง หลังความขัดแย้งในภูมิภาคทวีความรุนแรง ขณะที่โลหะอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ทองแดงและนิกเกิลกลับปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง
ข้อมูลจากตลาดโลหะลอนดอน (London Metal Exchange) ระบุว่า ราคาอะลูมิเนียมเพิ่มขึ้นสูงสุด 1.6% แตะ 3,499.50 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 หลังจากที่สัปดาห์ก่อนราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 10% จากผลกระทบของสงครามที่ทำให้การขนส่งสินค้าจากอ่าวเปอร์เซียติดขัด โดยภูมิภาคดังกล่าวมีสัดส่วนการผลิตอะลูมิเนียมประมาณ 9% ของอุปทานโลก ทำให้ตลาดกังวลว่าการหยุดชะงักของการส่งออกอาจรุนแรงขึ้น
ขณะเดียวกันผู้ซื้อโลหะในสหรัฐเริ่มเร่งหาแหล่งนำเข้าใหม่จากเอเชีย หลังจากโรงถลุงอะลูมิเนียมรายใหญ่ในตะวันออกกลางอย่างน้อยสองแห่ง ได้แก่ ในกาตาร์และบาห์เรน ต้องระงับการส่งมอบสินค้า เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ
ในตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นประมาณ 20% ในวันจันทร์ หลังสงครามส่งผลให้การผลิตบางส่วนต้องหยุดชะงัก สะท้อนความกังวลของตลาดเกี่ยวกับระยะเวลาของสงครามและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยตลาดการเงินทั่วโลกยังปรับตัวลดลงในวันเดียวกัน เนื่องจากนักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง
เกา หยิน นักวิเคราะห์จาก Shuohe Asset Management ระบุว่า หากสงครามยืดเยื้อ อุปทานอะลูมิเนียมอาจได้รับผลกระทบมากขึ้น โดยในระยะสั้นนักลงทุนจำนวนมากกำลังซื้ออะลูมิเนียม ขณะที่ขายโลหะอุตสาหกรรมชนิดอื่น
สถานการณ์ความตึงเครียดยังทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากอิหร่านโจมตีประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มเติม ขณะที่อิสราเอลโจมตีคลังเชื้อเพลิงในกรุงเตหะรานและขู่โจมตีโครงข่ายไฟฟ้าของอิหร่าน ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าสหรัฐอาจพิจารณาโจมตีเป้าหมายใหม่ที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ถูกกำหนดไว้ พร้อมระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า การโจมตีจะดำเนินต่อไปจนกว่าพวกเขาจะยอมจำนน หรือมีแนวโน้มมากกว่านั้นคือระบบจะล่มสลายทั้งหมด
ณ เวลา 09.40 น. ตามเวลานครเซี่ยงไฮ้ ราคาอะลูมิเนียมเพิ่มขึ้น 0.7% อยู่ที่ 3,467.50 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ ทองแดงลดลง 1.8% เหลือ 12,637 ดอลลาร์ต่อตัน และนิกเกิลร่วงลง 3.1% เหลือ 16,920 ดอลลาร์ต่อตัน สะท้อนความผันผวนในตลาดโลหะอุตสาหกรรมท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
อ้างอิง : bloomberg.com